"Compromise” แปลว่า

คำว่า “Compromise” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การประนีประนอม หรือ การยอมลดหย่อนข้อเสนอของตนเองเพื่อให้เกิดข้อตกลงร่วมกัน โดยมักจะใช้เมื่อมีความขัดแย้งหรือความเห็นไม่ตรงกันระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคล การประนีประนอมจึงเป็นหนทางในการยุติปัญหาและหาทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

ในชีวิตประจำวัน เราจะเห็นการประนีประนอมได้บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อคู่รักมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องการไปเที่ยวที่ไหน ฝ่ายหนึ่งอาจอยากไปทะเล อีกฝ่ายอยากขึ้นเขา สุดท้ายอาจตกลงกันไปในที่ที่ใกล้ทะเลและมีภูเขาอยู่ไม่ไกล หรือในการทำงาน เมื่อเพื่อนร่วมงานมีความคิดเห็นต่างกันเกี่ยวกับโปรเจกต์ การพูดคุยเพื่อหาจุดร่วมและปรับเปลี่ยนแผนให้ลงตัวก็ถือเป็นการประนีประนอมเช่นกัน มันคือการหาจุดกึ่งกลางที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าได้อะไรบางอย่าง และไม่รู้สึกว่าเสียเปรียบจนเกินไป

ความหมายและการใช้งาน

Compromise หมายถึง การประนีประนอม การยอมผ่อนปรน การลดข้อเรียกร้องของตนเองลง เพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน หรือเพื่อยุติข้อพิพาท มักใช้ในบริบทที่ต้องมีการตกลงร่วมกันระหว่างสองฝ่ายขึ้นไป ที่มีความต้องการหรือความคิดเห็นที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างที่ 1: “เราต้องยอม compromise กันบ้างนะ ถึงจะตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้” (เราต้องยอมประนีประนอมกันบ้างนะ ถึงจะตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้)

ตัวอย่างที่ 2: “การเมืองที่ดีคือการรู้จัก compromise เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ” (การเมืองที่ดีคือการรู้จักประนีประนอมเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า Compromise มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาต่อรอง การแก้ไขข้อขัดแย้ง การตัดสินใจร่วมกันในครอบครัว ที่ทำงาน หรือแม้แต่ในระดับนานาชาติ เป็นแนวคิดสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

Compromise ต่างจาก การยอมแพ้ อย่างไร?

Compromise คือการยอมลดหย่อนบางส่วนเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ แต่ยังคงรักษาผลประโยชน์บางส่วนของตนเองไว้ได้ ในขณะที่การยอมแพ้คือการสละสิทธิ์ทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข

Compromise จำเป็นเสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไป บางครั้งการยืนหยัดในจุดยืนที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งจำเป็น แต่ในหลายๆ สถานการณ์ การประนีประนอมเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการหาทางออกและรักษาความสัมพันธ์

Similar Posts

  • "Purchases” แปลว่า

    คำว่า “Purchases” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การซื้อ” หรือ “รายการที่ซื้อ” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงการกระทำของการซื้อสินค้าหรือบริการ หรือหมายถึงสินค้าหรือบริการที่ได้ซื้อมาแล้วก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Purchases” ในหลายบริบท เช่น เมื่อคุณไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า พนักงานอาจจะถามว่า “Do you have any other purchases?” ซึ่งหมายถึง “คุณมีรายการอื่นที่จะซื้ออีกไหม?” หรือเมื่อคุณได้รับใบเสร็จจากการซื้อของ ใบเสร็จนั้นก็จะแสดงรายการ “Purchases” ของคุณ หรือในแอปพลิเคชันเกี่ยวกับการช้อปปิ้ง ก็จะมีส่วนที่เรียกว่า “My Purchases” เพื่อให้คุณดูประวัติการซื้อของคุณได้ ความหมายและการใช้งาน “Purchases” เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “Purchase” ซึ่งหมายถึง การซื้อ หรือ สิ่งที่ซื้อมา การใช้งานจึงขึ้นอยู่กับบริบทว่ากำลังพูดถึงการกระทำของการซื้อ หรือสิ่งของที่ซื้อมาแล้ว ตัวอย่าง “I need to check my recent purchases.” (ฉันต้องตรวจสอบรายการซื้อล่าสุดของฉัน) “The store offers a…

  • "Whiteboard” แปลว่า

    คำว่า “Whiteboard” ในภาษาไทยหมายถึง กระดานไวท์บอร์ด ซึ่งเป็นกระดานชนิดหนึ่งที่มีพื้นผิวเรียบ ส่วนใหญ่มักเป็นสีขาว หรือบางครั้งอาจเป็นสีอื่นที่สะท้อนแสงได้ดี เพื่อให้สามารถเขียนหรือวาดรูปด้วยปากกาชนิดพิเศษ (ปากกาไวท์บอร์ด) แล้วลบออกได้ง่ายๆ โดยไม่ทิ้งคราบ เหมาะสำหรับใช้ในการนำเสนอ การประชุม การเรียนการสอน หรือการระดมสมอง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็น Whiteboard ถูกนำไปใช้ในหลายๆ สถานการณ์ เช่น ในห้องเรียน คุณครูอาจใช้ Whiteboard ในการอธิบายบทเรียน หรือในที่ทำงาน หัวหน้าทีมอาจใช้ Whiteboard เพื่อวางแผนงาน หรือแสดงไอเดียต่างๆ ให้กับสมาชิกในทีมเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น บางบ้านอาจมี Whiteboard ขนาดเล็กติดไว้ที่ผนังเพื่อจดบันทึกรายการของใช้ที่ต้องซื้อ หรือนัดหมายสำคัญต่างๆ การใช้งาน Whiteboard ทำให้การสื่อสารและการจดบันทึกเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และสามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลได้ง่าย ความหมายและการใช้งาน Whiteboard คือ กระดานที่มีพื้นผิวเรียบและมันลื่น ใช้สำหรับเขียนหรือวาดด้วยปากกาไวท์บอร์ดโดยเฉพาะ ซึ่งปากกาชนิดนี้มีหมึกที่สามารถลบออกได้ง่ายด้วยแปรงลบกระดานหรือผ้านุ่มๆ ทำให้ Whiteboard เป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการสื่อสารที่ต้องการความยืดหยุ่นและสามารถแก้ไขข้อมูลได้ทันที เช่น การจดโน้ต การแสดงแผนภาพ หรือการระดมความคิดเห็น ตัวอย่างการใช้งาน ในห้องประชุม…

  • "cropped” แปลว่า

    “Cropped” ในภาษาไทยแปลว่า “ถูกตัด” หรือ “ถูกทำให้สั้นลง” เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงการที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งถูกทำให้สั้นลงจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รูปภาพ หรือส่วนอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “cropped” ในบริบทของแฟชั่น เช่น “เสื้อครอป” (cropped top) ซึ่งหมายถึงเสื้อที่มีความยาวสั้นเหนือสะดือ หรือในกรณีของรูปภาพ อาจหมายถึงการตัดขอบภาพออกเพื่อให้ได้องค์ประกอบที่ต้องการมากขึ้น เช่น “รูปนี้ถูก cropped มาแล้ว” ก็คือรูปนี้ถูกตัดแต่งให้มีขนาดเล็กลงหรือเน้นส่วนใดส่วนหนึ่ง ความหมายและการใช้งาน “Cropped” มาจากคำกริยา “crop” ที่แปลว่า ตัด หรือ ทำให้สั้นลง เมื่อใช้เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ในรูปของกริยาช่อง 3 (past participle) จะหมายถึง “ที่ถูกตัด” หรือ “ที่ถูกทำให้สั้นลง” ตัวอย่าง เสื้อครอป (Cropped Top): เสื้อที่มีความยาวสั้น โชว์ช่วงเอว กางเกงครอป (Cropped Pants): กางเกงที่มีความยาวสั้นกว่าปกติ อาจจะเหนือข้อเท้า รูปภาพที่ถูกครอป…

  • "Flattened” แปลว่า

    คำว่า “Flattened” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำให้แบนลง ทำให้เรียบ หรือแผ่แบนออกไป โดยปกติแล้วจะใช้เพื่ออธิบายลักษณะของวัตถุที่เคยมีความหนาหรือนูน แต่ถูกทำให้แบนราบลง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Flattened” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงการทำให้เอกสารแบนเพื่อจัดเก็บ หรือเมื่อพูดถึงสถานการณ์ที่สิ่งของแบนราบลงจากการถูกกดทับ หรือแม้กระทั่งเมื่อพูดถึงลักษณะทางกายภาพของบางสิ่งบางอย่างที่ถูกทำให้แบน เช่น ลูกบอลที่ลมออกจนแบน หรือขนมปังที่ถูกกดจนแบน คำนี้จึงสื่อถึงการสูญเสียมิติความหนาหรือความนูนไป และกลายเป็นลักษณะที่แบนราบแทน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Flattened” เป็นรูปอดีตกาล (past participle) ของกริยา “to flatten” ซึ่งแปลว่า การทำให้แบนราบลง การทำให้เรียบ หรือการทำให้ยุบตัวลงจนแบน สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัวและเชิงเปรียบเทียบ ตัวอย่างการใช้งาน A flattened can: กระป๋องที่ถูกทำให้แบน (เช่น หลังจากการบริโภคและถูกเหยียบ) The pancake was flattened by the spatula: แพนเค้กแบนลงเพราะถูกตะหลิวทับ The building was…

  • "So Cool” แปลว่า

    คำว่า “So Cool” เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน มีความหมายตรงตัวว่า “ยอดเยี่ยม”, “เจ๋งมาก”, “สุดยอด” หรือ “น่าประทับใจ” เป็นการแสดงความรู้สึกชื่นชมในสิ่งต่างๆ ที่มีความโดดเด่น น่าสนใจ หรือทำออกมาได้ดีจนรู้สึกประทับใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “So Cool” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น เมื่อเห็นเสื้อผ้าแฟชั่นใหม่ๆ ที่สวยงาม, ได้ยินเพลงที่ถูกใจ, เห็นการแสดงที่น่าทึ่ง, หรือแม้กระทั่งเมื่อเพื่อนเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ การใช้คำนี้เป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกที่ดูเป็นกันเอง ไม่เป็นทางการ และสื่อถึงความประทับใจได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “So Cool” ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งของ, สถานการณ์, หรือแม้กระทั่งบุคคล ที่มีความน่าสนใจ, มีสไตล์, เป็นที่นิยม, หรือทำในสิ่งที่น่าประทับใจจนทำให้ผู้พูดรู้สึกชื่นชม การใช้งานมีความยืดหยุ่น สามารถใช้ได้กับหลากหลายบริบท ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ ที่ต้องการการยอมรับ ตัวอย่างการใช้งาน เห็นเพื่อนแต่งตัวได้เท่มาก: “ชุดที่เธอใส่วันนี้ So Cool มาก!” ได้ฟังเพลงใหม่ที่ถูกใจ: “เพลงนี้ So Cool…

  • "Called Me” แปลว่า

    คำว่า “Called Me” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่แปลตรงตัวว่า “โทรหาฉัน” หรือ “เรียกฉัน” ในบริบทของการสื่อสารทางโทรศัพท์ หมายถึงการที่บุคคลหนึ่งได้ทำการติดต่อมายังอีกฝ่ายผ่านทางโทรศัพท์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้สำนวน “Called Me” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเพื่อน โทรมาหาเรา หรือเมื่อมีคนที่เรากำลังรอการติดต่อจากเขาโทรเข้ามา เราอาจจะบอกเพื่อนอีกคนว่า “เมื่อกี้เขา Called Me มาด้วยนะ” หรือ “ฉันกำลังรอให้เขา Called Me อยู่เลย” เป็นการบอกเล่าถึงการสื่อสารที่เกิดขึ้น หรือที่กำลังจะเกิดขึ้นผ่านทางโทรศัพท์ ความหมายและการใช้งาน “Called Me” หมายถึงการกระทำที่บุคคลหนึ่งได้โทรศัพท์มาหาอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นการสื่อสารแบบสองทางผ่านระบบโทรศัพท์ โดยทั่วไปมักใช้ในบริบทของการสนทนาทั่วไป หรือเมื่อต้องการแจ้งให้ทราบว่าได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์แล้ว ตัวอย่าง “My boss Called Me this morning to discuss the project.” (เจ้านาย Called Me เมื่อเช้านี้เพื่อคุยเรื่องโปรเจกต์) “Did Sarah Called…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *