"Clear” แปลว่า

คำว่า “Clear” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ชัดเจน” หรือ “กระจ่าง” ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายบริบท ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Clear” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อต้องการให้ใครสักคนอธิบายอะไรให้ชัดเจนขึ้น หรือเมื่อเราต้องการให้ภาพหรือเสียงมีความคมชัด หรือแม้กระทั่งเมื่อต้องการให้เส้นทางหรือพื้นที่โล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง การใช้คำนี้จึงมีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่เราพบเจอ

ความหมายและการใช้งาน

“Clear” หมายถึง ความชัดเจน ไม่มีสิ่งปนเปื้อน หรือไม่มีความคลุมเครือ สามารถใช้ได้กับหลายสิ่ง เช่น:

  • ภาพ/เสียง: ภาพชัดเจน (clear picture), เสียงชัดเจน (clear sound)
  • การสื่อสาร: อธิบายให้ชัดเจน (explain clearly), เข้าใจอย่างชัดเจน (understand clearly)
  • ทัศนวิสัย: ท้องฟ้าแจ่มใส (clear sky), ถนนโล่ง (clear road)
  • การตัดสินใจ: ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด (make a clear decision)
  • สภาวะจิตใจ: จิตใจแจ่มใส (clear mind)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “ช่วยพูดให้ clear กว่านี้หน่อยได้ไหมคะ?” (Can you speak more clearly?)
  • “วันนี้อากาศดี ท้องฟ้า clear มาก” (The weather is good today, the sky is very clear.)
  • “หลังจากคุยกันแล้ว ทุกอย่างก็ clear ขึ้นเยอะ” (After talking, everything became much clearer.)
  • “ต้องรอให้ถนน clear ก่อนถึงจะไปได้” (We have to wait for the road to be clear before we can go.)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Clear” มักถูกนำไปใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความเข้าใจที่ตรงกัน การสื่อสารที่ไม่มีข้อสงสัย หรือการมองเห็นที่ไม่มีสิ่งบดบัง นอกจากนี้ยังใช้เพื่อบ่งบอกถึงการไม่มีสิ่งกีดขวาง หรือการตัดสินใจที่แน่นอน

🔷 FAQ SECTION

“Clear” ในภาษาไทยแปลว่าอะไร?

“Clear” ในภาษาไทยแปลว่า “ชัดเจน” “กระจ่าง” “โล่ง” หรือ “ใส” ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้

เมื่อไหร่ควรใช้คำว่า “Clear”?

ควรใช้คำว่า “Clear” เมื่อต้องการสื่อถึงความชัดเจนในสิ่งต่างๆ เช่น การมองเห็น การได้ยิน การสื่อสาร หรือเมื่อต้องการบ่งบอกว่าไม่มีสิ่งกีดขวาง

“Clear” ใช้กับอะไรได้บ้าง?

“Clear” สามารถใช้ได้กับหลายสิ่ง เช่น ภาพ เสียง การสื่อสาร ท้องฟ้า ถนน หรือแม้กระทั่งสภาวะจิตใจ

Similar Posts

  • "Observation” แปลว่า

    คำว่า “Observation” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การสังเกต การเฝ้าดู หรือการสำรวจสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างละเอียดรอบคอบ โดยการสังเกตนี้อาจเป็นการใช้ประสาทสัมผัส เช่น การมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น หรืออาจเป็นการใช้เครื่องมือช่วยในการรวบรวมข้อมูล เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง ความรู้ หรือความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Observation” หรือการสังเกตอยู่ตลอดเวลา เช่น เวลาคุณสังเกตอาการของลูกน้อยที่กำลังไม่สบาย หรือเวลาที่คุณสังเกตพฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานเพื่อทำความเข้าใจการทำงานของเขา หรือแม้กระทั่งการสังเกตสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน การสังเกตช่วยให้เราประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจ และปรับตัวให้เข้ากับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดียิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน Observation แปลตรงตัวว่า “การสังเกต” ซึ่งเป็นการกระทำที่เน้นการใช้ประสาทสัมผัสหรือเครื่องมือเพื่อเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการสังเกตปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ การสังเกตพฤติกรรมของมนุษย์ หรือการสังเกตการทำงานของเครื่องจักร การสังเกตที่ดีมักจะมีความเป็นกลาง ไม่ใส่ความคิดเห็นส่วนตัวเข้าไป และบันทึกสิ่งที่พบเห็นตามความเป็นจริง ตัวอย่างการใช้งาน ในบริบททางวิทยาศาสตร์ นักวิจัยทำการ observation ถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อระบบนิเวศ หรือในทางการแพทย์ แพทย์ทำการ observation อาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเพื่อวินิจฉัยโรค ในทางธุรกิจ การทำ market observation คือการสังเกตการณ์ตลาดเพื่อหาโอกาสหรืออุปสรรคใหม่ๆ บริบทที่พบบ่อย คำว่า…

  • "Primary” แปลว่า

    คำว่า “Primary” เป็นภาษาอังกฤษ แปลว่า “หลัก” หรือ “สำคัญที่สุด” เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่เป็นอันดับแรก มีความสำคัญที่สุด หรือเป็นพื้นฐานของสิ่งอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Primary” เพื่อบ่งบอกถึงสิ่งที่เป็นหัวใจหลัก หรือเป็นจุดประสงค์หลักของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น เมื่อพูดถึง “Primary goal” ก็หมายถึงเป้าหมายหลักที่สำคัญที่สุดที่เราต้องการทำให้สำเร็จ หรือ “Primary reason” ก็คือเหตุผลสำคัญอันดับแรกที่ทำให้เกิดสิ่งนั้นขึ้นมา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Primary” ใช้เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญอันดับแรก หรือความเป็นพื้นฐานของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง สามารถใช้ได้ในหลายบริบท เช่น Primary education: การศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือการศึกษาปฐมวัย Primary source: แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ หรือข้อมูลต้นฉบับ Primary color: แม่สี Primary concern: ความกังวลหลัก ตัวอย่างการใช้งาน นี่คือตัวอย่างการใช้คำว่า “Primary” ในประโยคต่างๆ: “My primary objective for this…

  • "Daily” แปลว่า

    คำว่า “Daily” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาไทย หมายถึง “รายวัน” หรือ “ทุกวัน” เป็นคำที่บอกถึงความถี่ของการเกิดขึ้นหรือการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Daily” ในหลายบริบท เช่น ข่าวสารประจำวัน (Daily News), กิจวัตรประจำวัน (Daily Routine) หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุกวัน เช่น ครีมบำรุงผิวประจำวัน (Daily Moisturizer) การใช้คำนี้ช่วยให้เราเข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ความหมายและการใช้งาน “Daily” แปลตรงตัวว่า “รายวัน” หรือ “ทุกวัน” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงความถี่ของการกระทำ เหตุการณ์ หรือสิ่งของที่เกิดขึ้น เป็นประจำในแต่ละวัน ตัวอย่างการใช้งาน Daily News: ข่าวประจำวัน Daily Routine: กิจวัตรประจำวัน Daily Dose: ปริมาณที่ต้องรับประทานทุกวัน (เช่น ยา) Daily Report: รายงานประจำวัน Daily Workout: การออกกำลังกายทุกวัน บริบทที่พบบ่อย คำว่า…

  • "Mathematics” แปลว่า

    Mathematics” หรือ “คณิตศาสตร์” เป็นวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาเกี่ยวกับปริมาณ (quantity) โครงสร้าง (structure) รูปแบบ (pattern) และการเปลี่ยนแปลง (change) โดยใช้ตรรกะและสัญลักษณ์เป็นเครื่องมือหลัก เราใช้คณิตศาสตร์ในการทำความเข้าใจโลกที่อยู่รอบตัวเรา ตั้งแต่เรื่องง่ายๆ อย่างการนับจำนวน ไปจนถึงเรื่องซับซ้อนอย่างการอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Mathematics” อยู่ตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว เช่น เวลาเราไปซื้อของแล้วต้องคำนวณเงินทอน, การดูนาฬิกาเพื่อนับเวลา, การกะระยะทางในการเดินทาง, หรือแม้แต่การวางแผนการเงินส่วนตัว การทำอาหารที่ต้องตวงวัดส่วนผสมต่างๆ หรือการคำนวณโปรโมชั่นลดราคา ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการนำคณิตศาสตร์มาใช้ในชีวิตจริงทั้งสิ้น ความหมายและการใช้งาน “Mathematics” หมายถึง วิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับตัวเลข รูปทรง ความน่าจะเป็น และความสัมพันธ์ต่างๆ เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหา วิเคราะห์ข้อมูล และพัฒนาองค์ความรู้ในหลากหลายสาขา ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเราพูดถึง “Mathematics” ในบริบทของการเรียน เราอาจหมายถึงวิชาคณิตศาสตร์ในโรงเรียน เช่น “ฉันกำลังเรียนวิชา Mathematics อยู่” หรือเมื่อพูดถึงการนำไปใช้ในชีวิตจริง เช่น “การบริหารการเงินต้องอาศัยความรู้ด้าน Mathematics พอสมควร” บริบทและการใช้งานทั่วไป “Mathematics”…

  • "Remembering” แปลว่า

    “Remembering” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การระลึกถึง การจดจำ หรือ การหวนนึกถึงเหตุการณ์ ความทรงจำ หรือบุคคลในอดีต เป็นการนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาคิดถึงอีกครั้ง ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Remembering” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเรานึกถึงวันเกิดของเพื่อน หรือเมื่อเรากำลังรำลึกถึงช่วงเวลาดีๆ ที่เคยมีร่วมกัน บางครั้งเราอาจจะ “remembering” เพลงโปรดเก่าๆ ที่เคยฟัง หรือแม้กระทั่ง “remembering” สูตรอาหารที่เคยทำ ทำให้เราสามารถนำสิ่งเหล่านั้นกลับมาใช้หรือรู้สึกถึงมันได้อีกครั้ง ความหมายและการใช้งาน “Remembering” หมายถึง กระบวนการที่สมองเก็บข้อมูลไว้และสามารถเรียกคืนข้อมูลนั้นกลับมาได้เมื่อต้องการ ซึ่งอาจเป็นการระลึกถึงข้อเท็จจริง เหตุการณ์ หรือประสบการณ์ต่างๆ การใช้งานในชีวิตประจำวันมักจะเกี่ยวข้องกับการนึกถึงสิ่งต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น หรือการพยายามจำสิ่งที่จะต้องทำ ตัวอย่าง “I’ve been remembering our trip to the beach last summer.” (ฉันกำลังระลึกถึงทริปไปทะเลของเราเมื่อฤดูร้อนที่แล้ว) “She is remembering her grandmother’s advice.” (เธอกำลังจดจำคำแนะนำของคุณย่า)…

  • "Red” แปลว่า

    คำว่า “Red” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกสีแดง ซึ่งเป็นสีพื้นฐานที่พบเห็นได้ทั่วไปในธรรมชาติและสิ่งรอบตัวเรา สีแดงมักเกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่หลากหลาย เช่น ความรัก ความโกรธ พลังงาน ความตื่นเต้น หรืออันตราย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Red” ในหลายบริบท เช่น การพูดถึงสีของสิ่งของต่างๆ เช่น เสื้อสีแดง (red shirt) รถสีแดง (red car) หรือผลไม้สีแดงอย่างแอปเปิ้ล (red apple) นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในสำนวนหรือวลีที่สื่อถึงอารมณ์หรือสถานการณ์ต่างๆ เช่น “in the red” ที่หมายถึงการขาดทุน หรือ “seeing red” ที่หมายถึงการโกรธจัด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Red” หมายถึง สีแดง เป็นสีที่อยู่ปลายสุดของสเปกตรัมแสงที่ตามองเห็นได้ โดยมีความยาวคลื่นประมาณ 625–740 นาโนเมตร ในภาษาไทย เราใช้คำว่า “สีแดง” เพื่อสื่อถึงความหมายเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน She wore a…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *