"Expired” แปลว่า

คำว่า “Expired” ในภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายตรงตัวในภาษาไทยว่า “หมดอายุ” หรือ “สิ้นสุด” โดยใช้ได้กับหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า อาหาร สัญญา หรือแม้กระทั่งวันหมดอายุของเอกสารต่างๆ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Expired” บ่อยครั้งเวลาซื้อของตามร้านค้า โดยเฉพาะอาหาร หรือยา ที่จะมีระบุวันหมดอายุไว้ชัดเจนบนบรรจุภัณฑ์ หากเราเห็นคำว่า “Expired” กำกับอยู่บนสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง หมายความว่าสินค้านั้นเลยวันเวลาที่ควรจะบริโภคหรือใช้งานได้แล้ว และไม่ควรนำมาใช้หรือรับประทานอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังอาจหมายถึงการสิ้นสุดของสิทธิ์หรือการอนุญาตบางอย่าง เช่น บัตรสมาชิกที่หมดอายุ หรือวีซ่าที่หมดอายุ ก็จะใช้คำว่า “Expired” เพื่อบอกว่าไม่สามารถใช้งานต่อไปได้แล้ว

ความหมายและการใช้งาน

“Expired” หมายถึง สิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนดไว้ หรือเลยกำหนดเวลาที่ควรจะใช้งานได้แล้ว มักใช้กับสิ่งที่มีวันหมดอายุ หรือมีช่วงเวลาจำกัดในการใช้งาน

ตัวอย่างการใช้งาน

ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคำว่า “Expired” หมายถึง อาหารนั้นหมดอายุแล้ว ไม่ควรรับประทาน

บัตรสมาชิกที่ “Expired” หมายถึง บัตรนั้นหมดอายุ ไม่สามารถใช้สิทธิ์สมาชิกได้อีกต่อไป

เอกสารที่ “Expired” หมายถึง เอกสารนั้นหมดอายุการใช้งานหรือไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Expired” มักพบเห็นได้บนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ยา หรือบนบัตรต่างๆ เช่น บัตรเครดิต บัตรประชาชน บัตรสมาชิก รวมถึงเอกสารสำคัญต่างๆ ที่มีกำหนดวันสิ้นสุดอายุ

“Expired” กับ “Expiration Date” ต่างกันอย่างไร?

“Expiration Date” คือ วันที่ระบุว่าสิ่งนั้นจะหมดอายุ ส่วน “Expired” คือ สภาพที่บอกว่าสิ่งนั้นได้หมดอายุไปแล้ว

ควรทำอย่างไรเมื่อพบสินค้า “Expired”?

หากพบว่าสินค้าหมดอายุ (Expired) ไม่ควรบริโภคหรือใช้งาน และควรทิ้งไปเพื่อความปลอดภัย

Similar Posts

  • "Copy” แปลว่า

    คำว่า “Copy” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การคัดลอก หรือ การทำซ้ำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เหมือนต้นฉบับ โดยมักจะใช้ในบริบทของการทำสำเนาข้อมูล เอกสาร หรือแม้กระทั่งความคิดต่างๆ ให้มีรูปแบบเหมือนเดิมทุกประการ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Copy” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราต้องการสำเนาไฟล์เอกสารบนคอมพิวเตอร์ หรือเมื่อเราเห็นข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอที่น่าสนใจ แล้วอยากจะบันทึกไว้ หรือส่งต่อให้เพื่อน ก็จะใช้คำว่า “Copy” เพื่อคัดลอกสิ่งนั้นมา การ “Copy” จึงเป็นคำที่สื่อถึงการสร้างสำเนาที่เหมือนต้นฉบับได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ความหมายและการใช้งาน “Copy” หมายถึง การทำซ้ำหรือคัดลอกสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เหมือนต้นฉบับ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งข้อมูลดิจิทัล เช่น ข้อความ รูปภาพ ไฟล์ หรือแม้กระทั่งการคัดลอกแนวคิด การเขียน หรือการออกแบบ ตัวอย่างการใช้งาน ในบริบทของคอมพิวเตอร์ เรามักจะเห็นคำสั่ง “Copy” และ “Paste” เพื่อคัดลอกและวางข้อมูล เช่น “กด Ctrl+C เพื่อ Copy ข้อความนี้” หรือ “ฉันจะ…

  • "Drums” แปลว่า

    คำว่า “Drums” หมายถึง เครื่องดนตรีประเภทตีที่มักใช้เพื่อสร้างจังหวะและเสียงประกอบในบทเพลงต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว “Drums” จะหมายถึงชุดกลอง (drum kit) ซึ่งประกอบด้วยกลองหลายใบ เช่น กลองใหญ่ (bass drum), กลองสแนร์ (snare drum), ฉาบ (cymbals) และกลองทอมต่างๆ (tom-toms) ที่ผู้เล่นจะใช้ไม้ตีกลอง (drumsticks) หรืออุปกรณ์อื่นๆ ตีลงบนหนังกลองหรือฉาบเพื่อให้เกิดเสียง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Drums” หรือ “กลอง” ในบริบทของวงดนตรีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวงร็อค วงแจ๊ส วงป๊อป หรือแม้แต่วงโยธวาทิต มือกลอง (drummer) เป็นส่วนสำคัญที่คอยคุมจังหวะและเติมสีสันให้กับบทเพลง ทำให้เพลงมีชีวิตชีวาและน่าฟังมากขึ้น นอกจากนี้ “Drums” ยังถูกนำไปใช้ในวงการอื่นๆ เช่น ในการแสดงคอนเสิร์ต การแสดงสดต่างๆ หรือแม้กระทั่งในสตูดิโออัดเสียงเพื่อสร้างสรรค์ผลงานเพลง ความหมายและการใช้งาน “Drums” เป็นคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เครื่องดนตรีประเภทตีหลายชิ้นที่รวมกันเป็นชุด ในภาษาไทย เรามักจะเรียกทับศัพท์ว่า “กลองชุด” หรือ…

  • "Resident” แปลว่า

    คำว่า “Resident” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ อยู่สองนัยที่ใช้กันบ่อย คือ “ผู้อยู่อาศัย” และ “แพทย์ประจำบ้าน” การเลือกใช้ความหมายใดจะขึ้นอยู่กับบริบทของประโยคหรือสถานการณ์นั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า Resident ในความหมายของ “ผู้อยู่อาศัย” เช่น เมื่อพูดถึงคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หรือหมู่บ้านจัดสรร ในอีกแง่มุมหนึ่ง คำว่า Resident ก็ถูกใช้ในวงการแพทย์อย่างแพร่หลาย หมายถึง “แพทย์ประจำบ้าน” ซึ่งเป็นแพทย์ที่กำลังฝึกอบรมเพื่อเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลังจากจบการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิตแล้ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า Resident สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท: ผู้อยู่อาศัย (Resident): ใช้เรียกบุคคลที่อาศัยอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเป็นการถาวรหรือชั่วคราว เช่น ผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม, ผู้อยู่อาศัยในประเทศ แพทย์ประจำบ้าน (Resident): ใช้เรียกแพทย์ที่กำลังศึกษาต่อเฉพาะทางในโรงพยาบาล ตัวอย่างการใช้งาน ในแง่ผู้อยู่อาศัย: “The resident of apartment 3B complained about the noise.” (ผู้อยู่อาศัยของห้อง 3B ร้องเรียนเรื่องเสียงดัง) ในแง่แพทย์ประจำบ้าน: “She…

  • "Touched” แปลว่า

    คำว่า “Touched” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ถูกสัมผัส” หรือ “รู้สึกประทับใจ/ซาบซึ้ง” ซึ่งการใช้งานจะแตกต่างกันไปตามบริบทที่ปรากฏ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินหรือใช้คำว่า “Touched” ในสถานการณ์ที่ได้รับความช่วยเหลือ ได้รับของขวัญ หรือได้รับคำพูดดีๆ จนรู้สึกประทับใจจนน้ำตาไหล หรือรู้สึกขอบคุณมากๆ ตัวอย่างเช่น เพื่อนซื้อของขวัญวันเกิดให้ ก็อาจจะบอกว่า “I’m so touched!” ซึ่งหมายถึงรู้สึกประทับใจมาก หรือเมื่อมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในยามลำบาก ก็สามารถพูดได้ว่า “Thank you, I’m really touched by your kindness.” ความหมายและการใช้งาน “Touched” เป็นคำกริยาช่องที่ 3 ของกริยา “touch” ซึ่งแปลว่า สัมผัส จับต้อง หรือแตะต้อง แต่ในอีกความหมายหนึ่งที่นิยมใช้กันคือการแสดงถึงความรู้สึกที่ถูกกระทบใจอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความซาบซึ้งใจ หรือความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับจากผู้อื่น ตัวอย่าง ถูกสัมผัสทางกายภาพ: “The painting was touched by…

  • "You’re” แปลว่า

    คำว่า “You’re” เป็นรูปย่อของ “you are” ในภาษาอังกฤษ ใช้เพื่อบ่งบอกถึงบุคคลที่กำลังสนทนาด้วย หรือกล่าวถึงบุคคลที่สอง โดยมีความหมายตรงตัวว่า “คุณคือ” หรือ “คุณเป็น” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับผู้อื่น ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน “You’re” มักจะถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการพูดคุยหรืออธิบายลักษณะ นิสัย หรือสถานการณ์ที่เป็นอยู่ของผู้ฟัง เช่น เมื่อชมเชย ชี้แจง หรือถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เป็นคำที่ช่วยให้การสนทนาเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและกระชับมากขึ้น เนื่องจากเป็นการรวมสองคำเข้าด้วยกัน ทำให้การสื่อสารดูไม่เป็นทางการจนเกินไป เหมาะสำหรับการพูดคุยทั่วไปกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรู้จัก ความหมายและการใช้งาน “You’re” เป็นการรวมคำว่า “you” (คุณ) และ “are” (เป็น, อยู่, คือ) เข้าด้วยกัน โดยใช้เครื่องหมายอะพอสทรอฟี (‘) แทนตัวอักษร ‘a’ ที่ถูกละไว้ในคำว่า “are” ใช้เพื่อบอกว่าผู้ฟังเป็นใคร มีคุณสมบัติอย่างไร หรือกำลังทำอะไรอยู่ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “You’re doing a great job!”…

  • "เฟียส” แปลว่า

    คำว่า “เฟียส” (fierce) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมนำมาใช้พูดกันในชีวิตประจำวัน เพื่ออธิบายถึงลักษณะท่าทาง การแสดงออก หรือบุคลิกภาพที่ดูโดดเด่น ดุดัน ทรงพลัง น่าเกรงขาม หรือดูแกร่ง กล้าแสดงออก ไม่เกรงกลัวใคร มักใช้กับคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง และแสดงออกอย่างชัดเจนในสิ่งที่ตัวเองเป็น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “เฟียส” ถูกนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เวลาเห็นใครแต่งตัวจัดเต็ม ดูมั่นใจ มีสไตล์เป็นของตัวเอง หรือเวลาเห็นใครทำอะไรที่ดูมีความสามารถ โดดเด่น และไม่เหมือนใคร ก็อาจจะชมว่า “เฟียสมาก” หรือเวลาเห็นนักกีฬาที่เล่นได้อย่างดุดัน ทุ่มเท ก็อาจจะบอกว่า “เล่นเฟียสสุดๆ” เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับงานศิลปะ การแสดง หรือแม้แต่สินค้าที่ออกแบบมาให้ดูมีพลังและน่าดึงดูด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “เฟียส” (fierce) ในภาษาไทย หมายถึง การแสดงออกที่ดูดุดัน ทรงพลัง โดดเด่น น่าเกรงขาม หรือมีความแข็งแกร่ง มั่นใจ กล้าแสดงออก ไม่ประนีประนอม มักใช้เพื่อชื่นชมหรืออธิบายบุคลิกภาพที่น่าประทับใจ ตัวอย่างการใช้งาน “ชุดที่เธอใส่ไปงานวันนี้ดูเฟียสมากเลย!” “นักแสดงคนนี้เล่นบทบาทนี้ได้เฟียสสมบทบาทจริงๆ” “แบรนด์นี้ออกคอลเลคชั่นใหม่ที่ดูเฟียสสุดๆ”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *