"Clumsily” แปลว่า

คำว่า “Clumsily” (คลัมซิลี่) เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำสิ่งต่างๆ อย่างเงอะงะ ซุ่มซ่าม ไม่คล่องแคล่ว หรือทำผิดพลาดเพราะขาดความประณีตหรือความชำนาญ

เวลาที่เราเห็นใครทำอะไรแล้วดูไม่ค่อยมั่นคง ล้มลุกคลุกคลาน หรือทำของหล่นบ่อยๆ เรามักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายลักษณะท่าทางหรือการกระทำนั้นๆ เช่น เพื่อนเดินชนประตู หรือทำแก้วน้ำหก ก็อาจจะบอกได้ว่าเขาทำ “clumsily” คือทำอย่างเงอะงะนั่นเอง

ความหมายและการใช้งาน

“Clumsily” อธิบายถึงลักษณะการกระทำที่ขาดความสง่างามหรือไม่ราบรื่น อาจเกิดจากความไม่คุ้นเคยกับสิ่งนั้นๆ หรือเป็นนิสัยส่วนตัวที่ค่อนข้างซุ่มซ่าม

ตัวอย่างการใช้งาน

  • เขาเดินชนโต๊ะ clumsily จนของบนโต๊ะหล่นกระจาย
  • เด็กน้อยพยายามหยิบของเล่น clumsily แต่ก็ทำหลุดมือไปหลายครั้ง
  • เธอตอบคำถามนั้น clumsily เพราะยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่ถามเท่าไหร่

บริบทที่พบบ่อย

มักใช้บรรยายการเคลื่อนไหวทางร่างกาย การหยิบจับสิ่งของ หรือแม้กระทั่งการพูดและการแสดงออกที่ดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติหรือไม่คล่องแคล่ว

🔷 FAQ SECTION

“Clumsily” ตรงกับคำไทยว่าอะไรบ้าง?

“Clumsily” สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้หลายคำ ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น เงอะงะ, ซุ่มซ่าม, ทุลักทุเล, ไม่คล่องแคล่ว, อย่างงุ่มง่าม

ใช้ “clumsily” กับสถานการณ์ไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ได้กับทุกสถานการณ์ที่ต้องการอธิบายถึงการกระทำที่ไม่คล่องแคล่ว ไม่ประณีต หรือผิดพลาด เช่น การเดิน การวิ่ง การหยิบจับ การทำงาน หรือแม้แต่การพูด.

Similar Posts

  • "Sight” แปลว่า

    คำว่า “Sight” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การมองเห็น การมองเห็นด้วยตา การที่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ หรือสิ่งที่มองเห็นได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “sight” เพื่อพูดถึงความสามารถในการมองเห็น เช่น “He has good sight” หมายถึง เขามีสายตาที่ดี หรือเมื่อพูดถึงสิ่งที่ได้เห็น เช่น “What a beautiful sight!” หมายถึง ช่างเป็นภาพที่สวยงามจริงๆ นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึง การได้พบเจอใครบางคน เช่น “I haven’t seen him for ages, but I caught sight of him at the market” แปลว่า ฉันไม่ได้เจอกับเขามานานมากแล้ว แต่ฉันก็ได้เห็นเขาแวบหนึ่งที่ตลาด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “sight” มีความหมายหลักๆ คือ การมองเห็น…

  • "Place” แปลว่า

    คำว่า “Place” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “สถานที่” หรือ “ที่ตั้ง” ครับ เป็นคำนามที่ใช้เรียกพื้นที่หรือบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สาธารณะ สถานที่ส่วนตัว หรือแม้กระทั่งพื้นที่ในจินตนาการ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Place” บ่อยครั้งมากครับ เช่น เมื่อเราถามว่า “Where is the place?” ก็คือ “สถานที่นั้นอยู่ที่ไหน?” หรือเมื่อเราบอกว่า “This is my favorite place.” ก็หมายถึง “นี่คือสถานที่โปรดของฉัน” นอกจากนี้ยังใช้ในบริบทของการจัดลำดับหรือตำแหน่ง เช่น “He got first place in the competition.” แปลว่า “เขาได้อันดับหนึ่งในการแข่งขัน” หรือแม้แต่ในสำนวนที่พูดถึงความเหมาะสม เช่น “There’s a place for everyone.” หมายถึง “ทุกคนมีที่ของตัวเอง” หรือ “มีที่ที่เหมาะสมสำหรับทุกคน” ครับ…

  • "Here’s” แปลว่า

    คำว่า “Here’s” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “นี่คือ” หรือ “นี่ไง” ใช้เพื่อแนะนำหรือชี้ให้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะกล่าวถึง หรือกำลังจะแสดงให้เห็น เป็นคำที่ช่วยให้การสื่อสารมีความกระชับและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Here’s” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเพื่อนกำลังจะเล่าเรื่องตลกให้ฟัง เขาก็อาจจะพูดว่า “Here’s a good one!” หรือเมื่อคุณครูกำลังจะแจกใบงานให้ นักเรียน ก็อาจจะพูดว่า “Here’s your homework.” หรือแม้กระทั่งเมื่อเรากำลังจะยื่นสิ่งของให้ใคร ก็สามารถพูดว่า “Here’s the book you asked for.” เป็นต้น การใช้คำนี้ช่วยให้บทสนทนาดูเป็นกันเองและรวดเร็ว Meaning & Usage “Here’s” เป็นรูปย่อของ “Here is” หรือ “Here has” โดยส่วนใหญ่จะใช้ในความหมายว่า “นี่คือ” เพื่อนำเสนอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล วัตถุ หรือความคิด…

  • "Overwhelming” แปลว่า

    คำว่า “Overwhelming” เป็นภาษาอังกฤษที่เมื่อแปลเป็นภาษาไทยจะมีความหมายว่า “ท่วมท้น” หรือ “มากมายจนรับมือไม่ไหว” เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเราต้องเผชิญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีปริมาณ ความเข้มข้น หรือความซับซ้อนมากเกินกว่าที่เราจะจัดการได้ในขณะนั้น ทำให้รู้สึกหนักอึ้ง สับสน หรือรู้สึกว่าถูกครอบงำ ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า “Overwhelming” เพื่ออธิบายสถานการณ์ต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น เมื่อมีงานเข้ามาเยอะมากจนทำไม่ทัน ก็จะรู้สึกว่างานมัน “Overwhelming” หรือเมื่อเจอข่าวสารจำนวนมหาศาลจนไม่รู้จะเริ่มเสพจากตรงไหน ก็อาจจะรู้สึกว่าข้อมูลมัน “Overwhelming” เช่นกัน หรือแม้กระทั่งเวลาเจอเรื่องที่น่าประทับใจมากๆ จนพูดไม่ออก ก็อาจจะบอกว่ามัน “Overwhelming” ในทางที่ดีก็ได้ ความหมายและการใช้งาน “Overwhelming” หมายถึง การมีมากเกินไปจนรู้สึกหนักหนา รับมือได้ยาก หรือทำให้รู้สึกท่วมท้น มักใช้เพื่ออธิบายปริมาณ ความรู้สึก หรือสถานการณ์ที่เกินกว่าขีดจำกัดในการจัดการ หรือการรับรู้ของคนๆ หนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน “The amount of work I have to do this week is overwhelming.” (ปริมาณงานที่ฉันต้องทำสัปดาห์นี้มันท่วมท้นมาก)…

  • "Breed” แปลว่า

    คำว่า “Breed” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “สายพันธุ์” หรือ “พันธุ์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้กับสัตว์ หรือพืช ที่ผ่านการคัดเลือกและผสมพันธุ์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ลักษณะที่ต้องการ หรือเพื่อคงไว้ซึ่งลักษณะเฉพาะของกลุ่มนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Breed” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว หรือสัตว์อื่นๆ รวมถึงสัตว์เศรษฐกิจ เช่น วัว ควาย ไก่ หรือแม้แต่พืชผลทางการเกษตร คนที่เลี้ยงสัตว์มักจะพูดถึง “Breed” ของสัตว์ที่ตนเองเลี้ยง เพื่อบอกถึงลักษณะเด่น ความสามารถ หรือที่มาของสัตว์ตัวนั้นๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อพูดถึงสุนัข ก็จะมีการระบุ “Breed” เช่น ลาบราดอร์, พุดเดิ้ล, หรือบางแก้ว เพื่อสื่อถึงรูปร่าง หน้าตา นิสัย และความสามารถที่แตกต่างกันไปของสุนัขแต่ละพันธุ์ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Breed” หมายถึง กลุ่มของสัตว์หรือพืชที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่เหมือนกัน หรือคล้ายคลึงกันมาก และสามารถสืบทอดลักษณะเหล่านั้นไปยังรุ่นลูกหลานได้ การ “Breed” ยังหมายถึงกระบวนการการผสมพันธุ์สัตว์หรือพืชเพื่อให้ได้ลักษณะที่ต้องการอีกด้วย ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Threats” แปลว่า

    คำว่า “Threats” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ภัยคุกคาม หรือ สิ่งที่เป็นอันตราย ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อบุคคล องค์กร หรือสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งได้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Threats” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น เวลาพูดถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์ ก็อาจมีการกล่าวถึง “cybersecurity threats” หรือภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่อาจเข้ามาโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลส่วนตัวของเรา หรือในสถานการณ์ทางการเมือง ก็อาจมีการพูดถึง “threats to national security” หรือภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Threats” เป็นคำนามพหูพจน์ มาจากคำว่า “threat” ซึ่งแปลว่า ภัยคุกคาม, การข่มขู่, หรือสิ่งที่เป็นอันตราย ใช้เพื่ออธิบายถึงสถานการณ์หรือปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ความเสี่ยง หรือผลกระทบในทางลบ ตัวอย่างการใช้งาน Business Threats: ธุรกิจอาจต้องเผชิญกับ “threats” จากคู่แข่งรายใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงของตลาด Environmental Threats: ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *