"Age” แปลว่า

คำว่า “Age” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “อายุ” หรือ “วัย” ค่ะ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงระยะเวลาตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันของบุคคล สัตว์ หรือสิ่งต่างๆ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Age” หรือ “อายุ” ในการพูดคุยสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของใครสักคน เช่น เวลาสมัครงาน สมัครเรียน หรือแม้แต่เวลาทำความรู้จักเพื่อนใหม่ นอกจากนี้ยังใช้ในการพูดถึงช่วงวัยต่างๆ ของชีวิต เช่น วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ หรือเมื่อพูดถึงอายุของสิ่งของต่างๆ ว่าเก่าหรือใหม่เพียงใด

ความหมายและการใช้งาน

“Age” หมายถึง จำนวนปีที่สิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของดำรงอยู่ หรือระยะเวลาที่ผ่านไปตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน

ตัวอย่างการใช้งาน

  • What is your age? (คุณอายุเท่าไหร่?)
  • The age of this building is over 100 years. (อายุของอาคารนี้มากกว่า 100 ปี)
  • He is of legal age to drive. (เขาอายุถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้ขับรถได้แล้ว)

บริบทการใช้งานทั่วไป

“Age” มักถูกใช้ในบริบทที่ต้องการระบุช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง หรือเพื่อเปรียบเทียบระยะเวลาของสิ่งต่างๆ

🔷 FAQ SECTION

“Age” กับ “Ageing” ต่างกันอย่างไร?

“Age” เป็นคำนาม หมายถึง อายุ ส่วน “Ageing” เป็นคำกริยา (รูปปัจจุบันกาล) หมายถึง การมีอายุมากขึ้น หรือ การแก่ตัวลง

เราจะใช้ “Age” ในประโยคภาษาไทยว่าอย่างไร?

เราสามารถใช้คำว่า “อายุ” หรือ “วัย” แทนคำว่า “Age” ได้เลยค่ะ เช่น “What is your age?” ก็แปลว่า “คุณอายุเท่าไหร่?”

Similar Posts

  • "Come Back” แปลว่า

    คำว่า “Come Back” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “กลับมา” เป็นคำกริยาวลุค (phrasal verb) ที่ใช้เมื่อต้องการสื่อถึงการเดินทางกลับไปยังสถานที่เดิม หรือการกลับมาสู่สถานะเดิมหลังจากหายไป หรือจากไปสักระยะหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Come Back” ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น เพื่อนที่เคยย้ายไปอยู่ต่างประเทศแล้วกลับมาเยี่ยมบ้าน หรือศิลปินที่หายหน้าไปนานแล้วกลับมาออกผลงานเพลงอีกครั้ง หรือแม้แต่การบอกให้ใครสักคนกลับมาหาเราหลังจากเขาเดินจากไป ความหมายและการใช้งาน “Come Back” หมายถึง การกลับมาสู่จุดเดิม หรือการปรากฏตัวอีกครั้งหลังจากที่ได้จากไป หรือหายไป คำนี้สามารถใช้ได้ทั้งกับการกลับมาทางกายภาพ เช่น กลับบ้าน กลับเมือง และการกลับมาในเชิงนามธรรม เช่น กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง หรือกลับมาทำในสิ่งที่เคยทำ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “นักร้องคนโปรดของฉันจะ come back พร้อมอัลบั้มใหม่เร็วๆ นี้” (หมายถึง นักร้องจะกลับมาออกผลงานเพลง) ตัวอย่างที่ 2: “หลังจากไปเรียนต่อต่างประเทศ เขาก็ come back มาทำงานที่บริษัทเดิม” (หมายถึง เขากลับมาทำงานที่เดิม) ตัวอย่างที่…

  • "Absorb” แปลว่า

    คำว่า “Absorb” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ คือ การดูดซับ การซึมซับ หรือการรับเข้ามา ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในหลายบริบท ทั้งในเชิงกายภาพและเชิงนามธรรม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Absorb” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น ผ้าขนหนูที่ “Absorb” น้ำได้ดี หมายถึง ผ้าขนหนูที่ซับน้ำได้เยอะ หรือเวลาที่เราเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สมองของเราก็กำลัง “Absorb” ข้อมูลใหม่ๆ เข้ามา หรือแม้กระทั่งเวลาที่เราฟังเพลงโปรด เราก็อาจจะกำลัง “Absorb” บรรยากาศ หรืออารมณ์ของเพลงนั้นๆ ก็ได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Absorb” สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: การดูดซับ (ทางกายภาพ): ใช้กับวัสดุที่สามารถดูดซึมของเหลวได้ เช่น ฟองน้ำดูดซับน้ำ การซึมซับ (ข้อมูล/ความรู้): ใช้กับการเรียนรู้ หรือการรับข้อมูลต่างๆ เข้ามา เช่น นักเรียนกำลังซึมซับความรู้จากอาจารย์ การรับเข้ามา/รวมเข้าไป: ใช้กับการที่สิ่งหนึ่งถูกรวมเข้าไปในอีกสิ่งหนึ่ง หรือการที่ธุรกิจหนึ่งถูกซื้อกิจการไป การดูดซับ (พลังงาน/เสียง): ใช้กับการที่วัตถุสามารถลดทอนพลังงาน หรือเสียงได้…

  • "Motto” แปลว่า

    คำว่า “Motto” (มอตโต้) ในภาษาไทยมีความหมายว่า **คติพจน์, สุภาษิต, หรือคำขวัญ** เป็นวลีสั้นๆ ที่สรุปหลักการ ความเชื่อ หรือเป้าหมายสำคัญของบุคคล กลุ่มคน องค์กร หรือแม้แต่ประเทศชาติ มักใช้เป็นเครื่องเตือนใจ สร้างแรงบันดาลใจ หรือกำหนดทิศทางการดำเนินงาน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็น “Motto” ได้ในหลายบริบท เช่น นักเรียนอาจมีคติพจน์ประจำใจในการเรียน บางบริษัทอาจมีคำขวัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และพันธกิจ หรือแม้แต่บุคคลที่มีชื่อเสียงก็อาจมีวลีเด็ดที่กลายเป็น “Motto” ส่วนตัวที่คนจดจำได้ มันเป็นเหมือนเข็มทิศทางใจที่ช่วยนำพาให้เราก้าวเดินไปในทิศทางที่ตั้งใจไว้ ความหมายและการใช้งาน “Motto” คือถ้อยคำที่สั้น กระชับ แต่มีความหมายลึกซึ้ง สามารถเป็นได้ทั้งหลักการดำเนินชีวิต คำแนะนำ หรือแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ ผู้คนมักเลือกใช้ “Motto” ที่สะท้อนถึงคุณค่าที่ตนเองยึดถือ หรือเป้าหมายที่ต้องการบรรลุ ตัวอย่าง Motto ของนักกีฬา: “ไม่มีคำว่ายอมแพ้” Motto ของบริษัทเทคโนโลยี: “นวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” Motto ส่วนตัว: “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” บริบทที่พบบ่อย “Motto” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการการรวมใจ การสร้างแรงบันดาลใจ หรือการสื่อสารแก่นสารสำคัญ…

  • "Signature” แปลว่า

    คำว่า “Signature” ในภาษาไทยมีความหมายว่า ลายเซ็น หรือลายมือชื่อ ซึ่งเป็นเครื่องหมายเฉพาะตัวที่ใช้ในการยืนยันตัวตน หรือแสดงความยินยอมในเอกสารต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว ลายเซ็นจะเป็นการเขียนชื่อหรือนามสกุลของบุคคลนั้นๆ ด้วยลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นการใช้ “Signature” ได้บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเซ็นชื่อบนเอกสารสำคัญ เช่น สัญญา ใบรับเงิน ใบสมัครงาน หรือแม้กระทั่งการเซ็นชื่อเพื่อรับพัสดุ การมีลายเซ็นที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกรรมต่างๆ นอกจากนี้ ในยุคดิจิทัล คำว่า “Signature” ยังถูกนำไปใช้ในบริบทของการลงนามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature) ซึ่งเป็นการยืนยันตัวตนในรูปแบบดิจิทัลบนเอกสารออนไลน์ ความหมายและการใช้งาน “Signature” หมายถึง ลายเซ็น หรือลายมือชื่อ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บุคคลใช้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ยืนยันความถูกต้อง หรือให้ความยินยอมในเอกสารต่างๆ ลายเซ็นมีความสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือและป้องกันการปลอมแปลง ตัวอย่างการใช้งาน การเซ็นชื่อในสัญญาซื้อขายบ้าน การเซ็นชื่อบนเช็คเพื่อสั่งจ่ายเงิน การเซ็นชื่อเพื่อรับรองเอกสาร การใช้อีเมลที่มีลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ บริบทที่ใช้บ่อย “Signature” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ธุรกิจ การเงิน และการยืนยันตัวตนในเอกสารต่างๆ ทั้งในรูปแบบกระดาษและรูปแบบดิจิทัล 🔷 FAQ SECTION “Signature”…

  • "Fill” แปลว่า

    “Fill” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า “เติม” หรือ “ทำให้เต็ม” ในภาษาไทยค่ะ เป็นคำกริยาที่ใช้ได้ในหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การเติมสิ่งของ การเติมข้อมูล ไปจนถึงการเติมเต็มความรู้สึก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Fill” บ่อยๆ ค่ะ เช่น เวลาเติมน้ำมันรถยนต์ เราก็จะบอกว่า “Fill up the tank” หรือเวลาต้องกรอกแบบฟอร์ม เราก็อาจจะเห็นคำสั่งว่า “Fill in the blanks” หรือ “Please fill out this form” นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายของการเติมเต็มในเชิงนามธรรม เช่น การเติมเต็มความสุข หรือเติมเต็มความฝันก็ได้ค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Fill” หมายถึงการทำให้บางสิ่งบางอย่างเต็มขึ้น หรือทำให้ไม่มีที่ว่างเหลืออยู่ โดยการใส่บางสิ่งเข้าไป หรือการครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ตัวอย่างการใช้งาน Fill a glass with water: เติมน้ำใส่แก้ว Fill the tank: เติมน้ำมันให้เต็มถัง…

  • "Delight” แปลว่า

    คำว่า “Delight” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง ความยินดี ความปลาบปลื้มใจ หรือความสุขที่เกิดขึ้นจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่น่าพอใจมากๆ เป็นความรู้สึกดีที่เกินความคาดหวังเล็กน้อย ทำให้รู้สึกประทับใจอย่างมาก ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะใช้คำว่า “Delight” เมื่อเราได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม หรือเมื่อสิ่งต่างๆ เป็นไปตามที่เราต้องการและมากกว่านั้น เช่น เมื่อเราทานอาหารอร่อยเป็นพิเศษ ได้รับของขวัญที่ถูกใจมากๆ หรือเมื่อได้เจอเพื่อนเก่าโดยไม่คาดฝัน ความรู้สึกเหล่านั้นแหละคือ “Delight” เป็นความสุขที่ทำให้เรายิ้มได้กว้างๆ และรู้สึกดีมากๆ กับสิ่งนั้น ความหมายและการใช้งาน “Delight” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ ความยินดี ความปลาบปลื้มใจ ความพอใจอย่างยิ่ง หรือความสุขที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่น่าประทับใจ มักใช้เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งดีเกินกว่าที่คาดหวังไว้ ทำให้รู้สึกสุขใจเป็นพิเศษ ตัวอย่างการใช้งาน ถ้าคุณไปร้านอาหารแล้วอาหารอร่อยมากจนคุณประทับใจ คุณอาจจะบอกว่า “The meal was a delight!” (มื้อนี้ช่างน่าปลาบปลื้มใจจริงๆ!) หรือถ้าลูกได้รับของขวัญที่อยากได้มาตลอด คุณอาจจะเห็นแววตาแห่งความ “Delight” ของเขา บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Delight” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับประสบการณ์ของลูกค้า (customer experience) เพื่อสื่อถึงความพึงพอใจในระดับสูง หรือเมื่อต้องการเน้นย้ำว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งสร้างความสุขและความประทับใจได้อย่างมาก…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *