"Broken” แปลว่า

คำว่า “Broken” เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายสภาพของสิ่งของที่ชำรุดเสียหาย แตกหัก ไม่สมบูรณ์ หรือใช้งานไม่ได้อีกต่อไป สามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งของที่เป็นรูปธรรม เช่น ของเล่นที่หัก หรือสิ่งของนามธรรม เช่น ความสัมพันธ์ที่แตกร้าว หรือหัวใจที่บอบช้ำ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Broken” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อเราทำของตกแล้วแตก เราอาจจะพูดว่า “My phone is broken” (โทรศัพท์ของฉันพัง) หรือเมื่อเราได้ยินข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนรู้จักที่จบลง เราก็อาจจะใช้คำว่า “Their relationship is broken” (ความสัมพันธ์ของพวกเขาสิ้นสุดลง) หรือแม้กระทั่งเมื่อรู้สึกเสียใจผิดหวังอย่างมาก ก็อาจจะกล่าวได้ว่า “My heart is broken” (ใจของฉันแตกสลาย)

ความหมายและการใช้งาน

“Broken” หมายถึง สภาพที่ถูกทำให้แตกหัก เสียหาย หรือไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ใช้ได้ทั้งกับวัตถุทางกายภาพและสิ่งที่เป็นนามธรรม

ตัวอย่างการใช้งาน

  • สิ่งของ: “The vase is broken.” (แจกันแตก)
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า: “My laptop is broken, I can’t turn it on.” (แล็ปท็อปของฉันเสีย เปิดไม่ติดเลย)
  • ความสัมพันธ์: “Their friendship is broken after the argument.” (มิตรภาพของพวกเขาแตกสลายหลังจากการทะเลาะกัน)
  • อารมณ์: “She felt broken after hearing the bad news.” (เธอรู้สึกบอบช้ำหลังจากได้ยินข่าวร้าย)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Broken” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการเสียหาย การสิ้นสุด การผิดหวัง หรือความโศกเศร้า

“Broken” หมายถึงอะไร?

“Broken” หมายถึง สภาพที่แตกหัก เสียหาย หรือไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

เราใช้คำว่า “Broken” กับอะไรได้บ้าง?

เราสามารถใช้คำว่า “Broken” กับสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า ความสัมพันธ์ หัวใจ หรือแม้กระทั่งสภาพจิตใจที่บอบช้ำได้

Similar Posts

  • "ณัฐณิชา” แปลว่า

    คำว่า “ณัฐณิชา” เป็นชื่อบุคคลที่นิยมใช้กันในประเทศไทย โดยมีความหมายที่ดีและมีความหมายอันเป็นมงคล โดยทั่วไปแล้ว ชื่อนี้จะถูกนำไปใช้เป็นชื่อต้น (first name) สำหรับผู้หญิง ในการใช้งานจริง ผู้คนมักจะเรียกขานกันด้วยชื่อ “ณัฐณิชา” ในบริบทต่างๆ ของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำตัว การเรียกชื่อกันในครอบครัว ในหมู่เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งในเอกสารราชการต่างๆ ชื่อนี้ให้ความรู้สึกที่ไพเราะ อ่อนหวาน และมีความหมายที่ดี ทำให้เป็นที่นิยมในการตั้งชื่อลูกสาว ความหมายและการใช้งาน “ณัฐณิชา” มาจากการรวมคำสองคำ คือ “ณัฐ” (อ่านว่า นัด) ซึ่งแปลว่า นักปราชญ์ ผู้รู้ หรือผู้มีความรู้ และ “ณิชา” (อ่านว่า นิ-ชา) ซึ่งแปลว่า ผู้เกิด ผู้สร้าง หรือผู้สำเร็จ เมื่อรวมกันแล้ว “ณัฐณิชา” จึงมีความหมายว่า “นักปราชญ์ผู้เกิดมา” หรือ “ผู้มีความรู้ที่สำเร็จแล้ว” ซึ่งสื่อถึงบุคคลที่ฉลาด มีปัญญา และประสบความสำเร็จในชีวิต ตัวอย่างการใช้งาน คุณครูอาจจะเรียกนักเรียนชื่อ ณัฐณิชา ว่า “คุณครูเรียก…

  • "Accompany” แปลว่า

    คำว่า “Accompany” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายหลักๆ คือ การไปด้วยกัน การไปด้วยกันกับใครบางคน หรือการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปพร้อมๆ กับอีกสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Accompany” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราจะไปร่วมงานกับเพื่อน หรือเมื่อเราจะไปเป็นเพื่อนใครสักคน หรือแม้แต่ในบริบทที่สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับอีกสิ่งหนึ่ง เช่น ดนตรีที่บรรเลงไปพร้อมกับการแสดง ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Accompany” หมายถึง การไปเป็นเพื่อน การร่วมเดินทาง หรือการไปกับใครบางคน เพื่อให้พวกเขารู้สึกสบายใจ ปลอดภัย หรือเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมนั้นๆ นอกจากนี้ยังสามารถหมายถึง การเกิดร่วมกัน หรือ การเกิดขึ้นพร้อมกันของสองสิ่ง ตัวอย่าง “Can you accompany me to the party tonight?” (คุณจะไปเป็นเพื่อนฉันที่งานปาร์ตี้คืนนี้ได้ไหม?) “The delicious meal was accompanied by excellent wine.” (อาหารมื้ออร่อยนั้นมาพร้อมกับไวน์ชั้นเลิศ) “She asked her…

  • "Cough” แปลว่า

    คำว่า “Cough” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง อาการไอ หรือการกระทำที่เกิดจากการไอ ซึ่งเป็นการขับลมออกจากปอดอย่างกะทันหันและมีเสียงดัง เพื่อขับสิ่งแปลกปลอม เสมหะ หรือระคายเคืองออกจากหลอดลมและปอด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Cough” บ่อยครั้งเมื่อมีคนพูดถึงอาการป่วย หรือเมื่อต้องการบอกให้ผู้อื่นรู้ว่าตนเองกำลังมีอาการไอ เช่น “I have a cough” หมายถึง “ฉันมีอาการไอ” หรือ “Don’t cough during the meeting” หมายถึง “อย่าไอระหว่างการประชุม” บางครั้งก็ใช้ในบริบทของการแสดงออกถึงความไม่พอใจ หรือเพื่อเรียกความสนใจ เช่น “A cough of disapproval” หมายถึง “เสียงไอแสดงความไม่พอใจ” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Cough” เป็นคำกริยา (verb) หมายถึง การไอ และยังสามารถเป็นคำนาม (noun) หมายถึง อาการไอ หรือเสียงไอได้ด้วย ตัวอย่างการใช้งาน I have a…

  • "Watering” แปลว่า

    “Watering” เป็นคำภาษาอังกฤษ หมายถึง การรดน้ำ หรือ การให้น้ำแก่สิ่งมีชีวิตที่ต้องการน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืช เพื่อช่วยให้เจริญเติบโตและดำรงชีวิตอยู่ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Watering” ในบริบทของการดูแลต้นไม้ในสวน ในกระถาง หรือแม้แต่การรดน้ำสนามหญ้า เพื่อให้พืชได้รับความชุ่มชื้นเพียงพอ นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการรดน้ำเพื่อทำความสะอาด หรือเพื่อลดอุณหภูมิในบริเวณที่ต้องการได้อีกด้วย ความหมายและการใช้งาน “Watering” มาจากคำกริยา “water” ที่แปลว่า “รดน้ำ” เมื่อเติม “-ing” เข้าไป จะกลายเป็นคำนามที่หมายถึง “การรดน้ำ” หรือ “การให้น้ำ” ซึ่งเป็นการกระทำที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตหลายชนิด โดยเฉพาะพืชที่ต้องการน้ำเพื่อสังเคราะห์แสงและดูดซึมสารอาหาร ตัวอย่างการใช้งาน “I need to do the watering for my plants this morning.” (ฉันต้องรดน้ำต้นไม้ของฉันตอนเช้านี้) “The gardener is busy with the watering of the lawn.”…

  • "อนัตตา” แปลว่า

    อนัตตา” แปลว่า “ความเป็นที่ไม่มีตัวตน” หรือ “ไม่ใช่ตัวตนของเรา” เป็นหลักธรรมสำคัญในพระพุทธศาสนาที่สอนให้เข้าใจว่า สิ่งต่างๆ ทั้งหลาย รวมถึงตัวเราเอง ไม่ได้มีแก่นสารที่คงที่ถาวร หรือเป็น “ตัวตน” ที่แท้จริง แต่เป็นเพียงการรวมตัวกันขององค์ประกอบต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปตามเหตุปัจจัย ในชีวิตประจำวัน เราอาจนำแนวคิดเรื่องอนัตตามาใช้เพื่อลดความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่างๆ เมื่อเราเข้าใจว่าทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงได้ เราจะปล่อยวางความทุกข์ที่เกิดจากการสูญเสีย หรือการไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้น เช่น เมื่อเราผิดหวังในความสัมพันธ์ เราอาจเตือนตัวเองว่า “คนเราเปลี่ยนแปลงได้” หรือเมื่อเราสูญเสียทรัพย์สิน เราก็ยอมรับว่า “ของนอกกาย” เพื่อไม่ให้ทุกข์ใจจนเกินไป การมองโลกตามความเป็นจริงว่าทุกสิ่งไม่เที่ยงและไม่มีตัวตนที่แท้จริง จะช่วยให้เรามีจิตใจที่สงบและเป็นอิสระมากขึ้น ความหมายและการนำไปใช้ อนัตตา หมายถึง สภาวะที่ปราศจากความเป็นตัวตนที่แท้จริง ไม่สามารถบังคับบัญชาให้เป็นไปตามปรารถนาได้ และไม่คงอยู่ถาวร การเข้าใจอนัตตาช่วยให้เราไม่ยึดติดกับสิ่งต่างๆ ทั้งรูปธรรมและนามธรรม เช่น ร่างกาย ความรู้สึก ความคิด หรือแม้แต่ตัวตนที่เราสร้างขึ้น การยอมรับว่าทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลงและไม่แน่นอนนี้ จะนำไปสู่การปล่อยวาง ลดความทุกข์ และเพิ่มพูนปัญญา ตัวอย่างการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อเผชิญกับความเจ็บป่วย เราอาจยอมรับว่า “ร่างกายนี้ไม่เที่ยง” และดูแลรักษาตามสมควร แทนที่จะทุกข์ทรมานกับการสูญเสียความแข็งแรง…

  • "Connections” แปลว่า

    คำว่า “Connections” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ความสัมพันธ์” หรือ “การเชื่อมโยง” ครับ เป็นคำที่ใช้ในหลายบริบท ตั้งแต่ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างบุคคล ไปจนถึงการเชื่อมโยงทางเทคโนโลยี หรือเครือข่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Connections” เพื่อพูดถึงกลุ่มเพื่อนฝูง คนรู้จัก หรือผู้ที่สามารถช่วยเหลือเราได้ในเรื่องต่างๆ เช่น “I need to build my professional connections.” (ฉันต้องสร้างความสัมพันธ์ทางวิชาชีพ) หรือเวลาพูดถึงการเดินทาง ก็อาจจะหมายถึง “การต่อเครื่อง” เช่น “My flight has a short connection.” (เที่ยวบินของฉันมีการต่อเครื่องที่สั้น) นอกจากนี้ ยังหมายถึงการเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ต หรือระบบเครือข่ายต่างๆ ด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Connections” สามารถหมายถึง: ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล: มิตรภาพ, ความสัมพันธ์ทางครอบครัว, ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ การเชื่อมโยง: การเชื่อมต่อทางกายภาพ (เช่น สายไฟ), การเชื่อมต่อทางข้อมูล…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *