"Capture” แปลว่า

คำว่า “Capture” ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ที่สื่อถึงการจับ การยึด หรือการบันทึกสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ โดยสามารถตีความได้หลากหลายตามบริบทที่นำไปใช้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Capture” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การถ่ายภาพ (capture a photo) คือการบันทึกภาพไว้ หรือการจับกุมผู้กระทำผิด (capture a suspect) คือการจับกุมตัวบุคคลนั้นๆ นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการจับภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ (capture a screenshot) หรือการเก็บข้อมูลบางอย่างไว้ (capture data) ก็ได้เช่นกัน

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Capture” มีความหมายหลักๆ ดังนี้:

  • การจับ/การยึด: ใช้ในกรณีที่ต้องการแสดงถึงการควบคุมหรือการได้มาซึ่งบางสิ่ง เช่น การจับกุมผู้ต้องหา การยึดอาวุธ
  • การบันทึก: ใช้ในบริบทของการเก็บข้อมูล ภาพ หรือเสียงไว้ เช่น การบันทึกภาพถ่าย การบันทึกวิดีโอ การจับภาพหน้าจอ
  • การดึงดูดความสนใจ: ในบางครั้งอาจหมายถึงการทำให้บางสิ่งน่าสนใจหรือดึงดูดใจได้ เช่น หนังเรื่องนี้ capture ความรู้สึกของวัยรุ่นได้ดี

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The police managed to capture the thief.” (ตำรวจสามารถจับกุมโจรได้)
  • “I used my phone to capture the beautiful sunset.” (ฉันใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม)
  • “This software can capture your screen activity.” (ซอฟต์แวร์นี้สามารถบันทึกกิจกรรมบนหน้าจอของคุณได้)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Capture” มักปรากฏในบริบทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การถ่ายภาพ การรักษาความปลอดภัย หรือแม้แต่ในวงการเกม ที่หมายถึงการยึดพื้นที่หรือเป้าหมาย

🔷 FAQ SECTION

“Capture” ในการถ่ายภาพ หมายถึงอะไร?

“Capture” ในการถ่ายภาพ หมายถึง การบันทึกภาพนั้นไว้ด้วยกล้อง เพื่อให้สามารถนำกลับมาดูหรือใช้งานได้ในภายหลัง

คำว่า “Capture” สามารถใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้หรือไม่?

ได้ ในบางกรณี “Capture” สามารถใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ เช่น การ capture ความรู้สึก (capture the feeling) หรือการ capture บรรยากาศ (capture the atmosphere) ซึ่งหมายถึงการถ่ายทอดหรือทำให้เห็นภาพความรู้สึกหรือบรรยากาศนั้นๆ ออกมาได้

Similar Posts

  • "Visitor” แปลว่า

    คำว่า “Visitor” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ผู้มาเยือน หรือ แขกที่มาเยี่ยมเยียน โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับบุคคลที่เดินทางมายังสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเป็นครั้งคราว ไม่ใช่ผู้ที่อยู่อาศัยประจำที่นั่น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Visitor” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อมีคนมาบ้านของเรา เราก็สามารถเรียกว่าเป็น “Visitor” ได้ หรือในบริบทของเว็บไซต์ คำว่า “Visitor” หมายถึง ผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งเข้ามาดูเนื้อหาต่างๆ บนหน้าเว็บนั้นๆ นอกจากนี้ ในสถานที่ท่องเที่ยว หรืออาคารต่างๆ ก็มักจะมีป้ายที่ระบุว่า “Visitor Entrance” เพื่อบอกทางเข้าสำหรับผู้มาเยือน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Visitor” สื่อถึงบุคคลที่เข้ามายังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเยี่ยมเยียน พบปะ หรือใช้บริการต่างๆ ชั่วคราว ไม่ใช่ผู้อยู่อาศัยหรือผู้ปฏิบัติงานประจำในสถานที่นั้น การใช้งานมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น ในบ้าน ในบริษัท หรือบนโลกออนไลน์ ตัวอย่างการใช้งาน “เรามี Visitor มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทุกวัน” (We have visitors coming…

  • "Walkin” แปลว่า

    คำว่า “Walkin’” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาไทย โดยมีความหมายตรงตัวว่า “กำลังเดิน” หรือ “กำลังไป” เป็นการบอกถึงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะนั้น หรือการเคลื่อนที่ด้วยการเดิน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Walkin’” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อเพื่อนถามว่ากำลังทำอะไรอยู่ เราอาจจะตอบว่า “Walkin’ ไปตลาด” หรือ “Walkin’ กลับบ้าน” นอกจากนี้ยังอาจใช้ในเชิงเปรียบเปรย เช่น “โปรเจกต์นี้กำลัง Walkin’ ไปได้สวย” ซึ่งหมายถึงการดำเนินงานไปได้ด้วยดี หรือ “เขากำลัง Walkin’ ในวงการนี้” หมายถึงเขากำลังมีบทบาทหรือก้าวหน้าในวงการนั้นๆ คำนี้ให้ความรู้สึกถึงความต่อเนื่องและการเคลื่อนไหวที่กำลังเกิดขึ้น ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “Walkin’” คือ การกำลังเดิน หรือ การเคลื่อนที่ด้วยการเดิน แต่ในบริบทการใช้งานจริง อาจมีความหมายที่กว้างขึ้น ได้แก่: การกระทำที่กำลังดำเนินอยู่: ใช้เพื่อบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งกำลังเกิดขึ้น หรือกำลังดำเนินไป การเคลื่อนที่: ใช้เพื่อระบุว่ากำลังเดินทางหรือเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ความก้าวหน้า: ในบางครั้งอาจใช้ในเชิงเปรียบเปรยเพื่อบอกถึงความคืบหน้าหรือการเติบโต ตัวอย่างการใช้งาน “เดี๋ยว Walkin’…

  • "Days” แปลว่า

    คำว่า “Days” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลักๆ คือ “วัน” หรือ “หลายวัน” โดยเป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “day” ซึ่งหมายถึงช่วงเวลา 24 ชั่วโมง หรือช่วงเวลากลางวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Days” ในหลากหลายบริบท เช่น การนับจำนวนวัน การพูดถึงช่วงเวลาในอดีตหรืออนาคต หรือแม้แต่ในการแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับระยะเวลาที่ผ่านไป ตัวอย่างเช่น เมื่อพูดถึงการรอคอยอะไรบางอย่างเป็นเวลานาน อาจจะพูดว่า “It’s been days!” หรือเมื่อพูดถึงแผนการในอนาคต อาจจะบอกว่า “We have a few more days to go.” ความหมายและการใช้งาน “Days” หมายถึง “วัน” หรือ “หลายวัน” ใช้เพื่อระบุจำนวนวัน หรือช่วงเวลาที่มีมากกว่าหนึ่งวันขึ้นไป ตัวอย่างการใช้งาน “I haven’t seen him for days.” (ฉันไม่ได้เจอเขามาหลายวันแล้ว) “We have…

  • "Conducting” แปลว่า

    คำว่า “Conducting” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ โดยความหมายหลักๆ ที่นิยมใช้กันคือ “การนำ” หรือ “การดำเนินการ” ซึ่งหมายถึงการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จลุล่วง หรือการควบคุมทิศทางของสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Conducting” ในหลายสถานการณ์ เช่น การนำวงดนตรี (conducting an orchestra) ที่หมายถึงการใช้ไม้คนดนตรีเพื่อควบคุมจังหวะและอารมณ์เพลง หรือการดำเนินการประชุม (conducting a meeting) ที่หมายถึงการเป็นผู้นำในการประชุมเพื่อให้การสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่นและบรรลุวัตถุประสงค์ นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการประพฤติตน (conducting oneself) ซึ่งเป็นการแสดงออกหรือพฤติกรรมของบุคคล ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Conducting” มีความหมายหลักๆ ดังนี้ การนำ (Leading/Guiding): ใช้ในบริบทของการเป็นผู้นำ หรือการควบคุมทิศทาง เช่น การนำวงดนตรี การนำการสนทนา การดำเนินการ (Performing/Carrying out): ใช้ในบริบทของการทำกิจกรรมบางอย่างให้สำเร็จ เช่น การดำเนินการทดลอง การดำเนินการสำรวจ การประพฤติตน (Behaving): ใช้ในบริบทของพฤติกรรมหรือการแสดงออกของบุคคล เช่น การประพฤติตนให้เหมาะสม ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Dress” แปลว่า

    คำว่า “Dress” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกเสื้อผ้าประเภทหนึ่ง โดยทั่วไปหมายถึงชุดเดรส ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ผู้หญิงสวมใส่ โดยมีลักษณะเป็นเสื้อที่ติดกับกระโปรง หรืออาจจะเป็นชุดกระโปรงชิ้นเดียวก็ได้ ชุดเดรสมีหลากหลายรูปแบบ ดีไซน์ และเนื้อผ้า เพื่อให้เหมาะกับโอกาสและสไตล์ที่แตกต่างกันไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Dress” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงการแต่งกายไปงานต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานเลี้ยง หรือแม้แต่งานเลี้ยงบริษัท ก็มักจะมีการระบุว่าต้องแต่งกายแบบ “Dress code” ซึ่งหมายถึงรูปแบบการแต่งกายที่กำหนดไว้ หรือเวลาไปเลือกซื้อเสื้อผ้า ผู้หญิงก็มักจะมองหา “Dress” สวยๆ เพื่อใส่ในโอกาสพิเศษ หรือใส่ในชีวิตประจำวันก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ คำว่า “Dress” ยังสามารถใช้เป็นคำกริยา หมายถึง การสวมใส่เสื้อผ้า หรือการตกแต่งเสื้อผ้าให้สวยงาม ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Dress” มีความหมายหลักๆ ดังนี้: ชุดเดรส (Noun): เสื้อผ้าที่ผู้หญิงสวมใส่ มักจะเป็นชุดชิ้นเดียวที่ประกอบด้วยส่วนเสื้อและกระโปรง การแต่งกาย (Verb): การสวมใส่เสื้อผ้า หรือการตกแต่งเสื้อผ้าให้ดูดี ตัวอย่างการใช้งาน “เธอใส่ dress สวยมากในงานแต่งงาน”…

  • "Requester” แปลว่า

    “Requester” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ผู้ร้องขอ” หรือ “ผู้ขอ” โดยทั่วไปหมายถึงบุคคลหรือหน่วยงานที่ทำการยื่นคำร้อง ขอความช่วยเหลือ ขอข้อมูล หรือต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากผู้อื่นหรือจากระบบ ในชีวิตประจำวัน เราอาจพบเจอคำว่า “Requester” ได้ในหลายบริบท เช่น ในการทำงาน เมื่อพนักงานคนหนึ่งต้องการขออนุมัติงบประมาณจากหัวหน้างาน หัวหน้างานก็จะถือเป็น “Requester” ในแง่ของการขออนุมัติ หรือเมื่อเราเข้าไปในเว็บไซต์และกรอกแบบฟอร์มเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม ตัวเราเองก็จะเป็น “Requester” ของข้อมูลนั้น หรือในระบบคอมพิวเตอร์ คำว่า “Requester” อาจหมายถึงโปรแกรมหรือผู้ใช้งานที่ส่งคำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์เพื่อขอข้อมูลหรือบริการบางอย่าง ความหมายและการใช้งาน “Requester” หมายถึงผู้ที่แสดงความต้องการหรือยื่นคำขออย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ได้ การใช้งานคำนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และบริบทที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นไปที่บทบาทของผู้ที่เริ่มต้นกระบวนการขอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน ในระบบ IT: “The server received a request from an unknown requester.” (เซิร์ฟเวอร์ได้รับคำขอจากผู้ร้องขอที่ไม่รู้จัก) ในการบริหาร: “The requester needs to fill out form A-12 before…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *