"Negate” แปลว่า

คำว่า “Negate” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ หมายถึง การปฏิเสธ การลบล้าง หรือการทำให้เป็นโมฆะ เป็นการแสดงออกถึงการไม่ยอมรับ หรือการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่มีผล หรือไม่มีความสำคัญ

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำนี้ในสถานการณ์ที่ต้องการปฏิเสธข้อกล่าวหา แสดงความไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นบางอย่าง หรือแม้กระทั่งในบริบททางกฎหมายที่ต้องการทำให้ข้อตกลงหรือสัญญาเป็นโมฆะ เป็นการสื่อสารที่ชัดเจนว่าเราไม่ยอมรับหรือไม่เห็นด้วยกับเรื่องนั้นๆ

ความหมายและการใช้งาน

โดยพื้นฐานแล้ว “Negate” คือการทำให้สิ่งที่มีอยู่กลับกลายเป็นไม่มี หรือทำให้สิ่งที่เป็นจริงกลายเป็นไม่จริง เป็นการแสดงการต่อต้านหรือปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง

ตัวอย่างการใช้งาน

หากมีคนกล่าวหาคุณในเรื่องที่คุณไม่ได้ทำ คุณอาจจะพูดว่า “I negate that accusation” ซึ่งหมายถึง “ฉันขอปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น” ในทางธุรกิจ หากมีข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรม อาจมีการระบุว่า “The contract was negated” แปลว่า “สัญญาฉบับนั้นถูกทำให้เป็นโมฆะแล้ว” หรือในทางวิทยาศาสตร์ การทดลองบางครั้งอาจถูกออกแบบมาเพื่อ “negate” สมมติฐานบางอย่าง

บริบทที่พบบ่อย

“Negate” มักถูกใช้ในบริบทที่เป็นทางการ เช่น ในภาษาเขียน กฎหมาย หรือการอภิปรายเชิงวิชาการ เพื่อแสดงการปฏิเสธหรือการลบล้างอย่างชัดเจนและหนักแน่น

🔷 FAQ SECTION

“Negate” แตกต่างจาก “Deny” อย่างไร?

“Deny” เป็นการกล่าวว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เป็นความจริง หรือคุณไม่ได้ทำสิ่งนั้น ในขณะที่ “Negate” มีความหมายที่กว้างกว่า คือการทำให้สิ่งนั้นไม่มีผล หรือไม่มีความสำคัญไปเลย

มีคำไทยคำไหนที่ใกล้เคียงกับ “Negate” บ้าง?

คำไทยที่ใกล้เคียง ได้แก่ “ปฏิเสธ” “ลบล้าง” “ทำให้เป็นโมฆะ” “เพิกถอน” หรือ “ทำให้สูญเปล่า” ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้

Similar Posts

  • "Insensitive” แปลว่า

    คำว่า “Insensitive” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การขาดความรู้สึก ไม่ใส่ใจ หรือไม่แสดงความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น เมื่อมีคนพูดหรือทำอะไรที่อาจทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่ดี หรือไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนรอบข้าง เราก็จะบอกว่าเขาคนนั้น “insensitive” ครับ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอสถานการณ์ที่คนอื่นพูดจาหรือแสดงพฤติกรรมที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ เพราะเขาดูเหมือนจะไม่เข้าใจ หรือไม่แคร์ความรู้สึกของเรา เช่น เพื่อนอาจจะพูดแซวรูปร่างหน้าตาของเราอย่างสนุกปาก โดยไม่รู้ว่าเรากำลังไม่มั่นใจ หรือเจ้านายอาจจะออกคำสั่งงานอย่างเร่งด่วนโดยไม่สอบถามถึงภาระงานที่เรามีอยู่ก่อนแล้ว พฤติกรรมเหล่านี้ เราอาจจะมองว่าเป็นการกระทำที่ “insensitive” เพราะขาดความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของผู้อื่นนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Insensitive” มาจากคำว่า “sense” ที่แปลว่า ความรู้สึก หรือ การรับรู้ เมื่อเติม “in-” เข้าไปข้างหน้า จะกลายเป็น “insensitive” ซึ่งหมายถึง การขาดความรู้สึก การไม่รับรู้ หรือการไม่ใส่ใจต่อความรู้สึกของผู้อื่น หรือสถานการณ์รอบข้าง มักใช้ในเชิงลบ เพื่ออธิบายถึงคนที่ขาดความละเอียดอ่อน ไม่ระมัดระวังคำพูด หรือการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนอื่น ตัวอย่างการใช้งาน “เขาพูดถึงเรื่องการเงินของฉันต่อหน้าคนเยอะๆ แบบนั้นมัน insensitive มากๆ เลยนะ” “การที่บริษัทเลิกจ้างพนักงานหลายคนโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าเลย เป็นการกระทำที่ insensitive…

  • "Backpacker” แปลว่า

    คำว่า “Backpacker” หมายถึง นักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบแบกเป้สะพายหลัง โดยทั่วไปแล้ว Backpacker จะเน้นการเดินทางที่ประหยัด ไม่เน้นความหรูหรา แต่จะให้ความสำคัญกับการสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น การผจญภัย และความเป็นอิสระในการเดินทางมากกว่า พวกเขามักจะพักในโฮสเทล เกสต์เฮาส์ หรือที่พักราคาประหยัด และใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นหรือได้ยินคำว่า Backpacker บ่อยๆ เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวแบบลุยๆ หรือการเดินทางคนเดียวของคนหนุ่มสาวที่อยากออกไปเปิดโลกกว้าง เช่น เวลาเพื่อนๆ วางแผนไปเที่ยวต่างประเทศแบบประหยัด ก็อาจจะบอกว่า “เราไปเที่ยวแบบ Backpacker กันดีกว่า” หรือเวลาเห็นคนแบกเป้ใบใหญ่ๆ เดินทางตามสถานที่ต่างๆ ก็จะนึกถึงภาพลักษณ์ของ Backpacker ที่รักอิสระและพร้อมที่จะผจญภัยในทุกที่ ความหมายและการใช้งาน Backpacker คือ นักเดินทางที่นิยมพกพาสัมภาระเท่าที่จำเป็นใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ใบใหญ่เพียงใบเดียว การเดินทางลักษณะนี้มักจะมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางได้ตามความต้องการ และมักจะเลือกใช้ที่พักและวิธีการเดินทางที่ประหยัด เพื่อให้สามารถยืดระยะเวลาการเดินทางหรือนำงบประมาณไปใช้กับประสบการณ์อื่นๆ ได้มากขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “เธอเป็น Backpacker ตัวยง ชอบไปสำรวจเมืองต่างๆ ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีแพ็กเกจทัวร์” หรือ “เราจะลองไปเที่ยวแบบ Backpacker ที่เชียงใหม่กันดูไหม ลองพักโฮสเทลแล้วเดินเที่ยวเอา” บริบทและการใช้งานทั่วไป…

  • "See” แปลว่า

    คำว่า “See” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “เห็น” หรือ “มองเห็น” เป็นกริยาที่ใช้ในการอธิบายการรับรู้ด้วยสายตา เป็นการรับภาพหรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้า ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “See” บ่อยมากครับ เช่น เวลาเราเจอเพื่อนแล้วทักทายว่า “See you later!” ก็หมายถึง “แล้วเจอกันนะ” หรือเวลาเราถามใครว่า “Did you see that?” ก็คือ “คุณเห็นสิ่งนั้นไหม” มันเป็นคำที่ใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การมองเห็นสิ่งของทั่วไป ไปจนถึงการเข้าใจหรือรับรู้บางสิ่งบางอย่าง ความหมายและการใช้งาน “See” หมายถึง การใช้สายตาเพื่อรับรู้สิ่งต่างๆ หรือการสังเกตการณ์ นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึง การทำความเข้าใจ การตระหนัก หรือการได้พบเจอใครบางคน ตัวอย่างการใช้งาน I can see the mountains from my window. (ฉันมองเห็นภูเขาจากหน้าต่างของฉัน) Have you seen my keys?…

  • "Clear” แปลว่า

    คำว่า “Clear” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ชัดเจน” หรือ “กระจ่าง” ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายบริบท ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Clear” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อต้องการให้ใครสักคนอธิบายอะไรให้ชัดเจนขึ้น หรือเมื่อเราต้องการให้ภาพหรือเสียงมีความคมชัด หรือแม้กระทั่งเมื่อต้องการให้เส้นทางหรือพื้นที่โล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง การใช้คำนี้จึงมีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เราพบเจอ ความหมายและการใช้งาน “Clear” หมายถึง ความชัดเจน ไม่มีสิ่งปนเปื้อน หรือไม่มีความคลุมเครือ สามารถใช้ได้กับหลายสิ่ง เช่น: ภาพ/เสียง: ภาพชัดเจน (clear picture), เสียงชัดเจน (clear sound) การสื่อสาร: อธิบายให้ชัดเจน (explain clearly), เข้าใจอย่างชัดเจน (understand clearly) ทัศนวิสัย: ท้องฟ้าแจ่มใส (clear sky), ถนนโล่ง (clear road) การตัดสินใจ: ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด (make a clear decision) สภาวะจิตใจ:…

  • "เบ๊บ” แปลว่า

    คำว่า “เบ๊บ” (Babe) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกคนรัก แฟน หรือคนที่เราสนิทสนมด้วย มักใช้ด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเอ็นดู ความรักใคร่ หรือความสนิทสนมเป็นพิเศษ โดยทั่วไปแล้วสามารถใช้ได้ทั้งกับผู้ชายและผู้หญิง แต่บางครั้งก็อาจถูกมองว่ามีความเป็นกันเองและอบอุ่นมากกว่าเมื่อใช้เรียกผู้หญิง ในชีวิตประจำวัน คนไทยนิยมใช้คำว่า “เบ๊บ” ในการพูดคุยกับแฟน หรือคนสนิทที่กำลังคบหากันอยู่ อาจใช้ในการทักทาย ตั้งชื่อเล่น หรือแสดงความรู้สึก เช่น “เบ๊บ ทำอะไรอยู่” หรือ “คิดถึงนะ เบ๊บ” การใช้คำนี้แสดงถึงความใกล้ชิดและความรู้สึกดีๆ ที่มีต่ออีกฝ่าย เป็นคำที่แสดงความหวานและเป็นกันเอง ทำให้การสนทนาดูอบอุ่นและมีความผูกพันมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “เบ๊บ” มาจากภาษาอังกฤษ “Babe” ซึ่งมีความหมายหลักๆ คือ เด็กทารก หรือเด็กเล็ก แต่ในภาษาพูดและภาษาวัยรุ่น “Babe” ถูกนำมาใช้เป็นคำเรียกคนรักหรือคนสนิท ด้วยความหมายที่แสดงถึงความน่ารัก น่าเอ็นดู และเป็นที่รัก การใช้งานในภาษาไทยจึงสืบทอดความหมายในลักษณะนี้มาด้วย บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “เบ๊บ” มักถูกใช้ในบริบทของความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปถึงขั้นคนรัก หรือมีความสนิทสนมกันมากพอที่จะเรียกกันด้วยคำที่แสดงความหวานและเป็นกันเอง อาจได้ยินบ่อยในการพูดคุยผ่านแชท โซเชียลมีเดีย หรือการพูดคุยกันต่อหน้าเมื่ออยู่ในสถานะคนรักหรือคู่เดท เป็นคำที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่โรแมนติกและอบอุ่น คำถามที่พบบ่อย…

  • "Whose” แปลว่า

    “Whose” เป็นคำสรรพนามในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ หรือบ่งบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นของใคร โดยทั่วไปจะใช้ถามเกี่ยวกับเจ้าของสิ่งของหรือบุคคล หรือใช้เพื่อเชื่อมประโยคเพื่อบอกความเป็นเจ้าของ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Whose” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราเห็นสิ่งของที่ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ เราอาจจะถามว่า “Whose bag is this?” (นี่คือกระเป๋าของใคร?) หรือเมื่อเราต้องการกล่าวถึงบุคคลที่เราทราบว่าเขามีความเกี่ยวข้องกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “This is the girl whose brother is my classmate.” (นี่คือเด็กผู้หญิงที่พี่ชาย/น้องชายของเธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นของฉัน) ความหมายและการใช้งาน “Whose” แปลตรงตัวว่า “ของใคร” ใช้เพื่อถามถึงเจ้าของ หรือใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของในประโยคบอกเล่า โดยจะวางไว้หน้าคำนามที่ต้องการกล่าวถึงความเป็นเจ้าของ ตัวอย่างการใช้งาน คำถาม: Whose phone is ringing? (โทรศัพท์ของใครกำลังดังอยู่?) คำตอบ: It’s John’s phone. (มันคือโทรศัพท์ของจอห์น) ประโยคบอกเล่า: I met the artist whose paintings…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *