"Subtraction” แปลว่า

คำว่า “Subtraction” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การลบ หรือ การหักออก เป็นกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่นำจำนวนหนึ่งออกจากอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อหาผลต่าง

ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Subtraction” หรือการลบอยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อคุณไปซื้อของแล้วต้องจ่ายเงิน ส่วนที่เหลือจากการหักราคาสินค้าออกจากเงินที่คุณจ่ายไปก็คือผลของการลบ หรือเมื่อคุณมีขนมอยู่จำนวนหนึ่ง แล้วแบ่งให้เพื่อนไปบางส่วน จำนวนขนมที่เหลืออยู่ก็มาจากการลบ นอกจากนี้ การคำนวณส่วนลดต่างๆ ก็เป็นการใช้หลักการของ Subtraction เช่นกัน

ความหมายและการใช้งาน

“Subtraction” คือการดำเนินการที่ตรงกันข้ามกับการบวก เมื่อเราทำการลบ เรากำลังหาว่าจำนวนที่น้อยลงไปเท่าใด หรือหาผลลัพธ์หลังจากนำบางสิ่งออกไป ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีแอปเปิล 5 ผล แล้วกินไป 2 ผล การลบ 5 – 2 จะทำให้เราทราบว่าเหลือแอปเปิลอยู่ 3 ผล

ตัวอย่างการใช้งาน

ในบริบททางการเงิน เช่น การคำนวณกำไรขาดทุน การหักค่าใช้จ่ายออกจากรายได้ ก็คือ Subtraction หากคุณมีเงิน 1,000 บาท แล้วใช้ไป 300 บาท การคำนวณ 1,000 – 300 = 700 บาท คือการหาจำนวนเงินที่เหลืออยู่

บริบทที่ใช้บ่อย

“Subtraction” เป็นคำศัพท์พื้นฐานในวิชาคณิตศาสตร์ที่พบได้ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา และถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การจัดการเงินส่วนตัว การคำนวณปริมาณสิ่งของ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนขึ้น

“Subtraction” คืออะไร?

“Subtraction” คือ การลบ หรือ การหักออก เป็นการดำเนินการทางคณิตศาสตร์ที่นำจำนวนหนึ่งหักออกจากอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อหาผลลัพธ์ที่ลดลง

เราใช้ “Subtraction” ในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง?

เราใช้ “Subtraction” หรือการลบในชีวิตประจำวันตลอดเวลา เช่น การนับเงินทอน การคำนวณส่วนลด การแบ่งปันสิ่งของ หรือการคำนวณเวลาที่ผ่านไป

Similar Posts

  • "เอ็นดู” แปลว่า

    คำว่า “เอ็นดู” เป็นคำกริยาในภาษาไทยที่แสดงถึงความรู้สึกรักใคร่ รู้สึกดี สงสาร หรือเอ็นีที่เกิดขึ้นต่อบุคคลหรือสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ น่ารัก หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเห็นใจ มักใช้กับเด็ก สัตว์เลี้ยง หรือผู้ที่ต้องการความดูแลเอาใจใส่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “เอ็นดู” ถูกใช้ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเห็นเด็กน้อยทำท่าทางน่ารัก พ่อแม่ก็จะบอกว่า “เอ็นดูจังเลย” หรือเมื่อเห็นลูกแมวลูกหมาที่กำลังซนและน่ารัก ผู้ใหญ่ก็อาจจะอุทานว่า “โอ้โห น่าเอ็นดูจริงๆ” นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับคนที่มีนิสัยหรือการกระทำที่น่ารัก อ่อนโยน หรือคนที่กำลังประสบปัญหาที่ทำให้รู้สึกสงสารและอยากให้กำลังใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “เอ็นดู” มีความหมายหลักๆ คือ การรักใคร่ด้วยความสงสาร หรือรู้สึกดีที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารัก อ่อนแอ หรือตกอยู่ในภาวะที่ต้องการความช่วยเหลือ มักจะมีความรู้สึกอยากปกป้องดูแลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตัวอย่างการใช้งาน เด็กน้อยยิ้มให้ ฉันรู้สึกเอ็นดูมาก ลูกหมาตัวเล็กๆ กำลังวิ่งเล่นอย่างซน น่าเอ็นดูจริงๆ เขาทำท่าทางอ้อนวอนจนฉันอดเอ็นดูไม่ได้ บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “เอ็นดู” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับเด็ก สัตว์เลี้ยง หรือสถานการณ์ที่แสดงถึงความอ่อนแอ น่ารัก หรือน่าสงสาร การใช้คำนี้แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกอบอุ่น ความเมตตา และความผูกพัน “เอ็นดู”…

  • "Passes” แปลว่า

    คำว่า “Passes” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “ผ่าน” หรือ “บัตรผ่าน” ซึ่งสามารถนำไปใช้ในบริบทที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เราพบเจอ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Passes” ในหลายรูปแบบ เช่น บัตรเข้างาน (event passes), บัตรโดยสาร (travel passes), หรือแม้กระทั่งการ “ผ่าน” การทดสอบหรือการประเมินต่างๆ ความหมายจะเน้นไปที่การได้รับอนุญาตให้เข้าถึงพื้นที่ ทำกิจกรรม หรือผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Passes” สามารถแปลได้หลายความหมายตามบริบท: การผ่าน (Verb): ใช้ในความหมายของการเคลื่อนที่ผ่านสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น “He passes the ball” (เขาจ่ายบอล) หรือ “She passes the exam” (เธอสอบผ่าน) บัตรผ่าน (Noun): หมายถึงเอกสารหรือสัญลักษณ์ที่แสดงว่าได้รับอนุญาตให้เข้าสถานที่หรือทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น “Season passes” (บัตรรายฤดูกาล) หรือ “Access passes”…

  • "Items” แปลว่า

    คำว่า “Items” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “สิ่งของ” หรือ “รายการ” ค่ะ เป็นคำนามที่ใช้เรียกแทนสิ่งต่างๆ ที่สามารถนับได้ หรือเป็นส่วนหนึ่งของรายการที่ใหญ่กว่า ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Items” บ่อยๆ เช่น เวลาไปซื้อของในห้างสรรพสินค้า พนักงานอาจจะบอกว่า “คุณลูกค้ามีกี่ items คะ” ซึ่งหมายถึง “คุณลูกค้ามีกี่ชิ้นคะ” หรือในการสั่งอาหาร ก็อาจจะมีเมนูที่ระบุเป็น “Items” ต่างๆ ให้เราเลือก หรือเวลาเราทำรายการสิ่งที่ต้องทำ (To-do list) เราก็จะลิสต์เป็น “Items” รายการต่างๆ ออกมานั่นเองค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Items” หมายถึง สิ่งของแต่ละอย่าง หรือรายการย่อยๆ ที่รวมกันเป็นชุด หรือเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ใช้ได้กับสิ่งของทั่วไป ตั้งแต่ของชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงข้อมูล หรือหัวข้อต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน ในร้านค้า: “Please check if all the items are…

  • "Sickness” แปลว่า

    คำว่า “Sickness” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง อาการป่วย หรือ ความเจ็บป่วย เป็นคำนามที่ใช้เรียกสภาพร่างกายที่ไม่สบาย หรือมีอาการผิดปกติจากสุขภาพที่ดี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Sickness” เพื่ออธิบายถึงการที่ใครบางคนกำลังไม่สบาย หรือกำลังเผชิญกับอาการป่วย เช่น อาจจะใช้พูดว่า “I have a sickness” เพื่อบอกว่าฉันกำลังป่วย หรือ “The sickness is spreading fast” เพื่อบอกว่าโรคนี้กำลังระบาดอย่างรวดเร็ว เป็นคำที่ครอบคลุมอาการป่วยได้หลากหลาย ตั้งแต่ไม่สบายเล็กน้อยไปจนถึงอาการป่วยหนัก ความหมายและการใช้งาน Sickness หมายถึง สภาพของการไม่สบายทางร่างกาย หรือจิตใจ ซึ่งส่งผลให้การทำงานปกติของร่างกายผิดปกติไป อาจเกิดจากโรค เชื้อโรค หรือปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง คำนี้สามารถใช้ได้ทั้งในกรณีที่เป็นอาการป่วยทั่วไป หรือโรคที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “He is suffering from a rare sickness.” (เขากำลังทนทุกข์ทรมานจากอาการป่วยที่หายาก) หรือ “The company…

  • "File” แปลว่า

    คำว่า “File” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “แฟ้ม” หรือ “ไฟล์” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงชุดของข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เช่น เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ หรือโปรแกรมต่างๆ เปรียบเสมือนกับเอกสารที่ถูกเก็บไว้ในแฟ้มเอกสารในชีวิตจริง เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา จัดการ และนำไปใช้งาน ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “File” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเราต้องการบันทึกงานที่ทำค้างไว้ เราก็จะกด “Save File” หรือเมื่อต้องการส่งข้อมูลให้เพื่อน เราก็จะ “Share File” หรือถ้าเราเจอรูปภาพสวยๆ ที่อยากเก็บไว้ ก็จะทำการ “Download File” มาเก็บไว้ในเครื่อง หรือแม้แต่เวลาที่เราต้องการลบข้อมูลที่ไม่ใช้แล้ว ก็จะเป็นการ “Delete File” นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “File” หมายถึง ข้อมูลหรือชุดคำสั่งที่ถูกจัดเก็บไว้เป็นหน่วยเดียวในระบบคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์บันทึกข้อมูลต่างๆ สามารถเป็นได้ทั้งข้อมูลที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น เอกสาร ข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ หรือจะเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็ได้ การใช้งาน…

  • "Secretly” แปลว่า

    คำว่า “Secretly” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้บอกว่า การกระทำบางอย่างนั้นเกิดขึ้นอย่างลับๆ ไม่ให้ใครรู้ หรือทำไปโดยไม่เปิดเผยตัวตน ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Secretly” เมื่อต้องการสื่อถึงการทำอะไรบางอย่างโดยที่ไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ เช่น แอบชอบใครสักคนโดยไม่บอกเขา หรือแอบทำเซอร์ไพรส์วันเกิดให้เพื่อนโดยไม่ให้เขารู้ตัว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Secretly” หมายถึง การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างลับๆ ไม่เปิดเผย หรือปกปิดไว้ ตัวอย่างการใช้งาน “เขาแอบชอบเธอมานานแล้ว แต่ไม่เคยบอกใคร” (He has secretly liked her for a long time, but never told anyone.) “พวกเราแอบวางแผนงานแต่งงานให้เพื่อนโดยไม่ให้เขารู้” (We secretly planned the wedding for our friend without her knowing.) บริบทที่ใช้บ่อย คำนี้มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำว่า การกระทำนั้นไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ หรือเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายในกลุ่มคนเล็กๆ หรือเพียงคนเดียว 🔷 FAQ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *