"Intimate” แปลว่า

คำว่า “Intimate” เป็นภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “ใกล้ชิดสนิทสนม” หรือ “ส่วนตัวมากๆ” โดยสามารถใช้ได้กับหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สิ่งของ หรือแม้แต่ข้อมูลส่วนตัว

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Intimate” บ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง หรือการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องส่วนตัวมากๆ เช่น “They have an intimate relationship” หมายถึง พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก หรือเมื่อพูดถึงบรรยากาศ “an intimate dinner” ก็จะหมายถึง การทานอาหารค่ำแบบส่วนตัว เป็นกันเอง ไม่ได้มีคนเยอะแยะ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Intimate” สื่อถึงความใกล้ชิดในระดับที่มากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก การสัมผัส หรือการแบ่งปันเรื่องราวที่เป็นส่วนตัวมากๆ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Intimate relationship: ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนมมากๆ อาจจะเป็นคู่รัก เพื่อนสนิทที่ไว้ใจกันได้
  • Intimate conversation: การสนทนาที่เป็นส่วนตัวมากๆ การพูดคุยเรื่องลึกๆ ที่ไม่เปิดเผยกับคนทั่วไป
  • Intimate setting: สถานที่หรือบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกส่วนตัว อบอุ่น ไม่พลุกพล่าน เช่น ร้านอาหารเล็กๆ หรือมุมสงบๆ
  • Intimate details: รายละเอียดส่วนตัวมากๆ ข้อมูลที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

บริบทที่พบบ่อย

เรามักจะเจอคำว่า “Intimate” ในบริบทของความสัมพันธ์โรแมนติก ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล หรือการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

🔷 FAQ SECTION

“Intimate” ใช้กับความสัมพันธ์แบบไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ได้กับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากๆ ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก เพื่อนสนิทที่มีความผูกพันลึกซึ้ง หรือแม้แต่ครอบครัวที่พูดคุยเปิดอกกันได้

“Intimate” กับ “Close” ต่างกันอย่างไร?

“Intimate” จะสื่อถึงระดับความใกล้ชิดที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวมากกว่า “Close” ซึ่งอาจจะหมายถึงแค่ความสนิทสนมทั่วไป

Similar Posts

  • "Veterinary” แปลว่า

    คำว่า “Veterinary” เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ สุขภาพ หรือการรักษาพยาบาลสัตว์ โดยทั่วไปแล้ว เมื่อพูดถึง “Veterinary” มักจะหมายถึง “สัตวแพทย์” หรือ “การสัตวแพทย์” ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการดูแลรักษาสัตว์ป่วยและสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงการป้องกันโรคในสัตว์ด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “Veterinary” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง เช่น เมื่อเราพาสุนัขหรือแมวไปหาหมอ เราก็จะไปที่ “Veterinary clinic” หรือ “Veterinary hospital” ซึ่งก็คือคลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์นั่นเอง นอกจากนี้ ยังอาจพบเห็นในผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ เช่น “Veterinary diet food” ซึ่งเป็นอาหารทางการแพทย์สำหรับสัตว์ที่สัตวแพทย์แนะนำ หรือในหัวข้อข่าวที่เกี่ยวกับสุขภาพสัตว์ หรือโรคระบาดในสัตว์ ความหมายและการใช้งาน “Veterinary” หมายถึง เกี่ยวข้องกับสัตวแพทย์ สุขภาพสัตว์ หรือการแพทย์สำหรับสัตว์ ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคตัวอย่าง: “I need to take my cat to the Veterinary…

  • "Advocacy” แปลว่า

    คำว่า “Advocacy” หมายถึง การสนับสนุน การส่งเสริม หรือการดำเนินการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ สิทธิ หรืออุดมการณ์บางอย่าง เป็นการแสดงออกถึงจุดยืนและพยายามทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือได้รับการยอมรับในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ในชีวิตประจำวัน เราอาจพบเห็นการ “Advocacy” ได้ในหลายรูปแบบ เช่น การรวมกลุ่มกันเพื่อเรียกร้องสิทธิของผู้บริโภค การรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่การที่บุคคลหนึ่งพยายามโน้มน้าวให้ผู้อื่นเห็นด้วยกับแนวคิดของตนเอง การ “Advocacy” มักเกี่ยวข้องกับการสื่อสาร การให้ข้อมูล และการสร้างความเข้าใจ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติหรือการตัดสินใจที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Advocacy” มาจากภาษาอังกฤษ หมายถึง การดำเนินการเพื่อสนับสนุนหรือปกป้องใครบางคนหรือบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งอาจเป็นบุคคล กลุ่มคน สิทธิ หรือนโยบาย การ “Advocacy” ไม่ใช่แค่การพูด แต่เป็นการลงมือทำเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ตัวอย่าง ตัวอย่างการ “Advocacy” ที่พบบ่อย เช่น กลุ่มผู้ป่วยโรคหายากที่รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยและพัฒนายา หรือนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนที่พยายามผลักดันให้เกิดกฎหมายคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Advocacy” มักถูกใช้ในบริบทของการเมือง สังคม กฎหมาย และธุรกิจ โดยเน้นที่การสร้างความตระหนัก การเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือการปกป้องสิทธิ การ…

  • "ซื่อจื่อ” แปลว่า

    คำว่า “ซื่อจื่อ” (Shù zǐ – 庶子) เป็นคำศัพท์ภาษาจีนที่ใช้เรียก “บุตรนอกสมรส” หรือ “บุตรที่เกิดจากภรรยาน้อย” ในบริบทของสังคมจีนโบราณ ซึ่งให้ความสำคัญกับระบบครอบครัวและลำดับชั้นอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วบุตรที่เกิดจากภรรยาเอกจะมีความสำคัญและมีสิทธิมากกว่าบุตรที่เกิดจากภรรยาน้อย ในชีวิตประจำวันของคนจีนโบราณ การเรียก “ซื่อจื่อ” มีนัยยะทางสังคมที่ชัดเจน บ่งบอกถึงสถานะของบุคคลในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวขุนนางหรือตระกูลใหญ่ที่มีภรรยาหลายคน การมีบุตรนอกสมรสหรือบุตรจากภรรยาน้อยนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่สิทธิและการสืบทอดมรดกจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บุตรชายที่เกิดจากภรรยาเอกมักจะได้รับการยกย่องให้เป็นทายาทหลัก ในขณะที่ “ซื่อจื่อ” อาจมีบทบาทรองลงมา หรือมีสิทธิบางประการที่จำกัดกว่า ความหมายและการใช้งาน “ซื่อจื่อ” หมายถึง บุตรชายที่เกิดจากภรรยาน้อย หรือมารดาที่ไม่ได้มีสถานะเป็นภรรยาเอกตามกฎหมายในครอบครัวนั้นๆ คำนี้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างทางสังคมและครอบครัวแบบปิตาธิปไตยที่เข้มงวดในอดีตของจีน บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “ซื่อจื่อ” มักปรากฏในวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ หรือการอ้างอิงถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของจีนโบราณ เพื่ออธิบายถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดและสถานะภายในครอบครัว เช่น ในเรื่องราวการสืบทอดตำแหน่ง การแบ่งปันทรัพย์สิน หรือแม้กระทั่งในความขัดแย้งภายในครอบครัว “ซื่อจื่อ” คืออะไร? “ซื่อจื่อ” คือ บุตรชายที่เกิดจากภรรยาน้อย หรือมารดาที่ไม่ได้มีสถานะเป็นภรรยาเอกในครอบครัวจีนโบราณ บุตรนอกสมรสกับซื่อจื่อต่างกันหรือไม่? โดยทั่วไปแล้ว “ซื่อจื่อ” จะหมายถึงบุตรที่เกิดจากภรรยาน้อยซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่งภายในครอบครัว แม้จะมีสถานะรองกว่าบุตรจากภรรยาเอกก็ตาม ส่วนบุตรนอกสมรสที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับภรรยาน้อยอาจมีสถานะที่แตกต่างออกไปอีก

  • "Lawyer” แปลว่า

    คำว่า “Lawyer” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย หรือที่เราคุ้นเคยกันในภาษาไทยว่า “ทนายความ” นั่นเองค่ะ Lawyer คือบุคคลที่ได้รับการฝึกฝนอบรมด้านกฎหมาย และได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพในการให้คำปรึกษา แนะนำ และดำเนินการทางกฎหมายแก่ผู้อื่น ทั้งในเรื่องคดีความต่างๆ การร่างสัญญา หรือการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายในเรื่องอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะนึกถึง Lawyer เมื่อเราหรือคนรู้จักมีปัญหาทางกฎหมาย เช่น โดนฟ้องร้อง มีข้อพิพาทเรื่องมรดก ต้องการทำพินัยกรรม หรือต้องการความช่วยเหลือในการดำเนินคดีต่างๆ เราก็จะมองหา Lawyer เพื่อให้เขาช่วยดูแลเรื่องคดีความ หรือให้คำปรึกษาเพื่อให้เราเข้าใจสิทธิ์และทางออกของปัญหาได้ดียิ่งขึ้นค่ะ บางครั้ง Lawyer ก็อาจจะทำงานในบริษัทเป็นที่ปรึกษากฎหมาย หรือทำงานให้กับหน่วยงานรัฐบาลด้วยเช่นกัน ความหมายและการใช้งาน Lawyer หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่สามารถให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และเป็นตัวแทนในการดำเนินการตามกฎหมายได้ การใช้งานคำนี้ในภาษาไทยมักจะหมายถึง “ทนายความ” โดยตรง ตัวอย่างการใช้งาน ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องสัญญา ควรปรึกษา Lawyer เพื่อให้แน่ใจว่าสัญญาถูกต้องตามกฎหมาย เขาต้องการ Lawyer ที่มีความเชี่ยวชาญด้านคดีอาญามาช่วยสู้คดีให้ บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า Lawyer มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับระบบกฎหมาย การดำเนินคดี การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย หรือเมื่อต้องการความช่วยเหลือจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย…

  • "Boutiques” แปลว่า

    คำว่า “Boutiques” (บูติก) หมายถึง ร้านค้าที่มีขนาดเล็ก เน้นขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม สินค้ามีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ หรือเป็นดีไซน์ที่แตกต่างจากร้านค้าทั่วไป โดยมักจะจำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า หรือของตกแต่งบ้านที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Boutiques” ใช้เรียกแทนร้านเสื้อผ้าดีไซเนอร์ ร้านขายของแฮนด์เมด หรือร้านที่นำเข้าสินค้าแฟชั่นจากต่างประเทศที่มีจำนวนจำกัด การเดินเข้าร้านบูติกมักจะให้ความรู้สึกถึงการได้ค้นพบไอเท็มที่ไม่เหมือนใคร มีสไตล์เฉพาะตัว และมักจะได้รับการบริการที่เป็นกันเองมากกว่าร้านค้าขนาดใหญ่ ความหมายและการใช้งาน Boutiques คือร้านค้าปลีกที่มีขนาดเล็กกว่าห้างสรรพสินค้าทั่วไป โดยเน้นการนำเสนอสินค้าที่มีความพิเศษ อาจเป็นเสื้อผ้าแบรนด์ดีไซเนอร์อิสระ สินค้าทำมือ งานฝีมือ หรือสินค้าที่คัดสรรมาตามสไตล์ของร้านนั้นๆ คำว่า “บูติก” สื่อถึงความมีรสนิยม ความใส่ใจในรายละเอียด และความเป็นส่วนตัวในการเลือกซื้อสินค้า ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “ฉันเจอเดรสสวยมากจากร้านบูติกแถวสยาม” หรือ “ร้านบูติกแห่งนี้มีเครื่องประดับแฮนด์เมดที่น่ารักสุดๆ” การใช้คำว่าบูติกช่วยบ่งบอกว่าสินค้าที่ซื้อมาจากร้านที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่ใช่ร้านขายส่งหรือร้านแฟชั่นทั่วไป บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Boutiques” มักพบได้บ่อยในบริบทของแฟชั่น การออกแบบ และไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในย่านที่มีความทันสมัย หรือแหล่งรวมร้านค้าที่มีเอกลักษณ์ การกล่าวถึง “บูติก” มักจะสื่อถึงความหรูหรา (แต่ไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป)…

  • "Quarter” แปลว่า

    คำว่า “Quarter” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “ไตรมาส” ซึ่งเป็นการแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กันในรอบปีหนึ่งๆ โดยแต่ละไตรมาสจะครอบคลุมระยะเวลา 3 เดือน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นการใช้คำว่า “Quarter” ในบริบทต่างๆ เช่น การเงิน การธุรกิจ หรือแม้แต่การวางแผนกิจกรรมต่างๆ เช่น บริษัทอาจจะมีการรายงานผลประกอบการราย “Quarter” หรือนักเรียนอาจจะมีการสอบกลางภาคที่เรียกว่า “Mid-quarter exam” ซึ่งหมายถึงการสอบในช่วงประมาณกลางของภาคการศึกษานั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Quarter” หมายถึง ช่วงเวลา 3 เดือน โดยปกติจะนับเรียงตามปฏิทิน คือ Q1 (ไตรมาสที่ 1): มกราคม – มีนาคม Q2 (ไตรมาสที่ 2): เมษายน – มิถุนายน Q3 (ไตรมาสที่ 3): กรกฎาคม – กันยายน Q4 (ไตรมาสที่…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *