"Fingers” แปลว่า

คำว่า “Fingers” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง นิ้วมือของคนเรานั่นเองค่ะ เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “finger” ซึ่งหมายถึงนิ้วเดี่ยวๆ ทั่วไปแล้ว เวลาพูดถึงนิ้วมือ เราจะนึกถึงนิ้วทั้งห้านิ้วที่มือของเรา ไม่ว่าจะเป็นนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง หรือนิ้วก้อย

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Fingers” ในหลากหลายบริบท เช่น เวลาพูดถึงการสัมผัส การหยิบจับสิ่งของ การแสดงท่าทาง หรือแม้แต่ในการเปรียบเทียบต่างๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเห็นใครกำลังเล่นเปียโน เราอาจจะบอกว่า “She has beautiful fingers for playing the piano” หรือถ้าเรากำลังอธิบายวิธีการทำอะไรบางอย่าง เราอาจจะพูดว่า “Use your fingers to mix the ingredients” เป็นต้น นอกจากนี้ คำว่า “Fingers” ยังถูกนำไปใช้ในสำนวนหรือวลีต่างๆ ที่มีความหมายเฉพาะเจาะจงอีกด้วย

ความหมายและการใช้งาน

“Fingers” คือคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “นิ้วมือ” โดยทั่วไปหมายถึงนิ้วมือทั้งห้านิ้วของคนเรา ใช้ในความหมายตรงตัวเกี่ยวกับการสัมผัส การหยิบจับ การแสดงออกทางกาย หรือใช้ในสำนวนต่างๆ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “He has long fingers, good for playing the guitar.” (เขามีนิ้วยาว เหมาะกับการเล่นกีตาร์)
  • “Be careful not to get your fingers caught in the machine.” (ระวังอย่าให้นิ้วของคุณติดเข้าไปในเครื่องจักร)
  • “She pointed with her fingers to the map.” (เธอใช้นิ้วชี้ไปที่แผนที่)

บริบทและการใช้งานทั่วไป

คำว่า “Fingers” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ใช้นิ้วมือ เช่น การหยิบ การจับ การสัมผัส การพิมพ์ หรือการแสดงท่าทางต่างๆ นอกจากนี้ยังปรากฏในสำนวนภาษาอังกฤษหลายสำนวนที่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น “to have a finger in every pie” (เข้าไปยุ่งทุกเรื่อง) หรือ “to point the finger at someone” (ชี้หน้ากล่าวโทษใครบางคน)

🔷 FAQ SECTION

“Fingers” ต่างจาก “Toes” อย่างไร?

“Fingers” หมายถึงนิ้วมือ ส่วน “Toes” หมายถึงนิ้วเท้าค่ะ

มีสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้คำว่า “Fingers” ที่ควรรู้หรือไม่?

มีหลายสำนวนค่ะ เช่น “to have sticky fingers” (หมายถึงขโมยของเก่ง) หรือ “to count on one’s fingers” (หมายถึงนับเลขช้าๆ หรือมีจำนวนน้อย)

Similar Posts

  • "Shift” แปลว่า

    คำว่า “Shift” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ การเปลี่ยนแปลง การย้าย หรือการเลื่อน โดยทั่วไปแล้วจะใช้ในบริบทที่ต้องการสื่อถึงการเปลี่ยนตำแหน่ง การเปลี่ยนสถานะ หรือการเปลี่ยนทิศทาง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นการใช้คำว่า “Shift” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การเปลี่ยนกะทำงาน (shift work) ที่หมายถึงการทำงานสลับเวลาไปเรื่อยๆ หรือเมื่อพูดถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ (shift in perspective) ก็หมายถึงการเปลี่ยนมุมมองความคิดของเราให้แตกต่างไปจากเดิม นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เช่น การเลื่อนวัตถุ (shift an object) หรือการเปลี่ยนเกียร์รถยนต์ (shift gears) ก็เป็นการใช้คำว่า “Shift” ในความหมายของการเคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนตำแหน่งนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Shift” มีความหมายครอบคลุมหลายด้าน ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยหลักๆ แล้วหมายถึง: การเปลี่ยนแปลง: การเปลี่ยนจากสภาวะหนึ่งไปสู่อีกสภาวะหนึ่ง เช่น A shift in policy (การเปลี่ยนแปลงนโยบาย) การย้าย: การเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เช่น The…

  • "Get Up” แปลว่า

    คำว่า “Get Up” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป มีความหมายหลักๆ คือ การลุกขึ้นยืน หรือ การตื่นนอน โดยทั่วไปแล้วจะใช้เมื่อต้องการสื่อถึงการเปลี่ยนอิริยาบถจากท่านั่งหรือท่านอนมาเป็นท่ายืน หรือใช้ในบริบทของการตื่นจากที่นอนในตอนเช้า ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Get Up” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเพื่อนปลุกให้ตื่นนอนตอนเช้า หรือเมื่อคุณครูสั่งให้นักเรียนลุกขึ้นยืนในห้องเรียน นอกจากนี้ยังอาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง การลุกขึ้นมาต่อสู้ หรือการกลับมายืนหยัดอีกครั้งหลังจากล้มเหลวหรือเผชิญอุปสรรค ความหมายและการใช้งาน “Get Up” สามารถแปลได้ว่า “ลุกขึ้น” หรือ “ตื่นนอน” ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ การใช้งานจะเน้นที่การเปลี่ยนสถานะจากการอยู่กับที่ (นั่ง, นอน) ไปสู่การเคลื่อนไหว หรือจากการหลับไปสู่การตื่น ตัวอย่างการใช้งาน “It’s time to get up!” (ได้เวลาตื่นนอนแล้ว!) “Please get up and give your seat to the elderly.” (กรุณาลุกขึ้นและให้ที่นั่งแก่ผู้สูงอายุ) “He…

  • "Tender” แปลว่า

    คำว่า “Tender” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ อยู่สองแบบ คือ “อ่อนโยน” หรือ “นุ่มนวล” และอีกความหมายหนึ่งคือ “การเสนอราคา” หรือ “การประมูล” ซึ่งการใช้งานจะแตกต่างกันไปตามบริบทค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Tender” ในความหมายแรกมากกว่า เช่น การพูดถึงอารมณ์ความรู้สึกที่แสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย หรือความเมตตา หรืออาจจะหมายถึงสิ่งของที่มีลักษณะนุ่ม ไม่แข็ง เช่น เนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกแล้วเปื่อยนุ่ม หรือดอกไม้ที่ยังตูมอยู่ ส่วนในอีกความหมายหนึ่ง มักจะใช้ในวงการธุรกิจ หรือการจัดซื้อจัดจ้าง ที่หมายถึงการยื่นข้อเสนอเพื่อขอทำงาน หรือขอซื้อสินค้า/บริการค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Tender” สามารถแปลได้หลายอย่างขึ้นอยู่กับบริบท: อ่อนโยน, นุ่มนวล: ใช้บรรยายลักษณะนิสัย ท่าที หรือความรู้สึก เช่น “He gave her a tender smile.” (เขายิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน) หรือ “She has a tender heart.” (เธอเป็นคนใจอ่อนโยน)…

  • "Resilient” แปลว่า

    คำว่า “Resilient” (รีซิเลียนท์) ในภาษาไทยหมายถึง การปรับตัวได้ดีเมื่อเผชิญกับความยากลำบาก การเปลี่ยนแปลง หรือเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เป็นความสามารถในการฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากเจออุปสรรค หรือการยืนหยัดอย่างเข้มแข็งเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า Resilient เพื่ออธิบายถึงคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง ไม่ย่อท้อต่อปัญหา หรือสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต เช่น เด็กที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วหลังจากการย้ายบ้าน หรือคนที่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งหลังจากล้มเหลวในธุรกิจ คนที่มีความ Resilient มักจะมองเห็นโอกาสในวิกฤต และสามารถจัดการกับอารมณ์และความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายและการนำไปใช้ Resilient หมายถึง ความสามารถในการฟื้นตัวและปรับตัวได้ดีต่อสถานการณ์ที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว การงาน หรือสังคม คนที่ Resilient จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แต่จะเรียนรู้จากประสบการณ์และแข็งแกร่งขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน “นักกีฬาทีมนี้มีความ Resilient สูงมาก แม้จะตามหลังอยู่ ก็ยังสู้จนนาทีสุดท้าย” “เธอเป็นคน Resilient มาก ผ่านเรื่องร้ายๆ มาได้หลายครั้ง แต่ก็ยังยิ้มได้เสมอ” “การสร้างระบบนิเวศที่ Resilient เป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Resilient มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยา การพัฒนาตนเอง…

  • "Community” แปลว่า

    “Community” เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ชุมชน” หรือ “กลุ่มคนที่มีความสนใจ ประสบการณ์ หรือเป้าหมายร่วมกัน” โดยอาจเป็นกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์กันในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์เดียวกัน หรือเป็นกลุ่มคนที่มีความเชื่อมโยงกันผ่านอินเทอร์เน็ตหรือความสนใจเฉพาะด้าน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Community” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น ชุมชนออนไลน์ (online community) ที่ผู้คนมารวมตัวกันพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจร่วมกัน เช่น แฟนคลับของศิลปิน กลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยง หรือกลุ่มผู้เล่นเกม นอกจากนี้ยังหมายถึงชุมชนในพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ เช่น ชุมชนหมู่บ้าน ชุมชนแออัด หรือชุมชนที่เกิดจากการรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ชุมชนคนรักสุขภาพ ชุมชนคนรักการอ่าน เป็นต้น การใช้คำว่า “Community” ช่วยให้เราเข้าใจถึงการรวมกลุ่มของผู้คนที่มีจุดร่วมบางอย่างที่ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและมีการปฏิสัมพันธ์กัน ความหมายและการใช้งาน “Community” หมายถึง การรวมตัวกันของบุคคลที่มีลักษณะร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานที่ตั้ง ความสนใจ อาชีพ วัฒนธรรม หรือเป้าหมาย การใช้งานคำนี้ครอบคลุมทั้งกลุ่มคนที่มีปฏิสัมพันธ์กันในโลกจริงและโลกเสมือน บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Community” มักถูกใช้ในบริบทต่างๆ ดังนี้: ชุมชนออนไลน์ (Online Community): กลุ่มคนที่มีปฏิสัมพันธ์กันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น ฟอรัม…

  • "Candidates” แปลว่า

    คำว่า “Candidates” ในภาษาไทยหมายถึง “ผู้สมัคร” หรือ “ผู้ท้าชิง” โดยทั่วไปแล้วใช้เรียกบุคคลที่กำลังพิจารณาหรือแข่งขันกันเพื่อตำแหน่งงาน, การเลือกตั้ง, รางวัล, หรือโอกาสใดๆ ที่มีการแข่งขัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Candidates” ในบริบทของการสมัครงาน เช่น เมื่อบริษัทกำลังมองหาพนักงานใหม่ พวกเขาจะพูดถึง “Candidates” ที่เข้ามาสมัครงาน หรือในการเมือง เราจะเห็น “Candidates” ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อเป็นตัวแทนของประชาชน การใช้คำนี้แสดงถึงบุคคลที่มีคุณสมบัติหรือความสนใจในตำแหน่งที่เปิดรับ หรือกำลังแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Candidates” หมายถึง บุคคลที่ถูกเสนอชื่อ หรือแสดงความจำนงที่จะเข้ารับตำแหน่ง, การแข่งขัน, หรือการพิจารณาใดๆ เพื่อให้ได้รับโอกาส หรือชัยชนะ เป็นคำที่ใช้ได้กว้างขวางในหลายสถานการณ์ที่ต้องมีการคัดเลือก หรือแข่งขัน ตัวอย่าง ในการสัมภาษณ์งาน ผู้จัดการฝ่ายบุคคลจะพิจารณา “Candidates” หลายคนเพื่อหาคนที่เหมาะสมที่สุด ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี “Candidates” จากพรรคการเมืองต่างๆ จะขึ้นเวทีดีเบตเพื่อหาเสียงจากประชาชน เธอเป็นหนึ่งใน “Candidates” ที่มีโอกาสได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมแห่งปี บริบทการใช้งานทั่วไป “Candidates” มักถูกใช้ในบริบทของการสรรหาบุคลากร (recruitment), การเมือง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *