"Adjusted” แปลว่า

คำว่า “Adjusted” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ปรับปรุง” หรือ “ปรับเปลี่ยน” โดยเป็นการกระทำที่ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเหมาะสมมากขึ้น ถูกต้องมากขึ้น หรืออยู่ในสภาพที่ต้องการ

ในการใช้งานจริง เรามักจะได้ยินคำว่า “Adjusted” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้ดีขึ้น เช่น เมื่อมีการรายงานผลประกอบการทางการเงินที่ถูก “Adjusted” หมายถึงตัวเลขที่ผ่านการปรับปรุงเพื่อสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น หรือเมื่อมีการตั้งค่าต่างๆ ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูก “Adjusted” ก็คือการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Adjusted” หมายถึงการกระทำที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ สภาพแวดล้อม หรือความต้องการที่เปลี่ยนไป เป็นการทำให้สิ่งนั้นมีความเหมาะสม สมบูรณ์ หรือถูกต้องมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างการใช้งาน

1. Adjusted Gross Income (AGI): รายได้รวมที่ถูกปรับปรุงแล้ว เป็นตัวเลขรายได้หลังหักค่าลดหย่อนบางประเภท ซึ่งมักใช้ในการคำนวณภาษี

2. Adjusted Price: ราคาที่ถูกปรับเปลี่ยน อาจจะเนื่องจากส่วนลด โปรโมชั่น หรือการเปลี่ยนแปลงปัจจัยอื่นๆ

3. Adjusted Settings: การตั้งค่าที่ถูกปรับให้เหมาะสม เช่น การปรับความสว่างหน้าจอ หรือการปรับเสียงในเครื่องเสียง

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Adjusted” มักปรากฏในบริบทที่เกี่ยวกับการเงิน การบัญชี การตั้งค่าอุปกรณ์ การปรับปรุงข้อมูล หรือการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและถูกต้องตามที่คาดหวัง

“Adjusted” หมายถึงอะไรในทางบัญชี?

ในทางบัญชี “Adjusted” มักหมายถึงรายการที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามมาตรฐานบัญชี หรือเพื่อให้สะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริง เช่น Adjusted Earnings (กำไรที่ปรับปรุงแล้ว) ซึ่งอาจมีการปรับรายการที่ไม่ใช่เงินสดออกไป

เราใช้คำว่า “Adjusted” ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร?

เราสามารถใช้ “Adjusted” ในชีวิตประจำวันได้เมื่อเราพูดถึงการปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ให้เข้ากับสถานการณ์ เช่น “I need to adjusted my schedule” (ฉันต้องปรับตารางเวลาของฉัน) หรือ “The price was adjusted after the discount” (ราคาถูกปรับเปลี่ยนหลังหักส่วนลดแล้ว)

Similar Posts

  • "Softly” แปลว่า

    คำว่า “Softly” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างนุ่มนวล เบาๆ หรืออย่างอ่อนโยน เป็นการบ่งบอกถึงลักษณะการกระทำที่ไม่รุนแรง ไม่แข็งกระด้าง และมักจะทำให้เกิดความรู้สึกสบาย หรือไม่ก่อให้เกิดการรบกวน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Softly” เพื่ออธิบายถึงการพูด การสัมผัส หรือการกระทำต่างๆ เช่น การพูดคุยกับเด็กเล็ก หรือสัตว์เลี้ยง เราอาจจะพูดคุยกับพวกเขา “softly” เพื่อไม่ให้พวกเขากลัว หรือตกใจ การสัมผัสสิ่งของที่บอบบาง เราก็จะสัมผัส “softly” เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือแม้แต่การเปิดประตู เราก็อาจจะเปิดมัน “softly” เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Softly” สื่อถึงการกระทำที่มีความนุ่มนวล ความเบา และความอ่อนโยน สามารถนำไปใช้ได้ในหลายสถานการณ์ เพื่อเน้นย้ำถึงลักษณะของการกระทำนั้นๆ ที่ไม่รุนแรงหรือไม่ก่อให้เกิดการรบกวน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “Please speak softly so the baby can sleep.” (กรุณาพูดเบาๆ เพื่อให้เด็กทารกหลับได้) “She…

  • "Factory” แปลว่า

    คำว่า “Factory” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้กันแพร่หลายในภาษาไทย หมายถึง โรงงาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในการผลิตสินค้าหรือวัตถุต่างๆ โดยใช้เครื่องจักร แรงงาน และกระบวนการผลิตต่างๆ เพื่อแปรรูปวัตถุดิบให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Factory” หรือ “โรงงาน” บ่อยครั้ง เช่น เวลาพูดถึงแหล่งผลิตสินค้า การจ้างงาน หรือแม้แต่ในข่าวสารที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรม การใช้คำนี้จะสื่อถึงสถานที่ที่มีการผลิตสินค้าจำนวนมาก อาจจะเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ โรงงานผลิตเสื้อผ้า โรงงานผลิตอาหาร หรือโรงงานประเภทอื่นๆ ที่เราพบเห็นได้ทั่วไป ความหมายและการใช้งาน “Factory” หมายถึง โรงงาน ซึ่งเป็นอาคารหรือกลุ่มอาคารที่มีการผลิตสินค้าหรือวัตถุต่างๆ โดยใช้เครื่องจักรและกระบวนการผลิต คำนี้ใช้ได้กับโรงงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่มีเครื่องจักรอันทันสมัย หรือโรงงานขนาดเล็กที่มีการผลิตแบบดั้งเดิม ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจจะได้ยินประโยคเช่น “โรงงานแห่งนี้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ส่งออกไปทั่วโลก” หรือ “เขาทำงานอยู่ใน factory ที่ผลิตขนมขบเคี้ยว” ซึ่งเป็นการใช้คำว่า “factory” เพื่อระบุถึงสถานที่ผลิตสินค้า บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Factory” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม การผลิต การจ้างงาน และเศรษฐกิจ โดยทั่วไปมักจะนึกถึงภาพของอาคารขนาดใหญ่ที่มีเครื่องจักรทำงานและมีคนงานจำนวนมาก Factory คืออะไร?…

  • "Neither” แปลว่า

    คำว่า “Neither” ในภาษาอังกฤษเป็นคำที่ใช้เพื่อปฏิเสธสองสิ่งขึ้นไปพร้อมกัน หรือใช้เพื่อกล่าวว่า “ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง” เป็นคำที่ช่วยให้เราสามารถสื่อสารการปฏิเสธได้อย่างกระชับและชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเราต้องการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือทั้งสองสิ่งนั้นไม่เป็นความจริง หรือไม่เกิดขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “Neither” เพื่อตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับการเลือกหรือไม่เลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่ไม่เข้าข่ายตัวเลือกใดๆ เลย เช่น เมื่อมีคนถามว่าคุณชอบสีแดงหรือสีน้ำเงินมากกว่ากัน แล้วคุณไม่ชอบทั้งสองสี คุณก็สามารถตอบว่า “Neither” ได้ หรือเมื่อพูดถึงเพื่อนสองคนแล้วบอกว่า “Neither of them came to the party” ก็หมายถึง เพื่อนทั้งสองคนไม่ได้มางานปาร์ตี้นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Neither” มีความหมายหลักคือ “ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง” หรือ “ไม่ทั้งคู่” ใช้เพื่อปฏิเสธสองสิ่งหรือมากกว่านั้นในประโยคเดียวกัน หรือใช้เป็นคำตอบสั้นๆ เพื่อปฏิเสธตัวเลือกที่ถูกเสนอมา ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: A: Do you want coffee or tea? B: Neither. I’m not thirsty. (A:…

  • "Sounds” แปลว่า

    คำว่า “Sounds” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “เสียง” ในภาษาไทยค่ะ เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “sound” ที่แปลว่าเสียงนั่นเอง เราใช้คำนี้เพื่ออ้างถึงการรับรู้ที่เกิดขึ้นจากการสั่นสะเทือนของอากาศหรือตัวกลางอื่นๆ ที่สามารถรับรู้ได้ด้วยหู ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Sounds” อยู่บ่อยๆ ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงเสียงเพลง เสียงพูดคุย เสียงธรรมชาติ หรือแม้แต่เสียงที่เกิดจากเครื่องจักรต่างๆ เราอาจจะใช้คำนี้เพื่อบอกว่า “It sounds good” ซึ่งหมายถึง “ฟังดูดี” หรือ “ฟังแล้วน่าสนใจ” เป็นต้น การใช้คำว่า “Sounds” จึงเป็นการสื่อสารเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยิน หรือการตีความจากสิ่งที่ได้ยินค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Sounds” หมายถึง เสียงต่างๆ ที่เราได้ยิน โดยทั่วไปแล้วเป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “sound” ซึ่งหมายถึงเสียงเดียว เราใช้คำนี้เพื่อกล่าวถึงการรับรู้ทางหู ไม่ว่าจะเป็นเสียงดนตรี เสียงสนทนา เสียงสัตว์ หรือเสียงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว ตัวอย่างการใช้งาน “I love the sounds of nature,…

  • "Mixed” แปลว่า

    คำว่า “Mixed” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลตรงตัวว่า “ผสม” หรือ “หลากหลาย” ในบริบททั่วไป หมายถึงการรวมกันของสิ่งต่างๆ ที่แตกต่างกัน หรือการมีองค์ประกอบที่หลากหลายปะปนกันอยู่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Mixed” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น การพูดถึงสภาพอากาศที่ “mixed” คือมีทั้งแดดและฝน หรือการพูดถึงผลการแข่งขันที่ “mixed” คือมีทั้งแพ้และชนะ หรือแม้แต่การพูดถึงส่วนผสมในอาหารที่ “mixed” คือมีหลายอย่างรวมกันอยู่ ความหมายและการใช้งาน “Mixed” หมายถึง การประกอบด้วยส่วนผสมที่แตกต่างกันหลายอย่าง หรือการมีลักษณะที่หลากหลายปะปนกันอยู่ การใช้งานจะขึ้นอยู่กับบริบท เช่น Mixed feelings: ความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกัน เช่น ดีใจแต่ก็เสียใจไปพร้อมๆ กัน Mixed signals: สัญญาณที่สื่อออกมาขัดแย้งกัน ทำให้ตีความได้ยาก Mixed media: การใช้สื่อหลายประเภทผสมผสานกันในการสร้างสรรค์ผลงาน Mixed race: การมีเชื้อชาติผสม Mixed group: กลุ่มคนที่มีความหลากหลาย เช่น เพศ อายุ หรือภูมิหลัง…

  • "Pricing” แปลว่า

    คำว่า “Pricing” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การตั้งราคา หรือ กระบวนการกำหนดราคาของสินค้าหรือบริการ เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อและสร้างผลกำไรให้กับผู้ขาย ในชีวิตประจำวัน เราจะเจอคำว่า “Pricing” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เวลาไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้า หรือดูโปรโมชั่นต่างๆ ก็จะมีการพูดถึงเรื่อง “Pricing Strategy” หรือกลยุทธ์การตั้งราคา เพื่อดึงดูดลูกค้า หรือเวลาดูราคาตั๋วเครื่องบิน หรือค่าบริการต่างๆ ผู้ให้บริการก็จะมีการกำหนด “Pricing” ที่แตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ เช่น ความต้องการของตลาด หรือคุณภาพของสินค้า/บริการ ความหมายและการใช้งาน Pricing คือ การกำหนดมูลค่าเป็นตัวเงินให้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งอาจรวมถึงการพิจารณาต้นทุน การแข่งขันในตลาด และคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ โดยทั่วไป การตั้งราคา (Pricing) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างรายได้และผลกำไรให้กับธุรกิจ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟอาจมี “Pricing” ที่แตกต่างกันสำหรับกาแฟร้อนและกาแฟเย็น หรืออาจมีโปรโมชั่นพิเศษในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ บริษัทเทคโนโลยีก็มีการวางแผน “Pricing” สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยพิจารณาจากกลุ่มเป้าหมายและฟีเจอร์ของสินค้า บริบทที่ใช้ทั่วไป คำว่า “Pricing” มักถูกใช้ในบริบททางธุรกิจ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *