"Delay” แปลว่า

คำว่า “Delay” (ดีเลย์) เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปในภาษาไทย หมายถึง การล่าช้า, การเลื่อนเวลา, หรือการทำให้เกิดความล่าช้าออกไป มักใช้ในสถานการณ์ที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่สามารถดำเนินไปตามกำหนดเวลาเดิมได้

ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Delay” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อมีการประกาศว่าเที่ยวบินจะ “Delay” ผู้โดยสารก็จะทราบว่าเที่ยวบินนั้นจะออกเดินทางล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดไว้ หรือในการประชุม หากมีผู้เข้าร่วมบางคนยังมาไม่ถึง อาจมีการกล่าวว่า “ขอ Delay การประชุมไปก่อน” เพื่อรอให้ทุกคนพร้อมก่อนเริ่ม หรือแม้แต่ในเกมออนไลน์ หากอินเทอร์เน็ตมีปัญหา อาจเกิดอาการ “Lag” หรือ “Delay” ทำให้การควบคุมตัวละครในเกมไม่ลื่นไหล

ความหมายและการใช้งาน

“Delay” ในภาษาไทยหมายถึง การทำให้ล่าช้า หรือการล่าช้าออกไป สามารถใช้ได้กับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “เที่ยวบินของเราถูก Delay ไป 2 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย”
  • “เนื่องจากปัญหาทางเทคนิค ทำให้การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ต้อง Delay ออกไปก่อน”
  • “อย่า Delay การตัดสินใจนานเกินไปนะ”

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Delay” มักถูกใช้ในบริบทเกี่ยวกับการเดินทาง (เช่น เครื่องบิน รถไฟ), การประชุม, กิจกรรมต่างๆ, หรือแม้แต่ในเรื่องของเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต ที่ส่งผลต่อความราบรื่นในการใช้งาน

🔷 FAQ SECTION

“Delay” กับ “Postpone” ต่างกันอย่างไร?

“Delay” มักหมายถึงการล่าช้าออกไปเล็กน้อย หรือเกิดจากเหตุสุดวิสัย อาจจะยังกำหนดเวลาใหม่ที่แน่นอนไม่ได้ทันที ส่วน “Postpone” จะเป็นการเลื่อนกำหนดการออกไปอย่างเป็นทางการ มักจะมีการกำหนดวันเวลาใหม่ที่ชัดเจนกว่า

ในภาษาไทย มีคำอื่นที่ใช้แทน “Delay” ได้ไหม?

มีคำอื่นที่ใช้แทนได้ ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น “ล่าช้า”, “เลื่อน”, “ผัดวันประกันพรุ่ง” (ในกรณีที่จงใจเลื่อน) แต่คำว่า “Delay” ก็เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายและเข้าใจได้ง่าย

Similar Posts

  • "Suggest” แปลว่า

    คำว่า “Suggest” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่แปลเป็นไทยได้ว่า “แนะนำ” หรือ “เสนอแนะ” โดยมีความหมายถึงการบอกความคิดเห็น ข้อเสนอ หรือทางเลือกให้กับผู้อื่น เพื่อให้เขาใช้ประกอบการตัดสินใจหรือพิจารณา ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “suggest” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเพื่อนถามความเห็นเรื่องร้านอาหาร เราอาจจะ “suggest” ชื่อร้านที่เราเคยไปแล้วประทับใจ หรือเมื่อหัวหน้าต้องการความคิดเห็นเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่ ลูกน้องก็สามารถ “suggest” แนวทางหรือวิธีการทำงานที่คิดว่าเหมาะสมได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในการเสนอแนะความคิดเห็นเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้เป็นทางการมากนัก เช่น “I suggest we take a break” (ฉันขอแนะนำว่าเราพักกันสักหน่อยเถอะ) ความหมายและการใช้งาน “Suggest” หมายถึง การเสนอแนะความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือทางเลือกให้กับบุคคลอื่น เพื่อให้เขาได้พิจารณาหรือนำไปใช้ในการตัดสินใจ เป็นการให้ข้อมูลหรือแนวทางที่เป็นประโยชน์ ไม่ได้เป็นการบังคับ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้เลือก ตัวอย่างการใช้งาน 1. “Can you suggest a good book for…

  • "Stressing” แปลว่า

    คำว่า “Stressing” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การมีความเครียด การรู้สึกกดดัน หรือการวิตกกังวลเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง เป็นสภาวะทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกว่ามีแรงกดดันมากเกินไป หรือกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากจนทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Stressing” เพื่ออธิบายความรู้สึกเมื่อเจอกับเรื่องที่ทำให้ปวดหัว เช่น การทำงานที่หนักเกินไป การสอบที่ใกล้เข้ามา หรือปัญหาความสัมพันธ์ การพูดว่า “I’m stressing about the exam” ก็แปลว่า “ฉันกำลังเครียดเรื่องการสอบ” นั่นเอง หรือถ้าเพื่อนถามว่า “Are you okay?” เราอาจจะตอบว่า “A little stressing, I have a lot of work to finish.” ซึ่งหมายถึง “ก็เครียดนิดหน่อยน่ะ งานเยอะมากที่ต้องทำให้เสร็จ” ความหมายและการใช้งาน “Stressing” มาจากคำกริยา “stress” ซึ่งแปลว่า ทำให้เครียด กดดัน หรือเน้นย้ำ เมื่อเติม “-ing”…

  • "Nail” แปลว่า

    คำว่า “Nail” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ อยู่สองแบบ คือ “ตะปู” ซึ่งเป็นวัตถุโลหะปลายแหลมใช้ยึดติดสิ่งของต่างๆ เข้าด้วยกัน และอีกความหมายหนึ่งคือ “เล็บ” ซึ่งเป็นส่วนแข็งที่ปกคลุมปลายสุดของนิ้วมือและนิ้วเท้า ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Nail” บ่อยๆ ในบริบทที่เกี่ยวกับงานช่างหรืองานก่อสร้าง เช่น เวลาที่ช่างไม้กำลังตอกตะปูเพื่อยึดไม้ หรือเวลาที่พูดถึงการซ่อมแซมบ้าน ในอีกแง่หนึ่ง “Nail” ก็หมายถึงเล็บของเรานี่เอง เราอาจจะได้ยินคนพูดถึงการดูแลเล็บ การทาสีเล็บ หรือปัญหาเกี่ยวกับเล็บ เช่น เล็บฉีก เล็บขบ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนใช้คำว่า “Nail” ในความหมายของเล็บ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Nail” สามารถแปลได้ว่า “ตะปู” หรือ “เล็บ” ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค ตัวอย่าง “The carpenter hammered a nail into the wood.” (ช่างไม้ตอก ตะปู เข้าไปในเนื้อไม้) “She painted her nails…

  • "dont” แปลว่า

    คำว่า “don’t” เป็นรูปย่อของคำว่า “do not” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “ไม่” หรือ “อย่า” ใช้เพื่อปฏิเสธหรือห้ามการกระทำบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “don’t” บ่อยครั้งในการสนทนาทั่วไป เช่น เมื่อเพื่อนบอกให้เราทำอะไรบางอย่างแต่เราไม่ต้องการทำ เราก็อาจจะตอบว่า “I don’t want to” ซึ่งแปลว่า “ฉันไม่ต้องการทำ” หรือเมื่อมีป้ายห้ามต่างๆ ก็มักจะมีคำว่า “don’t” ปรากฏอยู่ เช่น “Don’t walk on the grass” ที่แปลว่า “อย่าเดินบนสนามหญ้า” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Don’t” ใช้เพื่อแสดงการปฏิเสธหรือการห้าม โดยวางไว้หน้าคำกริยาหลักในรูปช่องที่หนึ่ง (infinitive) เช่น Don’t go (อย่าไป), Don’t eat (อย่ากิน), Don’t touch (อย่าแตะต้อง) นอกจากนี้ยังใช้ในรูปประโยคคำถามเชิงปฏิเสธ เช่น Don’t…

  • "Draining” แปลว่า

    คำว่า “Draining” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายถึงสภาวะที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า หมดเรี่ยวแรง หรือถูกสูบพลังงานออกไปอย่างมาก อาจหมายถึงทั้งทางร่างกาย จิตใจ หรืออารมณ์ เมื่อมีสิ่งใดก็ตามที่ส่งผลให้เราสูญเสียพลังงานไปจนรู้สึกอ่อนเพลีย เราก็สามารถใช้คำว่า “draining” เพื่ออธิบายสภาวะนั้นได้ ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจไม่ได้ใช้คำว่า “draining” โดยตรงบ่อยนัก แต่เรามักจะสื่อความหมายในลักษณะเดียวกัน เช่น “รู้สึกหมดแรงเลย” “เหนื่อยจนแทบยืนไม่ไหว” หรือ “งานนี้ทำเอาเพลียไปหมด” หากต้องอธิบายสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกแบบนี้ อาจพูดได้ว่า “ประชุมยาวนานแบบนี้มัน draining มาก” หรือ “การต้องรับมือกับปัญหาเดิมๆ ซ้ำๆ มัน draining สุดๆ” ซึ่งสื่อถึงความรู้สึกเหนื่อยล้าที่สะสมจากการเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านั้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “draining” มาจากกริยา “drain” ที่แปลว่า การระบายออก การสูบออก หรือการทำให้แห้ง เมื่อเติม “-ing” เข้าไป จะทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) หรือกริยาที่กำลังกระทำ (present participle) เพื่ออธิบายถึงลักษณะของสิ่งที่กำลังสูบพลังงานออกไป หรือสภาวะที่กำลังถูกสูบพลังงานออกไป ตัวอย่างการใช้งาน สถานการณ์ที่ทำให้รู้สึก…

  • "บูรณา” แปลว่า

    คำว่า “บูรณา” (อ่านว่า บู-ระ-นา) เป็นคำกริยาในภาษาไทย หมายถึง การทำให้สมบูรณ์ การทำให้ครบถ้วน การรวมเข้าด้วยกัน หรือการทำให้ดีขึ้น เป็นการปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น หรือการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “บูรณา” ในบริบทของการพัฒนา หรือการปรับปรุง เช่น การบูรณะโบราณสถาน คือการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิม หรือการบูรณาการระบบ คือการนำระบบต่างๆ ที่แยกกันอยู่มารวมเข้าด้วยกันเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือแม้แต่การบูรณาการการศึกษา คือการนำเอาความรู้และทักษะจากหลายๆ สาขาวิชามาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่รอบด้านยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “บูรณา” สื่อถึงกระบวนการที่ทำให้สิ่งต่างๆ สมบูรณ์ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซม การปรับปรุง การรวม หรือการเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หรือทำให้สิ่งนั้นดีกว่าเดิม ตัวอย่างการใช้งาน บูรณะ : การบูรณะวัดเก่าแก่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม บูรณาการ : การบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะ บูรณาการ : การบูรณาการระบบฐานข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ บริบทที่พบบ่อย คำว่า “บูรณา” มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการ หรือในเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนา การปรับปรุง การบริหารจัดการ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *