"Despite” แปลว่า

คำว่า “Despite” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “แม้ว่า” หรือ “ถึงแม้ว่า” ใช้เพื่อแสดงถึงความขัดแย้ง หรือสิ่งที่เกิดขึ้นตรงกันข้ามกับสิ่งที่คาดหวัง หรือสิ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ เป็นการบอกว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรค หรือเงื่อนไขบางอย่างที่อาจจะทำให้สิ่งนั้นไม่เกิดขึ้นก็ตาม

ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “Despite” เพื่อเชื่อมโยงสองประโยคที่แสดงความแตกต่างกัน เช่น เราอาจจะบอกว่าเรามีความสุขกับอะไรบางอย่าง “despite” ปัญหาที่เจอ หรือเราอาจจะบอกว่าเราทำบางสิ่งบางอย่างสำเร็จ “despite” ความยากลำบากที่เผชิญอยู่ การใช้คำนี้ช่วยให้การสื่อสารมีความลึกซึ้งมากขึ้น โดยแสดงให้เห็นถึงความพยายาม หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย

ความหมายและการใช้งาน

“Despite” เป็นคำบุพบท (preposition) ที่มีความหมายเหมือนกับ “in spite of” ใช้เพื่อกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับสิ่งที่กำลังจะพูดถึง โดยจะตามด้วยคำนาม (noun) หรือวลีคำนาม (noun phrase) หรือกริยาเติม -ing (gerund) ก็ได้

ตัวอย่าง

  • Despite the rain, we still went for a walk. (แม้ว่าฝนจะตก เราก็ยังคงออกไปเดินเล่น)
  • She passed the exam despite her lack of preparation. (เธอสอบผ่าน แม้ว่าจะเตรียมตัวน้อยก็ตาม)
  • Despite feeling tired, he continued to work. (ถึงแม้จะรู้สึกเหนื่อย เขาก็ยังคงทำงานต่อไป)

บริบทที่พบบ่อย

“Despite” มักใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงความสำเร็จหรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่หวั่นเกรงต่ออุปสรรค หรือสถานการณ์ที่ท้าทาย เป็นการแสดงถึงความไม่ย่อท้อ หรือความสามารถในการเอาชนะข้อจำกัดต่างๆ

Despite แปลว่าอะไร?

“Despite” แปลว่า “แม้ว่า” หรือ “ถึงแม้ว่า” ใช้เพื่อแสดงความขัดแย้งระหว่างสองสิ่งที่กล่าวถึง

เราสามารถใช้ “Despite” กับอะไรได้บ้าง?

เราสามารถใช้ “Despite” ตามด้วยคำนาม, วลีคำนาม หรือกริยาเติม -ing (gerund) ได้

“Despite” กับ “Although” ต่างกันอย่างไร?

“Despite” เป็นคำบุพบทที่ตามด้วยคำนามหรือวลีคำนาม ในขณะที่ “Although” เป็นคำสันธานที่เชื่อมประโยคสมบูรณ์ (ประธาน + กริยา)

Similar Posts

  • "Failing” แปลว่า

    “Failing” เป็นคำภาษาอังกฤษที่โดยทั่วไปแล้วหมายถึง การล้มเหลว ไม่สำเร็จ หรือไม่สามารถทำตามที่คาดหวังไว้ได้ เป็นการบ่งบอกถึงสถานการณ์ที่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “Failing” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงการเรียนที่ผลการสอบไม่ดีนัก หรือธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จตามที่วางแผนไว้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับความสัมพันธ์ที่จบลง หรือแม้กระทั่งความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างให้สำเร็จได้ เป็นคำที่สะท้อนถึงความผิดหวัง หรือการไม่บรรลุเป้าหมายในด้านต่างๆ ความหมายและการใช้งาน “Failing” แปลตรงตัวว่า “การล้มเหลว” หรือ “ความล้มเหลว” ใช้ในกรณีที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ อาจเป็นได้ทั้งในเชิงรูปธรรม เช่น การสอบตก การทำธุรกิจขาดทุน หรือในเชิงนามธรรม เช่น ความล้มเหลวของแผนการบางอย่าง หรือความสัมพันธ์ที่ไปไม่รอด ตัวอย่างการใช้งาน ในบริบทของการเรียน อาจพูดว่า “He is failing his math class” หมายถึง “เขากำลังเรียนวิชาคณิตศาสตร์แล้วไม่ผ่าน” หรือในเชิงธุรกิจ “The company is failing to meet its sales targets” หมายถึง…

  • "Statue” แปลว่า

    คำว่า “Statue” ในภาษาไทยหมายถึง รูปปั้น หรือ รูปสลัก ซึ่งเป็นงานศิลปะที่สร้างขึ้นเป็นรูปคน สัตว์ หรือสิ่งของต่างๆ โดยมักจะทำจากวัสดุที่แข็งแรง เช่น หิน โลหะ ปูนปลาสเตอร์ หรือไม้ เพื่อให้คงทนและสามารถตั้งแสดงไว้ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็น “Statue” ได้ตามสถานที่ต่างๆ เช่น สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ หรือแม้แต่ตามบ้านเรือนบางหลัง เพื่อใช้ในการตกแต่ง หรือเพื่อเป็นสัญลักษณ์ระลึกถึงบุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ บางครั้งก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อความสวยงามทางศิลปะเพียงอย่างเดียว ความหมายและการใช้งาน Statue คือ สิ่งก่อสร้างที่เป็นรูปสามมิติที่จำลองรูปร่างของสิ่งมีชีวิต วัตถุ หรือนามธรรมต่างๆ ขึ้นมา มักใช้เพื่อการประดับตกแต่ง รำลึกถึงบุคคลสำคัญ หรือเพื่อแสดงออกทางศิลปะ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจเห็นรูปปั้นของพระมหากษัตริย์ตั้งอยู่หน้าอาคารราชการ หรือรูปปั้นเทพเจ้าในวัดวาอาราม นอกจากนี้ รูปปั้นสัตว์ต่างๆ ก็เป็นที่นิยมนำมาตกแต่งสวน หรือตามมุมต่างๆ ของบ้าน บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Statue” มักจะถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม หรือการตกแต่งสถานที่ต่างๆ “Statue” คืออะไร?…

  • "Names” แปลว่า

    คำว่า “Names” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวในภาษาไทยว่า “ชื่อ” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงคำหรือกลุ่มคำที่ใช้เรียกบุคคล สัตว์ สิ่งของ สถานที่ หรือแนวคิดต่างๆ เพื่อให้สามารถระบุและแยกแยะสิ่งเหล่านั้นออกจากสิ่งอื่นได้ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Names” หรือ “ชื่อ” อยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่การแนะนำตัวเอง การเรียกชื่อเพื่อน คนในครอบครัว ไปจนถึงการเรียกชื่อสถานที่ที่เราไป หรือแม้แต่ชื่อผลิตภัณฑ์ที่เราใช้กันอยู่ทั่วไป การมีชื่อทำให้เราสามารถสื่อสารและอ้างอิงถึงสิ่งต่างๆ ได้อย่างเฉพาะเจาะจงและเข้าใจตรงกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Names” หมายถึงสิ่งที่ใช้เรียกขานเพื่อระบุตัวตนหรือลักษณะเฉพาะของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อคน (เช่น สมชาย, Mary), ชื่อสัตว์ (เช่น สุนัข, แมว), ชื่อสถานที่ (เช่น กรุงเทพฯ, London), ชื่อบริษัท (เช่น Google, Apple), หรือแม้กระทั่งชื่อของสิ่งไม่มีชีวิต (เช่น โต๊ะ, เก้าอี้) ในภาษาไทย เราใช้คำว่า “ชื่อ” เพื่อสื่อความหมายเดียวกันนี้ ตัวอย่างการใช้งาน “What are your…

  • "Places” แปลว่า

    คำว่า “Places” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง สถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สาธารณะ สถานที่ส่วนตัว หรือสถานที่ที่ใช้ในการอ้างอิงถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วเราจะใช้คำนี้เพื่อกล่าวถึงที่ตั้ง หรือบริเวณที่มีลักษณะเฉพาะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Places” ในหลากหลายบริบท เช่น การพูดคุยเกี่ยวกับการเดินทาง การนัดหมาย หรือการอธิบายถึงสถานที่ที่เราเคยไปหรืออยากจะไป ตัวอย่างเช่น เมื่อเพื่อนถามว่า “Have you been to any interesting places lately?” (ช่วงนี้ไปเที่ยวที่ไหนน่าสนใจมาบ้างไหม?) เราก็จะเข้าใจว่าเขากำลังถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานที่ที่น่าสนใจต่างๆ ที่เราได้ไปเยือนมา หรือเมื่อเราวางแผนการเดินทาง เราก็อาจจะพูดว่า “Let’s find some good places to eat.” (เรามาหาที่กินอร่อยๆ กันเถอะ) ซึ่งหมายถึงการหาร้านอาหารหรือแหล่งกินต่างๆ นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Places” เป็นคำนามพหูพจน์ของ “Place” ซึ่งหมายถึง ที่, สถานที่, ตำแหน่ง, พื้นที่ หรือบ้านเรือน สามารถใช้กล่าวถึงสถานที่ได้หลากหลายรูปแบบ…

  • "Exciting” แปลว่า

    คำว่า “Exciting” เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายถึงความรู้สึกตื่นเต้น เร้าใจ หรือน่าสนใจ เมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นที่ทำให้เรารู้สึกกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น หรือมีความสุข เป็นคำที่แสดงถึงประสบการณ์ที่ทำให้หัวใจเต้นแรง หรือทำให้เรารู้สึกว่ามีอะไรพิเศษกำลังจะเกิดขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Exciting” เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ กิจกรรม หรือข่าวสารที่ทำให้เรารู้สึกดีเป็นพิเศษ เช่น การไปเที่ยวในสถานที่ที่ไม่เคยไป การได้ลองทำกิจกรรมใหม่ๆ หรือการได้รับข่าวดีที่รอคอยอยู่ เพื่อนๆ อาจจะบอกว่า “งานปาร์ตี้นี้ต้อง Exciting มากแน่ๆ!” หรือเมื่อเราอ่านเรื่องราวที่น่าติดตาม เราก็อาจจะบอกว่า “เรื่องนี้มัน Exciting จริงๆ เลย” ความหมายและการใช้งาน “Exciting” หมายถึง น่าตื่นเต้น, เร้าใจ, น่าสนใจอย่างยิ่ง ใช้บรรยายถึงสิ่งที่มีแนวโน้มจะทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้น เช่น การผจญภัยครั้งใหม่, การแข่งขันกีฬาที่สูสี, หรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าประทับใจ ตัวอย่าง ประโยคตัวอย่าง: “การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ Exciting มาก” “ฉันรู้สึก Exciting ที่จะได้เจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน” “หนังเรื่องใหม่นี้มีเนื้อเรื่องที่ Exciting และคาดเดาไม่ได้” บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า…

  • "Virtual” แปลว่า

    คำว่า “Virtual” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน หมายถึง สิ่งที่ไม่มีอยู่จริงในทางกายภาพ แต่สามารถรับรู้หรือมีปฏิสัมพันธ์ได้ผ่านเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ โดยทั่วไปแล้ว “Virtual” จะสื่อถึงภาพจำลอง หรือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เสมือนจริง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Virtual” ในหลายบริบท เช่น การประชุมแบบ Virtual Meeting ที่เราสามารถพูดคุย เห็นหน้ากันได้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องเดินทางมาพบกันจริงๆ หรือโลก Virtual Reality (VR) ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในอีกสภาพแวดล้อมหนึ่งจริงๆ ผ่านแว่นตา VR นอกจากนี้ ยังมี Virtual Tour ที่พาเราไปชมสถานที่ต่างๆ ได้จากที่บ้าน หรือ Virtual Assistant ที่เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวในรูปแบบดิจิทัล ความหมายและการใช้งาน “Virtual” หมายถึง สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นหรือจำลองขึ้นมาให้มีลักษณะคล้ายของจริง แต่ไม่มีตัวตนทางกายภาพที่จับต้องได้ การใช้งานในปัจจุบันมักเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งเหล่านั้นได้เสมือนจริง ตัวอย่างการใช้งาน Virtual Meeting: การประชุมออนไลน์ที่ผู้เข้าร่วมประชุมสื่อสารกันผ่านวิดีโอคอล Virtual Reality (VR):…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *