"Invalid” แปลว่า
คำว่า “Invalid” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวเป็นภาษาไทยได้ว่า “ไม่ถูกต้อง”, “ใช้ไม่ได้”, “เป็นโมฆะ”, หรือ “ไม่มีผล” ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยทั่วไปแล้ว หมายถึงสิ่งที่ไม่เป็นไปตามกฎ ข้อบังคับ มาตรฐาน หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ทำให้สิ่งนั้นไม่สามารถยอมรับได้หรือไม่สมบูรณ์
ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Invalid” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มออนไลน์แล้วระบบแจ้งว่า “Invalid input” หรือ “ข้อมูลไม่ถูกต้อง” ซึ่งหมายความว่าข้อมูลที่เราป้อนเข้าไปนั้นผิดรูปแบบ หรือไม่ตรงกับที่ระบบต้องการ นอกจากนี้ อาจจะเจอในกรณีของบัตรต่างๆ เช่น บัตรเข้าชมงาน บัตรโดยสาร หรือคูปองส่วนลด ที่อาจจะระบุว่า “Invalid” เมื่อหมดอายุ หรือเมื่อถูกใช้งานไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ หรือในทางการแพทย์ อาจใช้กับผลการตรวจที่ “Invalid” ซึ่งหมายถึงผลการตรวจนั้นมีความผิดพลาด ไม่น่าเชื่อถือ และต้องทำการตรวจซ้ำ
ความหมายและการใช้งาน
คำว่า “Invalid” ใช้เพื่อบ่งชี้ว่าบางสิ่งบางอย่างไม่ตรงตามข้อกำหนด ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีความถูกต้องตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ทำให้ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ หรือไม่ได้รับการยอมรับ
ตัวอย่าง
- Invalid ID: หมายถึง บัตรประจำตัวที่ใช้ไม่ได้ เช่น หมดอายุ หรือไม่ใช่บัตรที่ถูกต้อง
- Invalid code: หมายถึง รหัสที่ป้อนเข้าไปไม่ถูกต้อง
- Invalid transaction: หมายถึง การทำรายการที่ไม่สำเร็จหรือไม่ถูกต้อง
- Invalid argument: ในทางคอมพิวเตอร์ หมายถึง การส่งค่าที่ไม่ถูกต้องให้กับฟังก์ชัน
บริบทที่พบบ่อย
คำว่า “Invalid” มักพบเจอในระบบคอมพิวเตอร์ การกรอกข้อมูลออนไลน์ ข้อความแจ้งเตือนต่างๆ รวมถึงเอกสาร หรือบัตรที่ต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง
“Invalid” กับ “Incorrect” ต่างกันอย่างไร?
โดยทั่วไป “Invalid” จะมีความหมายที่แรงกว่า “Incorrect” เล็กน้อย “Incorrect” หมายถึง “ไม่ถูกต้อง” ซึ่งอาจจะผิดพลาดเล็กน้อย แต่ “Invalid” หมายถึง “ใช้ไม่ได้” หรือ “เป็นโมฆะ” ไปเลย ทำให้ไม่สามารถนำไปใช้ได้เลยในสถานการณ์นั้นๆ
เมื่อเจอข้อความ “Invalid” ควรทำอย่างไร?
หากคุณเจอข้อความ “Invalid” ในระบบหรือแอปพลิเคชันใดๆ ควรตรวจสอบข้อมูลที่คุณกรอก หรือการกระทำที่คุณทำ ว่าเป็นไปตามเงื่อนไข หรือรูปแบบที่ระบบกำหนดหรือไม่ ลองตรวจสอบอีกครั้ง หรือลองทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ