"Broken” แปลว่า

คำว่า “Broken” เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายสภาพของสิ่งของที่ชำรุดเสียหาย แตกหัก ไม่สมบูรณ์ หรือใช้งานไม่ได้อีกต่อไป สามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งของที่เป็นรูปธรรม เช่น ของเล่นที่หัก หรือสิ่งของนามธรรม เช่น ความสัมพันธ์ที่แตกร้าว หรือหัวใจที่บอบช้ำ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Broken” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเราทำของตกแล้วแตก เราอาจจะพูดว่า “My phone is broken” (โทรศัพท์ของฉันพัง) หรือเมื่อเราได้ยินข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนรู้จักที่จบลง เราก็อาจจะใช้คำว่า “Their relationship is broken” (ความสัมพันธ์ของพวกเขาสิ้นสุดลง) หรือแม้กระทั่งเมื่อรู้สึกเสียใจผิดหวังอย่างมาก ก็อาจจะกล่าวได้ว่า “My heart is broken” (ใจของฉันแตกสลาย)

ความหมายและการใช้งาน

“Broken” หมายถึง สภาพที่ถูกทำให้แตกหัก เสียหาย หรือไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ใช้ได้ทั้งกับวัตถุทางกายภาพและสิ่งที่เป็นนามธรรม

ตัวอย่างการใช้งาน

  • สิ่งของ: “The vase is broken.” (แจกันแตก)
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า: “My laptop is broken, I can’t turn it on.” (แล็ปท็อปของฉันเสีย เปิดไม่ติดเลย)
  • ความสัมพันธ์: “Their friendship is broken after the argument.” (มิตรภาพของพวกเขาแตกสลายหลังจากการทะเลาะกัน)
  • อารมณ์: “She felt broken after hearing the bad news.” (เธอรู้สึกบอบช้ำหลังจากได้ยินข่าวร้าย)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Broken” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการเสียหาย การสิ้นสุด การผิดหวัง หรือความโศกเศร้า

“Broken” หมายถึงอะไร?

“Broken” หมายถึง สภาพที่แตกหัก เสียหาย หรือไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

เราใช้คำว่า “Broken” กับอะไรได้บ้าง?

เราสามารถใช้คำว่า “Broken” กับสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า ความสัมพันธ์ หัวใจ หรือแม้กระทั่งสภาพจิตใจที่บอบช้ำได้

Similar Posts

  • "Planner” แปลว่า

    คำว่า “Planner” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ผู้จัดทำแผน” หรือ “สมุดบันทึกแผนงาน” โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงบุคคลที่ทำหน้าที่วางแผน กำหนดเป้าหมาย และจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ “Planner” ยังสามารถหมายถึงสมุดบันทึกหรือแอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับจดบันทึก ตารางนัดหมาย หรือรายการสิ่งที่ต้องทำ เพื่อช่วยในการบริหารจัดการเวลาและงานให้เป็นระบบระเบียบ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบการใช้คำว่า “Planner” ในหลากหลายบริบท เช่น นักเรียนนักศึกษาอาจใช้ “Planner” ที่เป็นสมุดบันทึกเพื่อจดตารางเรียน การบ้าน และกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทำในแต่ละวัน หรืออาจใช้ในที่ทำงานเพื่อวางแผนโปรเจกต์ กำหนดเดดไลน์ และมอบหมายงานให้ทีม นอกจากนี้ “Planner” ยังหมายถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผน เช่น Event Planner ที่รับผิดชอบการจัดงานต่างๆ หรือ Urban Planner ที่มีหน้าที่วางผังเมือง เป็นต้น การมี “Planner” ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือเครื่องมือ ก็ล้วนมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้การดำเนินงานต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Planner” สามารถแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ความหมายหลักๆ คือ บุคคล:…

  • "Fishes” แปลว่า

    คำว่า “Fishes” เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “Fish” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึง “ปลา” โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเราพูดถึง “Fishes” เรากำลังหมายถึงปลาหลายๆ ชนิด หรือปลาหลายๆ ตัวที่มาจากแหล่งที่แตกต่างกัน หรือเป็นกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่เป็นปลา ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Fishes” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เมื่อพูดถึงความหลากหลายทางชีวภาพของปลาในมหาสมุทร หรือเมื่อพูดถึงการจำแนกประเภทของปลาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจจะไม่ได้ใช้แค่คำว่า “Fish” ที่หมายถึงปลาเพียงชนิดเดียว แต่หมายรวมถึงปลาหลากหลายสายพันธุ์ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Fishes” หมายถึง ปลาหลายชนิด หรือปลาหลายๆ ตัว โดยเน้นที่ความหลากหลายของชนิดปลา หรือจำนวนของปลาที่มากกว่าหนึ่งตัวขึ้นไป ในขณะที่ “Fish” สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายของปลาหนึ่งตัว หรือใช้ในความหมายรวมๆ ของเนื้อปลา ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อนักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาเกี่ยวกับ “Fishes” ในทะเลสาบแห่งหนึ่ง พวกเขากำลังศึกษาปลาหลากหลายชนิดที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบนั้น หรือเมื่อมีคนกล่าวว่า “The aquarium has many different kinds of Fishes” หมายถึง…

  • "Sleeve Length” แปลว่า

    “Sleeve Length” หมายถึง ความยาวของแขนเสื้อครับ เป็นคำที่ใช้บอกขนาดหรือลักษณะของแขนเสื้อในชุดต่างๆ เช่น เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต หรือเสื้อแขนยาว เพื่อให้เราทราบว่าแขนเสื้อนั้นยาวแค่ไหนตั้งแต่ช่วงไหล่ลงมาจนถึงปลายแขน เวลาที่เราไปเลือกซื้อเสื้อผ้า หรือเวลาที่ใครสักคนอธิบายเกี่ยวกับเสื้อตัวนั้นๆ ก็มักจะมีการพูดถึง “Sleeve Length” ครับ เช่น เวลาดูรายละเอียดเสื้อออนไลน์ อาจจะเห็นคำว่า “Sleeve Length: Long” หมายถึงแขนเสื้อยาว หรือ “Sleeve Length: Short” ก็คือแขนเสื้อสั้น หรือบางทีก็มีบอกเป็นหน่วยวัดไปเลยว่ากี่นิ้วกี่เซนติเมตร เพื่อให้เราเห็นภาพและเลือกขนาดที่พอดีกับความต้องการของเราได้ง่ายขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Sleeve Length” แปลตรงตัวว่า “ความยาวแขนเสื้อ” ครับ ใช้เพื่อระบุว่าแขนเสื้อนั้นยาวมากน้อยแค่ไหน ซึ่งมีผลต่อสไตล์และการใช้งานของเสื้อผ้าตัวนั้นๆ โดยทั่วไปแล้ว Sleeve Length จะแบ่งเป็นประเภทหลักๆ เช่น แขนยาว (Long Sleeve), แขนสั้น (Short Sleeve), แขนสามส่วน (3/4 Sleeve) หรือบางทีก็เป็นแขนกุด (Sleeveless) ซึ่งก็คือไม่มีแขนเลย…

  • "Boutiques” แปลว่า

    คำว่า “Boutiques” (บูติก) หมายถึง ร้านค้าที่มีขนาดเล็ก เน้นขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม สินค้ามีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ หรือเป็นดีไซน์ที่แตกต่างจากร้านค้าทั่วไป โดยมักจะจำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า หรือของตกแต่งบ้านที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Boutiques” ใช้เรียกแทนร้านเสื้อผ้าดีไซเนอร์ ร้านขายของแฮนด์เมด หรือร้านที่นำเข้าสินค้าแฟชั่นจากต่างประเทศที่มีจำนวนจำกัด การเดินเข้าร้านบูติกมักจะให้ความรู้สึกถึงการได้ค้นพบไอเท็มที่ไม่เหมือนใคร มีสไตล์เฉพาะตัว และมักจะได้รับการบริการที่เป็นกันเองมากกว่าร้านค้าขนาดใหญ่ ความหมายและการใช้งาน Boutiques คือร้านค้าปลีกที่มีขนาดเล็กกว่าห้างสรรพสินค้าทั่วไป โดยเน้นการนำเสนอสินค้าที่มีความพิเศษ อาจเป็นเสื้อผ้าแบรนด์ดีไซเนอร์อิสระ สินค้าทำมือ งานฝีมือ หรือสินค้าที่คัดสรรมาตามสไตล์ของร้านนั้นๆ คำว่า “บูติก” สื่อถึงความมีรสนิยม ความใส่ใจในรายละเอียด และความเป็นส่วนตัวในการเลือกซื้อสินค้า ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “ฉันเจอเดรสสวยมากจากร้านบูติกแถวสยาม” หรือ “ร้านบูติกแห่งนี้มีเครื่องประดับแฮนด์เมดที่น่ารักสุดๆ” การใช้คำว่าบูติกช่วยบ่งบอกว่าสินค้าที่ซื้อมาจากร้านที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่ใช่ร้านขายส่งหรือร้านแฟชั่นทั่วไป บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Boutiques” มักพบได้บ่อยในบริบทของแฟชั่น การออกแบบ และไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในย่านที่มีความทันสมัย หรือแหล่งรวมร้านค้าที่มีเอกลักษณ์ การกล่าวถึง “บูติก” มักจะสื่อถึงความหรูหรา (แต่ไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป)…

  • "อี๋” แปลว่า

    คำว่า “อี๋” เป็นคำอุทานที่แสดงถึงความรู้สึกรังเกียจ ขยะแขยง หรือไม่พอใจอย่างรุนแรง มักใช้เมื่อเจอสิ่งที่ไม่น่ามอง ไม่น่ากิน หรือไม่น่าสัมผัส ทำให้รู้สึกสะอิดสะเอียน ไม่อยากเข้าใกล้ เป็นการแสดงอารมณ์ออกมาอย่างตรงไปตรงมา ในการใช้งานจริง คนไทยมักจะอุทานคำว่า “อี๋” เมื่อเจอสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เช่น เห็นแมลงสาบตัวใหญ่ หรือได้กลิ่นเหม็นรุนแรง บางครั้งก็ใช้เมื่อเห็นอาหารที่ดูไม่น่ากิน หรือเมื่อเพื่อนทำอะไรที่ดูน่ารังเกียจเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจจะอุทาน “อี๋” เพื่อแสดงความรู้สึกได้เช่นกัน เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวันเพื่อสื่อสารความรู้สึกไม่ชอบใจได้อย่างรวดเร็ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “อี๋” มีความหมายหลักคือการแสดงความรู้สึกรังเกียจ หรือขยะแขยง เป็นคำอุทานที่ใช้เมื่อพบเจอสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ กลิ่น หรือการกระทำบางอย่างที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ การใช้งานทั่วไปมักจะเปล่งเสียงออกมาสั้นๆ เพื่อสื่อสารความรู้สึกทันที บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “อี๋” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ดี เช่น เมื่อเห็นของเน่าเสีย, ได้กลิ่นไม่พาสบาย, หรือเห็นสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด นอกจากนี้ยังอาจใช้เมื่อมีคนพูดหรือทำอะไรที่ดูน่ารังเกียจ หรือไม่เหมาะสมในสายตาของผู้ฟัง คำถามที่พบบ่อย “อี๋” ใช้กับคนได้ไหม? โดยทั่วไปแล้ว “อี๋” มักใช้กับสิ่งของ สถานการณ์ หรือการกระทำที่ทำให้รู้สึกรังเกียจมากกว่าจะใช้กับตัวบุคคลโดยตรง แต่ก็อาจมีบางกรณีที่ใช้ในเชิงเปรียบเปรยหรือแสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อพฤติกรรมของบุคคลได้…

  • "Among” แปลว่า

    คำว่า “Among” เป็นคำบุพบท (preposition) ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักคือ “ท่ามกลาง” หรือ “ในหมู่” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงการอยู่ในกลุ่ม ของหลายสิ่งหลายอย่าง หรือการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Among” ในสถานการณ์ที่ต้องการสื่อว่ามีบางสิ่งหรือบางคนอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ หรือสิ่งอื่น ๆ จำนวนมาก เช่น การเลือกคนที่ดีที่สุดในกลุ่ม การค้นหาบางสิ่งท่ามกลางสิ่งของมากมาย หรือการอธิบายว่าใครเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นต้น การเข้าใจความหมายและการใช้ “Among” จะช่วยให้เราสื่อสารภาษาอังกฤษได้ชัดเจนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Among” ใช้เพื่อแสดงถึงการอยู่ร่วมกันหรือการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่มีสมาชิกตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป หรือสิ่งของตั้งแต่ 3 สิ่งขึ้นไป มักใช้กับคำนามที่นับได้ (countable nouns) ในรูปพหูพจน์ หรือคำนามที่รวมกันเป็นกลุ่ม (collective nouns) โดยเน้นที่การกระจายตัวหรือการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ตัวอย่างการใช้งาน “She is among the best students in her class.” (เธอเป็นหนึ่งในนักเรียนที่เก่งที่สุดในชั้นเรียนของเธอ)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *