"Begged” แปลว่า

คำว่า “begged” เป็นรูปอดีตของกริยา “beg” ซึ่งมีความหมายหลักๆ คือ การร้องขออย่างจริงจัง หรือการอ้อนวอน โดยมักจะใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการบางสิ่งบางอย่างมากๆ หรือต้องการให้ใครสักคนทำอะไรให้ โดยแสดงออกถึงความรู้สึกที่นอบน้อม หรืออาจจะมีความสิ้นหวังเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “begged” เพื่ออธิบายถึงการกระทำที่แสดงออกถึงความต้องการอย่างมาก เช่น เวลาเด็กๆ อ้อนขอขนมจากพ่อแม่ หรือเวลาที่ใครสักคนพยายามอย่างหนักเพื่อขอความช่วยเหลือ หรือขอโอกาส การใช้งานคำนี้จะสื่อถึงการกระทำที่เกินกว่าการขอธรรมดา เป็นการขอที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและความพยายาม

ความหมายและการใช้งาน

เมื่อมีคน “begged” หมายความว่าเขาได้ทำการร้องขออย่างจริงจัง หรืออ้อนวอนไปแล้วในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการขอสิ่งของ การขอความช่วยเหลือ หรือการขอให้ใครสักคนยกโทษให้ การกระทำนี้มักจะบ่งบอกถึงความสำคัญของสิ่งที่ร้องขอสำหรับผู้ที่ร้องขอ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • The child begged his mother for a new toy. (เด็กน้อยอ้อนวอนแม่เพื่อขอของเล่นชิ้นใหม่)
  • He begged for mercy after being caught. (เขาอ้อนวอนขอความเมตตาหลังจากถูกจับได้)
  • She begged him to stay just a little longer. (เธออ้อนวอนให้เขาอยู่ต่ออีกสักครู่)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “begged” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการสื่อถึงความรู้สึกที่เข้มข้นของการร้องขอ เช่น ในเรื่องราวที่เกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจ การขอความช่วยเหลือในสถานการณ์คับขัน หรือการแสดงออกถึงความรักและความผูกพันที่ต้องการให้ใครสักคนอยู่ด้วย

“begged” หมายถึงอะไร?

“begged” เป็นกริยาช่อง 2 ของคำว่า “beg” ซึ่งแปลว่า อ้อนวอน ร้องขออย่างจริงจัง หรือขอความเมตตา

เราจะใช้ “begged” ในประโยคได้อย่างไร?

เราใช้ “begged” เพื่อบอกเล่าถึงการกระทำที่ได้ร้องขอไปแล้วในอดีต เช่น “He begged for forgiveness.” (เขาอ้อนวอนขอการให้อภัย)

“begged” กับ “asked” ต่างกันอย่างไร?

“asked” เป็นการขอทั่วไป ในขณะที่ “begged” สื่อถึงการร้องขอที่จริงจังกว่ามาก มีความนอบน้อม หรือมีความต้องการอย่างสูง

Similar Posts

  • "Empathy” แปลว่า

    คำว่า “Empathy” (เอมเพธี) ในภาษาไทยหมายถึง “ความเข้าอกเข้าใจ” หรือ “ความเห็นอกเห็นใจ” เป็นความสามารถในการรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น ราวกับว่าเรากำลังรู้สึกสิ่งเดียวกันนั้นด้วย ในการใช้ชีวิตประจำวัน เรามักจะแสดง Empathy ออกมาโดยไม่รู้ตัว เช่น เมื่อเพื่อนสนิทกำลังเสียใจ เราอาจจะรู้สึกเศร้าตามไปด้วย หรือเมื่อเห็นคนกำลังลำบาก เราก็อาจจะรู้สึกอยากช่วยเหลือ การแสดง Empathy ช่วยให้เราเชื่อมโยงกับผู้อื่นได้ดีขึ้น สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และทำให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน Empathy คือการที่เราสามารถเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นได้ ไม่ใช่แค่การรับรู้ว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร แต่เป็นการ “รู้สึก” ไปกับเขาด้วย แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็ตาม การมีความเข้าอกเข้าใจนี้สำคัญมากในการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม หรือแม้แต่ในความสัมพันธ์ส่วนตัว ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเพื่อนเล่าเรื่องที่ทำให้ผิดหวัง คุณอาจจะพูดว่า “เข้าใจเลยว่ารู้สึกแย่แค่ไหน” นี่คือการแสดง Empathy เห็นคนแก่กำลังลำบากในการข้ามถนน แล้วเราเข้าไปช่วย นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของ Empathy ในการทำงาน หากหัวหน้าเข้าใจว่าลูกน้องกำลังเผชิญปัญหาอะไรอยู่ และให้กำลังใจ นั่นแสดงถึง Empathy บริบทที่พบบ่อย คำว่า Empathy มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง จิตวิทยา การบริหารจัดการ…

  • "Are” แปลว่า

    คำว่า “Are” เป็นคำกริยา (verb) ในภาษาอังกฤษ มีหน้าที่หลักคือการเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างประโยคต่างๆ โดยเฉพาะในรูปของกริยาช่วย (auxiliary verb) หรือเป็นกริยาแท้ (main verb) ในบริบทที่ต่างกันไป ความหมายพื้นฐานของ “Are” คือ “เป็นอยู่คือ” หรือ “มี” ในภาษาไทย ซึ่งใช้ผันตามประธานที่เป็นพหูพจน์ (plural) หรือประธานที่เป็นสรรพนามบุรุษที่สอง (you) ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Are” บ่อยครั้งในประโยคคำถาม เช่น “Are you okay?” (คุณสบายดีไหม?) หรือ “Are they coming?” (พวกเขากำลังจะมาหรือเปล่า?) นอกจากนี้ ยังใช้ในประโยคบอกเล่าเพื่อแสดงถึงการมีอยู่หรือสภาพต่างๆ เช่น “We are happy.” (พวกเรามีความสุข) หรือ “The books are on the table.” (หนังสืออยู่บนโต๊ะ) การเข้าใจการใช้งานของ “Are”…

  • "Mess” แปลว่า

    คำว่า “Mess” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ความยุ่งเหยิง” หรือ “สภาพที่รกเรื้อ ไม่เป็นระเบียบ” ค่ะ มันสามารถใช้อธิบายได้ทั้งสิ่งของ สถานที่ หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ต่างๆ ที่ดูสับสน วุ่นวาย หรือไม่เรียบร้อย ทำให้ยากต่อการจัดการหรือทำความเข้าใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนใช้คำว่า “mess” ในหลายๆ บริบท เช่น เวลาเห็นห้องนอนของใครที่ของวางเกลื่อนกลาด หรือเวลาพูดถึงปัญหาที่ซับซ้อนจนไม่รู้จะเริ่มแก้ยังไง หรือแม้แต่เวลาพูดถึงตัวเองที่กำลังรู้สึกสับสนวุ่นวายภายในจิตใจ ก็อาจจะใช้คำว่า “I’m a mess” ได้ค่ะ เป็นคำที่ค่อนข้างตรงไปตรงมาและสื่อถึงสภาพที่ไม่เข้าที่เข้าทางได้ดี ความหมายและการใช้งาน คำว่า “mess” โดยทั่วไปหมายถึง สภาพที่ไร้ระเบียบ สับสน ยุ่งเหยิง ไม่เรียบร้อย หรือไม่สะอาด ทำให้ดูไม่น่ามอง หรือยากต่อการใช้งานหรือจัดการ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “ห้องนอนของฉันกลายเป็น mess ไปหมดเลยหลังจากสอบเสร็จ” (หมายถึง ห้องนอนรกมาก) ตัวอย่างที่ 2: “สถานการณ์ทางการเงินของบริษัทตอนนี้เป็น mess มาก…

  • "เช่านิยาย” แปลว่า

    คำว่า “เช่านิยาย” ในภาษาไทย หมายถึง การยืมหนังสือประเภทนวนิยายจากแหล่งบริการยืม เช่น ห้องสมุด หรือร้านเช่านิยาย เพื่อนำไปอ่าน โดยมีกำหนดเวลาในการคืน ซึ่งผู้ยืมอาจต้องเสียค่าบริการเล็กน้อยสำหรับการเช่า หรืออาจเป็นการยืมฟรีหากเป็นบริการของห้องสมุดสาธารณะ ในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงการ “เช่านิยาย” เมื่อต้องการอ่านนิยายเรื่องใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้ซื้อ หรือเมื่อต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อหนังสือ โดยเฉพาะนิยายที่มีราคาสูง หรือเมื่อต้องการอ่านหนังสือเพื่อความบันเทิงในช่วงเวลาสั้นๆ การเช่านิยายจึงเป็นทางเลือกที่สะดวกและคุ้มค่าสำหรับนักอ่านหลายๆ คน ความหมายและการใช้งาน การ “เช่านิยาย” คือ กระบวนการที่บุคคลได้รับอนุญาตให้นำหนังสือประเภทนวนิยายไปครอบครองและอ่านได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นที่ห้องสมุดสาธารณะ หรือร้านเช่าหนังสือโดยเฉพาะ ซึ่งมักจะมีค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการสำหรับการเช่า และมีข้อตกลงเรื่องกำหนดเวลาคืนหนังสือที่ชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน นักเรียนนักศึกษาอาจจะ “เช่านิยาย” จากห้องสมุดมหาวิทยาลัยเพื่อใช้ประกอบการเรียน หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับรายงาน ส่วนคนทั่วไปอาจจะไป “เช่านิยาย” จากร้านเช่าใกล้บ้านเพื่ออ่านฆ่าเวลาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือเมื่อต้องการพักผ่อนจากการทำงาน บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “เช่านิยาย” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการอ่าน การเข้าถึงหนังสือ และแหล่งบริการยืมหนังสือ เป็นคำที่เข้าใจง่ายและสื่อถึงการยืมหนังสือประเภทนวนิยายโดยตรง มักพบเห็นการใช้งานในการพูดคุยทั่วไป การโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์ หรือการประชาสัมพันธ์บริการของห้องสมุดและร้านเช่าหนังสือ “เช่านิยาย” แตกต่างจากการซื้อนิยายอย่างไร? การ “เช่านิยาย” เป็นการยืมมาอ่านชั่วคราวโดยมีกำหนดเวลาคืนและอาจมีค่าบริการเล็กน้อย…

  • "Black” แปลว่า

    คำว่า “Black” เป็นภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “สีดำ” ซึ่งเป็นสีที่ตรงข้ามกับสีขาว ไม่มีแสงสะท้อนกลับ หรือเป็นสีที่เกิดจากการดูดกลืนแสงทุกสีเข้าไว้ด้วยกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Black” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การพูดถึงสีของสิ่งของต่างๆ เช่น รถยนต์สีดำ (black car) เสื้อผ้าสีดำ (black clothes) หรือแม้กระทั่งในสำนวนที่ใช้เปรียบเปรยถึงสถานการณ์ที่ไม่ดี เช่น “black mood” ที่หมายถึงอารมณ์ขุ่นมัว หรือ “black market” ที่หมายถึงตลาดมืด ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “Black” คือ “สีดำ” แต่ก็สามารถนำไปใช้ในความหมายอื่นๆ ได้อีก เช่น สี: ใช้เรียกสีดำโดยตรง ทึบ/มืด: ใช้บรรยายสิ่งที่ไม่มีแสงสว่าง หรือมองไม่เห็น ไม่ดี/เลวร้าย: ใช้ในเชิงเปรียบเปรยถึงสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ หรือสถานการณ์ที่แย่ ชาวผิวดำ: ใช้เรียกบุคคลที่มีเชื้อสายแอฟริกัน หรือมีผิวพรรณสีเข้ม (แต่ควรใช้อย่างระมัดระวังและให้เกียรติ) ตัวอย่างการใช้งาน “I like to wear…

  • "Promise” แปลว่า

    คำว่า “Promise” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวเป็นภาษาไทยได้ว่า “สัญญา” หรือ “คำมั่นสัญญา” หมายถึง การให้คำมั่นว่าจะทำหรือไม่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นการแสดงเจตจำนงว่าจะยึดถือปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้ ไม่ว่าจะต่อตนเองหรือต่อผู้อื่น ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Promise” หรือ “สัญญา” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น การให้คำมั่นกับเพื่อนว่าจะไปช่วยงาน การให้คำมั่นกับคนรักว่าจะดูแลซึ่งกันและกัน หรือแม้กระทั่งการให้คำมั่นกับตัวเองว่าจะเริ่มออกกำลังกายในวันพรุ่งนี้ เป็นการแสดงความรับผิดชอบและความตั้งใจที่จะทำให้สิ่งที่เราพูดนั้นเกิดขึ้นจริง ความหมายและการใช้งาน “Promise” หมายถึง การให้คำมั่นสัญญา หรือการรับปากว่าจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จลุล่วง หรือจะไม่กระทำการใดๆ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจระหว่างบุคคล ตัวอย่างการใช้งาน เด็กน้อยสัญญา (promise) กับคุณแม่ว่าจะทำการบ้านให้เสร็จก่อนไปเล่น เขาให้คำมั่นสัญญา (promise) ว่าจะส่งงานให้ทันตามกำหนด เราให้สัญญา (promise) กันว่าจะไม่ทิ้งกันไปไหน บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Promise” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการแสดงความจริงจัง ความรับผิดชอบ หรือการให้คำมั่นในเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ความสัมพันธ์ หรือเรื่องงาน 🔷 FAQ SECTION “Promise” กับ “Vow”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *