"Karma” แปลว่า
คำว่า “Karma” (กรร-มา) ในภาษาไทย หมายถึง การกระทำ ผลของการกระทำ หรือการสนองตอบจากการกระทำของเราเอง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นกฎแห่งเหตุและผลที่ส่งผลต่อชีวิตในปัจจุบันและอนาคต การกระทำที่ดีจะนำมาซึ่งผลดี และการกระทำที่ไม่ดีก็จะนำมาซึ่งผลที่ไม่ดีตามมา
ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักใช้คำว่า “กรรม” หรือ “กรร-มา” เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองหรือผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นดูเหมือนจะเป็นผลมาจากการกระทำในอดีต เช่น เมื่อมีคนทำอะไรไม่ดีแล้วประสบเคราะห์กรรม ก็อาจจะมีคนพูดว่า “เป็นเพราะกรรมตามสนอง” หรือเมื่อมีคนทำดีแล้วได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทน ก็อาจจะกล่าวว่า “ทำดีได้ดี เป็นเพราะบุญกรรม” เป็นต้น คำนี้จึงมีความหมายที่เชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดและการส่งผลของบาปบุญคุณโทษ
ความหมายและการใช้งาน
“Karma” หรือ “กรรม” สื่อถึงการกระทำทั้งทางกาย วาจา และใจ ซึ่งการกระทำเหล่านั้นจะสร้างผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ช้าก็เร็วตามหลักของเหตุและผล การใช้งานในภาษาไทยมักจะเน้นไปที่ผลของการกระทำที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้กระทำ
ตัวอย่างการใช้งาน
- “เขาถูกไล่ออกจากงานเพราะนิสัยไม่ดีของเขาเอง นี่แหละ karma“
- “การช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อาจจะไม่ได้เห็นผลทันที แต่เชื่อว่า karma จะส่งผลดีกลับมาแน่นอน”
- “อย่าไปทำร้ายใครเลยนะ เพราะ karma มันมีจริง”
บริบทที่ใช้บ่อย
“Karma” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมทางศีลธรรม ผลของการกระทำที่สะท้อนกลับมา และความเชื่อทางศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธ ที่สอนเรื่องกฎแห่งกรรม ว่าทุกการกระทำมีผลตามมาเสมอ
FAQ SECTION
“Karma” ต่างจาก “บุญ” และ “บาป” อย่างไร?
“Karma” เป็นคำที่ครอบคลุมถึงการกระทำทุกประเภท ทั้งดีและไม่ดี ส่วน “บุญ” คือผลของการกระทำดี และ “บาป” คือผลของการกระทำไม่ดี ทั้งบุญและบาปถือเป็นส่วนหนึ่งของ “Karma” ในมุมมองของพุทธศาสนา
เราสามารถเปลี่ยน “Karma” ของตัวเองได้หรือไม่?
ตามหลักคำสอนทางศาสนาพุทธ การกระทำในปัจจุบันสามารถสร้าง “Karma” ใหม่ได้เสมอ ดังนั้น การหมั่นทำความดี ละเว้นความชั่ว และฝึกจิตใจให้ดีงาม จะช่วยปรับปรุง “Karma” ของเราให้ดีขึ้นได้