"So Far So Good” แปลว่า

“So Far So Good” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความรู้สึกว่าจนถึงขณะนี้ ทุกอย่างยังคงเป็นไปด้วยดี ไม่มีปัญหา หรือสถานการณ์ยังคงดำเนินไปในทิศทางที่น่าพอใจ แม้ว่าอาจจะยังไม่ถึงจุดหมายปลายทาง หรือยังไม่เห็นผลลัพธ์สุดท้ายก็ตาม

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้สำนวนนี้เมื่อพูดถึงโปรเจกต์ที่กำลังทำอยู่ การเดินทางที่กำลังดำเนินไป หรือแม้แต่สถานการณ์ทั่วไปที่ยังไม่มีอะไรผิดปกติ เช่น เมื่อเพื่อนถามว่าโปรเจกต์ที่ทำอยู่เป็นอย่างไรบ้าง เราก็อาจจะตอบว่า “So Far So Good” เพื่อบอกว่าทุกอย่างยังคงเป็นไปตามแผน ไม่มีอุปสรรคใหญ่ ๆ เกิดขึ้น

ความหมายและการใช้งาน

“So Far So Good” แปลตรงตัวได้ว่า “จนถึงตอนนี้ก็ยังดีอยู่” หรือ “เท่าที่ผ่านมาก็ยังดี” เป็นการบอกว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ หรือเป็นไปในทางที่ดี ยังไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบ หรือจะดีตลอดไป เป็นเพียงการประเมินสถานการณ์ ณ จุดนั้น ๆ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “How’s the new job going?” “So far so good. I’m still learning a lot, but my colleagues are very helpful.” (งานใหม่เป็นไงบ้าง? “ก็ยังดีอยู่ ยังเรียนรู้อะไรอีกเยอะเลย แต่เพื่อนร่วมงานก็ช่วยเหลือดีมาก”)
  • “We’ve been driving for five hours. So far so good, no traffic jams.” (เราขับรถมาห้าชั่วโมงแล้ว ก็ยังดีอยู่ ไม่เจอรถติดเลย)
  • “The preparations for the wedding are going well. So far so good!” (การเตรียมงานแต่งงานดำเนินไปด้วยดีนะ เท่าที่ผ่านมาก็ยังดี!)

บริบทที่ใช้บ่อย

สำนวนนี้มักใช้ในสถานการณ์ที่กำลังมีความคืบหน้าบางอย่าง แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ หรือยังไม่สิ้นสุดลง เป็นการแสดงความหวังเล็ก ๆ ว่าสิ่งต่าง ๆ จะยังคงดำเนินต่อไปในทางที่ดี และเป็นการให้กำลังใจตัวเองหรือผู้อื่นว่าอย่าเพิ่งกังวลจนเกินไป

คำถามที่พบบ่อย

“So Far So Good” มีความหมายเชิงลบหรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว “So Far So Good” เป็นสำนวนเชิงบวกหรือเป็นกลาง หมายถึงสถานการณ์ยังดีอยู่ แต่ก็อาจแฝงความหมายว่ายังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง เพราะยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด

ควรใช้ “So Far So Good” เมื่อไหร่?

ควรใช้เมื่อต้องการบอกว่าสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบันยังเป็นไปด้วยดี ไม่มีปัญหาใหญ่ ๆ เกิดขึ้น แต่ยังไม่สามารถสรุปผลลัพธ์สุดท้ายได้

Similar Posts

  • "Teachers” แปลว่า

    คำว่า “Teachers” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ครู” หรือ “อาจารย์” ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่สอน สั่งสอน หรือให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการเรียนรู้ในสาขาวิชาต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว คำนี้จะใช้เรียกผู้ที่ประกอบอาชีพครูในสถานศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ไปจนถึงระดับอุดมศึกษา หรือแม้แต่นอกระบบการศึกษา เช่น ครูสอนพิเศษ ครูฝึกอบรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Teachers” หรือ “ครู” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อพูดถึงโรงเรียน เราก็จะนึกถึงคุณครูที่คอยให้ความรู้และดูแลนักเรียน หรือเมื่อเราต้องการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เราก็อาจจะมองหา “Teachers” หรือผู้เชี่ยวชาญที่จะมาสอนเรา คำว่า “Teachers” ยังสามารถใช้ในบริบทที่กว้างขึ้นได้ หมายถึงผู้ที่ให้คำแนะนำ ชี้แนะแนวทาง หรือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้อื่นในด้านต่างๆ ด้วยเช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Teachers” เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “Teacher” ซึ่งหมายถึง “ครู” หนึ่งคน ดังนั้น “Teachers” จึงหมายถึง “ครูหลายคน” หรือ…

  • "Taught” แปลว่า

    คำว่า “Taught” เป็นรูปอดีตกาล (Past Tense) และกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) ของคำกริยา “teach” ซึ่งในภาษาไทยมีความหมายว่า “สอน” หรือ “สั่งสอน” นั่นเองค่ะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการใช้คำว่า “taught” ในสถานการณ์ที่พูดถึงการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการสอนในโรงเรียน การสอนทักษะบางอย่าง หรือแม้แต่การสั่งสอนอบรมจากผู้ใหญ่ เช่น คุณครูสอนวิชาคณิตศาสตร์เมื่อวานนี้ หรือ พ่อแม่สั่งสอนลูกให้เป็นคนดี ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Taught” หมายถึง การถ่ายทอดความรู้ ทักษะ หรือข้อมูลบางอย่างให้กับผู้อื่น โดยผู้ที่ทำหน้าที่สอน (teacher) ได้ทำการสอนสิ่งนั้นไปแล้วในอดีต สามารถใช้ได้ทั้งในบริบทที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ตัวอย่างการใช้งาน My English teacher taught us grammar last week. (คุณครูสอนภาษาอังกฤษของฉันสอนไวยากรณ์ให้เราเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว) She taught me how to cook when…

  • "Cal” แปลว่า

    “Cal” เป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษ ย่อมาจากคำว่า “Calendar” ซึ่งหมายถึง ปฏิทินนั่นเองค่ะ ในภาษาไทย เรามักจะใช้คำว่า “ปฏิทิน” หรือ “แคล” เพื่อสื่อถึงสิ่งเดียวกัน ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Cal” หรือปฏิทินเพื่อดูวัน เดือน ปี รวมถึงวันหยุดต่างๆ หรือนัดหมายสำคัญต่างๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นปฏิทินที่แขวนผนัง ปฏิทินตั้งโต๊ะ หรือแม้แต่ในแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ ก็ล้วนแต่เป็น “Cal” ที่ช่วยให้เราจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน “Cal” คือ ปฏิทิน ใช้สำหรับบันทึกและติดตามวันเวลาต่างๆ เช่น วันเกิด วันครบรอบ วันหยุดราชการ หรือกำหนดการประชุมต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้ในการวางแผนกิจกรรมในอนาคตอีกด้วย ตัวอย่างการใช้งาน “พรุ่งนี้มีนัดหมอใน Cal แล้วนะ อย่าลืมไปนะ” “ฉันต้องเช็ค Cal ดูว่าวันหยุดยาวนี้ว่างไปเที่ยวได้ไหม” “งานนี้ต้องส่งภายในสิ้นเดือนนี้ ต้องจดลงใน Cal ไว้เลย” บริบทที่ใช้บ่อย “Cal” มักถูกใช้ในบริบทของการวางแผน การนัดหมาย การจัดการเวลา…

  • "Although” แปลว่า

    คำว่า “Although” เป็นคำเชื่อมในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อแสดงความขัดแย้ง หรือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นในประโยคเดียวกัน โดยมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “แม้ว่า” หรือ “ถึงแม้ว่า” ในภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “Although” เมื่อต้องการเปรียบเทียบสองสิ่งที่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ยังคงเกิดขึ้นหรือมีความเกี่ยวข้องกันอยู่ ตัวอย่างเช่น เราอาจจะบอกว่าเรารักใครบางคน “although” พวกเขาทำอะไรบางอย่างที่เราไม่ชอบ หรือเราอาจจะไปเที่ยวที่หนึ่ง “although” อากาศไม่ดี ความหมายและการใช้งาน “Although” ทำหน้าที่เชื่อมประโยคสองประโยคเข้าด้วยกัน โดยประโยคที่ตามหลัง “Although” จะเป็นข้อมูลที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกับประโยคหลัก แต่ก็เป็นความจริงที่เกิดขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน Although it was raining, we still went for a walk. (แม้ว่าฝนจะตก เราก็ยังคงออกไปเดินเล่น) She passed the exam, although she didn’t study much. (เธอสอบผ่าน แม้ว่าจะไม่ได้เรียนมากนัก) Although he is…

  • "Affair” แปลว่า

    คำว่า “Affair” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ เรื่องชู้สาว หรือความสัมพันธ์ลับๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคลที่มีคู่อยู่แล้วกับบุคคลที่สาม โดยทั่วไปแล้วมักจะสื่อถึงการนอกใจคนรักหรือคู่สมรส ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Affair” จากภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ การใช้คำนี้ในภาษาไทยมักจะมีความหมายที่ค่อนข้างชัดเจนและตรงไปตรงมาว่าเป็นการนอกใจ หรือมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับคนอื่น นอกเหนือจากความสัมพันธ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือที่ตกลงกันไว้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Affair” หมายถึง ความสัมพันธ์ลับๆ ที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์เชิงชู้สาวที่เกิดขึ้นกับบุคคลอื่น ในขณะที่บุคคลนั้นมีคู่รักหรือคู่สมรสอยู่แล้ว เป็นการนอกใจที่อาจนำไปสู่ปัญหาและความขัดแย้งในความสัมพันธ์ ตัวอย่างการใช้งาน หากมีข่าวเกี่ยวกับนักการเมืองที่ถูกจับได้ว่ามี “Affair” กับเลขาสาว ก็หมายความว่านักการเมืองคนนั้นนอกใจภรรยาของตนเองและมีความสัมพันธ์ลับๆ กับเลขานุการ บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า “Affair” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน การนอกใจ หรือเรื่องอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับความรักและการนอกใจ 🔷 FAQ SECTION “Affair” ต่างจาก “Love affair” อย่างไร? โดยทั่วไปแล้ว “Affair” และ “Love affair” มีความหมายใกล้เคียงกันมาก และมักใช้แทนกันได้ โดยทั้งสองคำสื่อถึงความสัมพันธ์ลับๆ…

  • "Poop” แปลว่า

    “Poop” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า “อุจจาระ” หรือ “มูล” ในภาษาไทยค่ะ เป็นคำที่ใช้เรียกของเสียที่ร่างกายขับถ่ายออกมาหลังจากกระบวนการย่อยอาหาร ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Poop” โดยตรงบ่อยนัก แต่จะคุ้นเคยกับคำว่า “อึ” หรือ “ขี้” มากกว่าค่ะ อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงเรื่องทั่วไป หรือคุยกับชาวต่างชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษ ก็อาจจะได้ยินหรือใช้คำนี้ได้ เช่น เวลาพูดถึงสัตว์เลี้ยง หรือเวลาพูดถึงเรื่องสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่าย ความหมายและการใช้งาน “Poop” หมายถึง อุจจาระ หรือมูลสัตว์ เป็นคำนามที่ใช้เรียกของเสียที่ถูกขับออกจากร่างกาย ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคตัวอย่าง: “My dog needs to go poop.” (หมาของฉันต้องการไปอึ) “The baby just pooped.” (เด็กทารกเพิ่งจะอึ) บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Poop” มักจะใช้ในบริบทที่ไม่เป็นทางการ หรือเมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยง เด็กเล็ก หรือในสถานการณ์ที่ต้องการใช้คำที่ตรงไปตรงมาแต่ไม่หยาบคายจนเกินไป FAQ SECTION “Poop” กับ “อึ”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *