"Devastating” แปลว่า

คำว่า “Devastating” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายถึงผลกระทบที่รุนแรงมาก สร้างความเสียหายอย่างหนัก หรือทำให้รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Devastating” ถูกใช้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่เลวร้าย เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทำลายล้างบ้านเรือนผู้คน หรือข่าวร้ายที่ทำให้หัวใจสลาย นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่ออธิบายถึงความผิดหวังอย่างมากในเรื่องส่วนตัว หรือความพ่ายแพ้ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อจิตใจ

ความหมายและการใช้งาน

“Devastating” หมายถึง การทำลายล้างอย่างสิ้นเชิง การทำให้เสียหายอย่างหนัก หรือการสร้างความเศร้าโศกเสียใจอย่างรุนแรง สามารถใช้ได้กับสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง หรือส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของบุคคล

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างที่ 1: “The earthquake was devastating, leaving thousands homeless.” (แผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างหนัก ทำให้ผู้คนนับพันไร้ที่อยู่อาศัย)

ตัวอย่างที่ 2: “Her breakup was devastating; she couldn’t stop crying for weeks.” (การเลิกราของเธอเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างสุดซึ้ง เธอร้องไห้ไม่หยุดไปหลายสัปดาห์)

ตัวอย่างที่ 3: “The team suffered a devastating loss in the final match.” (ทีมประสบกับความพ่ายแพ้ที่น่าเจ็บปวดในนัดชิงชนะเลิศ)

บริบทและการใช้งานทั่วไป

คำว่า “Devastating” มักถูกใช้ในข่าวสาร รายงาน หรือการสนทนาที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ร้ายแรง ภัยพิบัติ ความสูญเสีย หรือความผิดหวังที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของผู้คน

🔷 FAQ SECTION

“Devastating” หมายถึงอะไรในภาษาไทย?

“Devastating” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ทำลายล้างอย่างรุนแรง”, “สร้างความเสียหายอย่างหนัก” หรือ “น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง”

เราสามารถใช้ “Devastating” กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ได้หรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว “Devastating” ใช้กับเหตุการณ์หรือผลกระทบที่รุนแรงและมีความสำคัญ ไม่เหมาะที่จะใช้กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ส่งผลกระทบมากนัก

Similar Posts

  • "Younger” แปลว่า

    คำว่า “Younger” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “เด็กกว่า” หรือ “อายุน้อยกว่า” เมื่อนำไปใช้เปรียบเทียบกับบุคคลหรือสิ่งอื่น ๆ โดยทั่วไปแล้ว เราจะใช้คำนี้เพื่อบ่งบอกถึงความแตกต่างทางด้านอายุที่ฝ่ายหนึ่งมีอายุน้อยกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “Younger” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น การพูดถึงพี่น้องที่คนหนึ่งอายุน้อยกว่าอีกคน หรือในการเปรียบเทียบอายุระหว่างเพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งการพูดถึงรุ่นของผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีที่ใหม่กว่าและทันสมัยกว่า ซึ่งมักจะถูกมองว่า “Younger” ในแง่ของความสดใหม่และนวัตกรรม ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Younger” มาจากคำว่า “Young” ที่แปลว่า “หนุ่ม” หรือ “สาว” เมื่อเติม “-er” เข้าไป จะกลายเป็นรูปขั้นกว่า (comparative form) ใช้เพื่อเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่ง “เด็กกว่า” หรือ “อายุน้อยกว่า” อีกสิ่งหนึ่ง ตัวอย่าง “My sister is younger than me.” (น้องสาวของฉันอายุน้อยกว่าฉัน) “This model is younger than…

  • "Beginning” แปลว่า

    คำว่า “Beginning” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง จุดเริ่มต้น, การเริ่มต้น, หรือช่วงแรกของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์, การกระทำ, หรือการพัฒนา ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Beginning” เพื่ออธิบายถึงการเริ่มต้นของสิ่งต่างๆ เช่น การเริ่มต้นวันใหม่, การเริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่, หรือแม้กระทั่งการเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ๆ มันเป็นคำที่สื่อถึงจุดที่ทุกสิ่งทุกอย่างได้เริ่มขึ้น และเป็นรากฐานของสิ่งที่จะตามมา ความหมายและการใช้งาน Beginning แปลว่า จุดเริ่มต้น, การเริ่มต้น, หรือวาระแรก ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “The beginning of the movie was a bit slow.” (จุดเริ่มต้นของหนังค่อนข้างน่าเบื่อ) “This is just the beginning of our journey.” (นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางของเรา) “She found a new beginning after leaving her…

  • "Spontaneous” แปลว่า

    คำว่า “Spontaneous” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ไม่ได้ถูกวางแผน หรือไม่ได้มีการเตรียมการล่วงหน้า เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันที หรือเป็นไปตามความรู้สึก ณ ขณะนั้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Spontaneous” เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ หรือการตัดสินใจที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เช่น การชวนเพื่อนไปเที่ยวทะเลตอนเช้าโดยที่ไม่ได้วางแผนมาก่อน หรือการซื้อของบางอย่างที่เห็นแล้วชอบทันทีโดยไม่ได้คิดเยอะ เป็นการแสดงออกที่มาจากใจ หรือความต้องการในขณะนั้นจริงๆ โดยไม่มีการปรุงแต่งหรือวางแผนซับซ้อน ความหมายและการใช้งาน Spontaneous แปลว่า เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ฉับพลัน กะทันหัน หรือโดยพลัน เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่ไม่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า หรือไม่ได้เกิดจากการบังคับ แต่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือตามความรู้สึก ณ เวลานั้น ตัวอย่างการใช้งาน “It was a spontaneous decision to go to the beach.” (เป็นการตัดสินใจแบบ Spontaneous ที่จะไปทะเล) “Her laughter was spontaneous and infectious.”…

  • "Dizzy” แปลว่า

    คำว่า “Dizzy” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง อาการเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือรู้สึกมึนงง คล้ายกับจะล้ม หรือทรงตัวไม่อยู่ บางครั้งอาจรู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวกำลังหมุนไปมา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Dizzy” เมื่อเรารู้สึกไม่สบายตัวจากอาการดังกล่าว เช่น หลังจากลุกขึ้นยืนเร็วเกินไป หรือเมื่อรู้สึกไม่สบายจากการเดินทาง การใช้คำนี้จะช่วยอธิบายความรู้สึกของเราให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่ายขึ้น ความหมายและการใช้งาน อาการ Dizzy เป็นความรู้สึกไม่สบายที่เกี่ยวข้องกับการทรงตัว หรือการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การเปลี่ยนแปลงความดันโลหิต, ปัญหาสุขภาพหูชั้นใน, การขาดน้ำ, หรือแม้แต่อาการเมารถเมาเรือ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณรู้สึกไม่สบายจากการนั่งรถนานๆ คุณอาจพูดว่า “I feel a bit dizzy after that long car ride.” (ฉันรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยหลังจากการนั่งรถนานๆ) หากคุณลุกขึ้นยืนเร็วเกินไปและรู้สึกหน้ามืด คุณอาจพูดว่า “I stood up too fast and felt dizzy for a…

  • "Dietary” แปลว่า

    คำว่า “Dietary” ในภาษาไทยมีความหมายว่า เกี่ยวกับอาหาร หรือ เกี่ยวกับข้อกำหนดเรื่องอาหาร เป็นคำที่ใช้อธิบายลักษณะ ข้อกำหนด หรือคำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารของบุคคลหรือกลุ่มคน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Dietary” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ การควบคุมน้ำหนัก หรือข้อจำกัดทางอาหารต่างๆ เช่น เมื่อไปร้านอาหาร อาจมีเมนูที่ระบุว่าเป็น “Dietary Options” หมายถึง ตัวเลือกอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมอาหาร หรือเมื่อปรึกษาแพทย์เรื่องสุขภาพ แพทย์อาจแนะนำเรื่อง “Dietary Habits” ซึ่งก็คือพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ควรปรับปรุง นอกจากนี้ ในฉลากผลิตภัณฑ์อาหาร อาจมีคำว่า “Dietary Information” เพื่อบอกข้อมูลทางโภชนาการ หรือข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ต้องจำกัดการบริโภคสารอาหารบางชนิด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Dietary” หมายถึง สิ่งที่เกี่ยวข้องกับอาหาร หรือการกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงข้อจำกัด การควบคุม หรือคำแนะนำเฉพาะด้าน เช่น อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาหารสำหรับผู้ที่แพ้อาหาร หรืออาหารเพื่อสุขภาพ ตัวอย่าง Dietary restrictions: ข้อจำกัดทางอาหาร เช่น การงดอาหารบางประเภท Dietary supplements:…

  • "mains” แปลว่า

    คำว่า “mains” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “หลัก” หรือ “ส่วนสำคัญ” เป็นคำนามที่ใช้บ่งบอกถึงสิ่งที่เป็นแกนกลาง เป็นส่วนประกอบหลักที่สำคัญที่สุด หรือเป็นแหล่งพลังงานหลักของบางสิ่งบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอการใช้คำว่า “mains” ในบริบทที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าเป็นหลัก เช่น “mains electricity” หมายถึง ไฟฟ้ากระแสหลักที่มาจากแหล่งจ่ายไฟสาธารณะ หรือ “mains power” คือ พลังงานไฟฟ้าที่มาจากเต้ารับบนผนังที่เราใช้เสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ นอกจากนี้ยังอาจใช้ในความหมายอื่นที่สื่อถึงความเป็นหลักหรือส่วนสำคัญ เช่น “main course” ในมื้ออาหาร หมายถึง อาหารจานหลัก ความหมายและการใช้งาน คำว่า “mains” สื่อถึงสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นส่วนประกอบหลัก หรือเป็นแหล่งที่มาหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ตัวอย่างการใช้งาน Mains electricity: ไฟฟ้ากระแสหลักที่มาจากระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า Mains water: น้ำประปาที่มาจากระบบท่อส่งน้ำสาธารณะ Mains adapter: อะแดปเตอร์ที่แปลงไฟบ้าน (mains power) เพื่อใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “mains” มักถูกใช้ในภาษาอังกฤษทางเทคนิคและในชีวิตประจำวันเมื่อพูดถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *