"Attempts” แปลว่า

คำว่า “Attempts” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความพยายาม หรือการลองทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยมักจะใช้เมื่อเรากำลังพยายามที่จะบรรลุเป้าหมายบางอย่าง หรือแก้ไขปัญหา แต่ก็อาจจะยังไม่สำเร็จในครั้งแรกๆ เป็นการแสดงถึงการลงมือทำเพื่อไปให้ถึงจุดหมายที่ตั้งไว้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Attempts” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเรากำลังเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เราอาจจะต้องมีการ “attempts” หลายครั้งกว่าจะทำได้คล่อง หรือเมื่อเรากำลังพยายามแก้ไขปัญหาทางเทคนิค เราอาจจะต้องลอง “attempts” หลายวิธีเพื่อหาสาเหตุและวิธีแก้ไขที่ถูกต้อง เป็นการบ่งบอกถึงความไม่ย่อท้อและพร้อมที่จะลองอีกครั้งจนกว่าจะสำเร็จ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Attempts” โดยทั่วไปหมายถึง การกระทำหรือความพยายามที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งนั้นอาจจะยากหรือไม่แน่นอนว่าจะสำเร็จหรือไม่ มักจะใช้ในบริบทที่แสดงถึงความตั้งใจที่จะลองทำ แม้ว่าผลลัพธ์อาจจะยังไม่เป็นที่แน่นอน

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างเช่น “He made several attempts to open the stubborn jar.” (เขาพยายามหลายครั้งเพื่อจะเปิดฝาโหลที่ติดแน่น) หรือ “The team had a few failed attempts before they finally succeeded in launching the product.” (ทีมงานมีความพยายามที่ล้มเหลวสองสามครั้งก่อนที่จะประสบความสำเร็จในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในที่สุด)

บริบทที่พบบ่อย

“Attempts” มักถูกใช้ในบริบทของการแข่งขัน การเรียนรู้ การแก้ปัญหา หรือการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ต้องอาศัยความพยายามและความอดทน

🔷 FAQ SECTION

“Attempts” ต่างจาก “Efforts” อย่างไร?

แม้จะมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่ “Attempts” มักจะเน้นที่การ “ลองทำ” หรือ “การพยายามลงมือทำ” โดยอาจจะยังไม่เน้นที่ผลลัพธ์มากนัก ในขณะที่ “Efforts” จะเน้นที่ “ความทุ่มเท” หรือ “การออกแรง” เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งมักจะสื่อถึงความตั้งใจและความพยายามที่มากขึ้น

เราสามารถใช้ “Attempts” กับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้หรือไม่?

ได้ครับ เราสามารถใช้ “Attempts” กับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ เช่น “attempts to understand” (ความพยายามที่จะเข้าใจ) หรือ “attempts to improve” (ความพยายามที่จะปรับปรุง) ซึ่งหมายถึงการพยายามที่จะคิด วิเคราะห์ หรือลงมือทำเพื่อทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมนั้นดีขึ้น

Similar Posts

  • "Dirty” แปลว่า

    คำว่า “Dirty” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “สกปรก” หรือ “ไม่สะอาด” ครับ เป็นคำที่ใช้บรรยายถึงสิ่งที่เปื้อนสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง คราบ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ดูไม่น่ามอง ไม่ถูกสุขอนามัย หรือไม่บริสุทธิ์ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Dirty” เพื่ออธิบายสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น เสื้อผ้าที่ใส่แล้วสกปรก มือที่เปื้อนดิน หรือแม้แต่พื้นบ้านที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น การพูดถึง “dirty joke” ที่เป็นมุกตลกหยาบคาย หรือ “dirty money” ที่หมายถึงเงินที่ได้มาโดยไม่สุจริต ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Dirty” สามารถใช้ได้หลายสถานการณ์ ตั้งแต่ความสกปรกทางกายภาพ ไปจนถึงความหมายเชิงนามธรรม ตัวอย่างการใช้งาน “My hands are dirty because I was playing in the garden.” (มือของฉันสกปรกเพราะฉันไปเล่นในสวนมา) “The car is…

  • "Cheap” แปลว่า

    คำว่า “cheap” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “ราคาถูก” หรือ “ไม่แพง” ค่ะ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสิ่งของหรือบริการที่มีต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับคุณภาพหรือคุณค่าที่ได้รับ หรืออาจหมายถึงสิ่งของที่มีราคาถูกจนดูไม่ค่อยมีคุณภาพก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “cheap” เพื่อบอกว่าเราซื้อของมาในราคาที่ประหยัด หรือกำลังมองหาสินค้าที่มีราคาไม่สูงจนเกินไป เช่น เวลาไปซื้อของตามตลาดนัด หรือเวลาเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายๆ ร้าน เราอาจจะพูดว่า “อันนี้ cheap กว่า” หรือ “หา cheap ๆ หน่อย” นอกจากนี้ บางครั้งคำว่า “cheap” ก็ถูกใช้ในเชิงลบเล็กน้อย เพื่อสื่อถึงคุณภาพที่ไม่ดีนัก หรือดูไม่น่าเชื่อถือเท่ากับของที่มีราคาสูงกว่า ก็เป็นได้ค่ะ Meaning & Usage โดยทั่วไป “cheap” หมายถึง “ราคาถูก” ใช้กับสินค้า บริการ หรือแม้กระทั่งโอกาสต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายน้อย แต่ก็อาจจะมีความหมายแฝงถึงคุณภาพที่ไม่สูงนัก หากใช้ในบริบทที่ไม่เหมาะสม หรือใช้เพื่อวิจารณ์สิ่งของที่ดูไม่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป Examples 1. “I bought this shirt…

  • "Buffered” แปลว่า

    คำว่า “Buffered” โดยทั่วไปแล้วหมายถึง การสำรองข้อมูลหรือการเตรียมข้อมูลไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การทำงานหรือการแสดงผลเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด หรือเกิดการหน่วงช้า ในการใช้งานจริง เรามักจะเจอคำว่า “Buffered” ในบริบทของการดูวิดีโอออนไลน์ หรือการฟังเพลงสตรีมมิ่ง เมื่อเรากดเล่นวิดีโอหรือเพลง ระบบจะทำการดาวน์โหลดข้อมูลส่วนหนึ่งมาเก็บไว้ชั่วคราวก่อนที่จะเล่นจริง เพื่อให้เราสามารถรับชมหรือรับฟังได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตจะมีการแกว่งไปมาบ้างก็ตาม หากข้อมูลที่ถูกบัฟเฟอร์ไว้หมดก่อนที่อินเทอร์เน็ตจะโหลดข้อมูลส่วนต่อไปมาทัน เราก็จะเห็นสัญลักษณ์หมุนๆ หรือวิดีโอหยุดค้าง ซึ่งนั่นคืออาการที่เรียกว่า “Buffering” นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน Buffered มาจากคำว่า “Buffer” ซึ่งแปลว่า “ตัวกันชน” หรือ “อุปกรณ์ที่ช่วยลดแรงกระแทก” ในทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี จึงหมายถึงการสร้างพื้นที่พักข้อมูลชั่วคราว เพื่อรอการประมวลผล หรือรอการส่งข้อมูลต่อไป การบัฟเฟอร์ช่วยให้ระบบสามารถจัดการกับข้อมูลที่มีปริมาณมาก หรือข้อมูลที่ส่งมาด้วยความเร็วไม่สม่ำเสมอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณกำลังดูวิดีโอ YouTube และเห็นแถบสีเทากำลังโหลดไปข้างหน้า นั่นคือการบัฟเฟอร์วิดีโอ หากอินเทอร์เน็ตของคุณช้า วิดีโออาจจะหยุดเป็นระยะๆ เพื่อรอให้ข้อมูลถูกบัฟเฟอร์เข้ามาเพียงพอสำหรับการเล่นต่อไป บริบทที่พบบ่อย คำว่า Buffered มักใช้ในบริบทของการสตรีมมิ่งสื่อต่างๆ เช่น การดูวิดีโอออนไลน์ (YouTube, Netflix), การฟังเพลงออนไลน์ (Spotify, Apple…

  • "Shrink” แปลว่า

    คำว่า “Shrink” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “หดตัว” หรือ “เล็กลง” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้บอกถึงการลดขนาด ปริมาณ หรือจำนวนลงได้ในหลายบริบท ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Shrink” บ่อยๆ เวลาพูดถึงเสื้อผ้าที่ซักแล้วหด หรือเวลาพูดถึงการลดขนาดของธุรกิจที่กำลังประสบปัญหา หรือแม้แต่ในวงการแพทย์ เวลาพูดถึงการรักษามะเร็งที่ทำให้ก้อนเนื้อเล็กลง คนทั่วไปก็อาจจะคุ้นเคยกับคำนี้จากภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่ตัวละครไปหา “Shrink” ซึ่งหมายถึงนักจิตบำบัดนั่นเองครับ ความหมายและการใช้งาน “Shrink” แปลว่า ทำให้เล็กลง หรือหดตัวลง สามารถใช้ได้กับวัตถุ สิ่งของ หรือแม้แต่สภาวะต่างๆ เช่น อุณหภูมิที่ลดลงอาจทำให้วัสดุบางชนิด shrink ได้ หรือยอดขายที่ลดลงก็อาจจะเรียกว่า sales are shrinking ตัวอย่างการใช้งาน “My sweater shrunk after I washed it in hot water.” (เสื้อสเวตเตอร์ของฉันหดลงหลังจากฉันซักด้วยน้ำร้อน) “The company had to shrink…

  • "Actual” แปลว่า

    คำว่า “Actual” ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “แท้จริง”, “จริง ๆ”, “ที่เป็นอยู่จริง” หรือ “ที่เกิดขึ้นจริง” ใช้เพื่อเน้นย้ำว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความคิด ความรู้สึก หรือสิ่งที่คาดหวัง เป็นการบอกถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นหรือเป็นอยู่ ณ ขณะนั้น ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Actual” เพื่อแยกแยะระหว่างสิ่งที่ควรจะเป็น หรือสิ่งที่ถูกคาดหวัง กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ เช่น เมื่อเราวางแผนการเดินทางไว้ แต่พอถึงเวลาจริง ๆ กลับมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เราก็อาจจะบอกว่า “The actual situation is different from what we planned.” (สถานการณ์จริง ๆ แตกต่างจากที่เราวางแผนไว้) หรือเมื่อเราซื้อของออนไลน์แล้วได้รับสินค้าจริง ๆ ที่หน้าตาเหมือนในรูปเป๊ะ ๆ เราก็อาจจะอุทานว่า “It looks exactly the actual product!” (มันดูเหมือนสินค้าจริง ๆ…

  • "Prices” แปลว่า

    คำว่า “Prices” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ราคา” หรือ “ค่าบริการ” ของสินค้า บริการ หรือสิ่งต่างๆ ที่เราต้องจ่ายเพื่อแลกเปลี่ยน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Prices” อยู่บ่อยๆ เช่น เวลาไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือเวลาดูเมนูอาหารในร้านอาหาร เราจะเห็นป้ายราคาติดไว้ หรือระบุราคาของแต่ละรายการ ซึ่ง “Prices” ก็คือตัวเลขที่บอกว่าสินค้าหรือบริการนั้นมีมูลค่าเท่าไร และเราต้องจ่ายเงินเท่าไรเพื่อที่จะได้สิ่งนั้นมา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Prices” มาจากคำว่า “Price” ที่แปลว่า “ราคา” เมื่อเติม s เข้าไป จะกลายเป็นรูปพหูพจน์ หมายถึง “ราคาต่างๆ” หรือ “บรรดาราคา” ซึ่งสามารถใช้กล่าวถึงราคาของหลายสิ่งหลายอย่างรวมกัน หรือใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นว่ามีราคาหลายระดับ ตัวอย่างการใช้งาน “The Prices of gasoline have increased again.” (ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกแล้ว) “We offer competitive Prices for…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *