"Trimmed” แปลว่า

คำว่า “Trimmed” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ถูกตัดแต่ง” หรือ “ถูกเล็มออก” โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการลดขนาด ตัดส่วนเกินออก หรือทำให้เรียบง่ายขึ้น

ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Trimmed” บ่อยๆ ในบริบทต่างๆ เช่น การตัดผมที่บอกช่างว่า “trim the ends” ซึ่งหมายถึงการเล็มปลายผมออกเล็กน้อย หรือเวลาพูดถึงการลดค่าใช้จ่าย ก็อาจจะใช้คำว่า “trimming the budget” เพื่อสื่อถึงการตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกไป หรือแม้แต่ในการทำอาหาร การ “trim the fat” จากเนื้อสัตว์ ก็คือการเล็มไขมันส่วนเกินออกเพื่อให้เนื้อดูน่ารับประทานมากขึ้น

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Trimmed” เป็นรูปอดีต (Past Tense) และกริยาช่องที่ 3 (Past Participle) ของกริยา “trim” ซึ่งแปลว่า การตัดแต่ง, การเล็ม, การลด, การทำให้เรียบง่ายขึ้น หรือการตกแต่งให้สวยงาม การใช้คำว่า “Trimmed” จึงหมายถึง สภาพที่ถูกกระทำตามกริยาเหล่านั้นแล้ว

ตัวอย่างการใช้งาน

  • Trimmed hair: ผมที่ถูกเล็มปลายออกเล็กน้อย
  • Trimmed beard: หนวดเคราที่ถูกจัดแต่งให้เรียบร้อย
  • Trimmed expenses: ค่าใช้จ่ายที่ถูกลดทอนลง
  • Trimmed hedges: ต้นไม้พุ่มที่ถูกตัดแต่งกิ่งให้เป็นระเบียบ

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Trimmed” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับ การดูแลรูปลักษณ์ (เช่น ผม, เสื้อผ้า), การจัดการ (เช่น งบประมาณ, รายการ), หรือ การตกแต่ง (เช่น สวน, ข้าวของ)

“Trimmed” หมายถึงอะไรในการตัดผม?

ในการตัดผม “Trimmed” หมายถึงการเล็มปลายผมออกเล็กน้อย เพื่อจัดทรงให้สวยงาม หรือเอาส่วนที่เสียออก โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงทรงผมหลัก

“Trimmed” ใช้กับเสื้อผ้าได้ไหม?

ได้ครับ “Trimmed” สามารถใช้กับเสื้อผ้าได้ หมายถึงเสื้อผ้าที่มีการตกแต่งเพิ่มเติม เช่น การติดลูกไม้ การปัก หรือการติดแถบวัสดุต่างๆ เพื่อเพิ่มความสวยงาม

“Trimmed” กับ “Cut” ต่างกันอย่างไร?

“Cut” หมายถึงการตัดโดยทั่วไป ซึ่งอาจจะตัดออกไปมากหรือน้อยก็ได้ แต่ “Trimmed” มักจะหมายถึงการตัดออกเพียงเล็กน้อยเพื่อจัดแต่ง หรือลดส่วนเกินออกเท่านั้น

Similar Posts

  • "อสงไขย” แปลว่า

    คำว่า “อสงไขย” เป็นคำนามในภาษาไทยที่ยืมมาจากภาษาสันสกฤต หมายถึง ระยะเวลาที่ยาวนานมากจนประมาณนับไม่ได้ หรือไม่สามารถกำหนดจำนวนที่แน่นอนได้ เป็นการเปรียบเทียบถึงช่วงเวลาที่ยาวนานสุดประมาณ เป็นหน่วยนับที่ใหญ่มากในทางพุทธศาสนา ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะไม่ค่อยได้ใช้คำว่า “อสงไขย” บ่อยนัก แต่เมื่อมีการพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับกาลเวลาอันยาวนานมากๆ หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธ เช่น การเวียนว่ายตายเกิด หรือการสร้างบารมีของพระพุทธเจ้า มักจะมีการนำคำนี้มาใช้เพื่อสื่อถึงความยาวนานที่เกินกว่าจะจินตนาการได้ ทำให้ผู้ฟังเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของระยะเวลานั้นๆ ความหมายและการใช้งาน อสงไขย (อ่านว่า อะ-สัง-ไข) มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต “อสงขฺเยยฺย” (Asaṅkhyeya) ซึ่งแปลว่า “นับไม่ได้” หรือ “ประมาณไม่ได้” ในทางพุทธศาสนา อสงไขยเป็นหน่วยนับเวลาที่ใหญ่มาก โดย 1 อสงไขย เท่ากับ 10 ยกกำลัง 140 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกินกว่าที่มนุษย์จะสามารถรับรู้หรือคำนวณได้ ตัวอย่างการใช้งาน “กว่าจะสร้างบารมีจนได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ต้องใช้เวลาถึงอสงไขย” หรือ “การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏนั้นยาวนานราวกับอสงไขย” บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า “อสงไขย” มักใช้ในบริบททางศาสนาพุทธ เพื่ออธิบายถึงระยะเวลาอันยาวนานของการบำเพ็ญเพียร การสร้างบุญบารมี หรือการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์โลก หรือใช้ในการเปรียบเปรยถึงสิ่งที่มีปริมาณหรือระยะเวลาที่มากมายมหาศาลจนนับไม่ถ้วน “อสงไขย”…

  • "Rigid” แปลว่า

    คำว่า “Rigid” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การแข็งทื่อ ไม่ยืดหยุ่น หรือไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ มักใช้เพื่ออธิบายลักษณะของวัตถุ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งความคิดและกฎเกณฑ์ที่ตายตัว ไม่ยอมอ่อนข้อ ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Rigid” ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับความเข้มงวด หรือการไม่ยอมผ่อนปรน ตัวอย่างเช่น เมื่อพูดถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดมากจนไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ หรือเมื่อพูดถึงท่าทางของคนที่แข็งทื่อ ไม่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังอาจใช้กับวัสดุที่แข็งมากจนไม่สามารถดัดงอได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Rigid” แปลว่า แข็ง, แข็งทื่อ, ไม่ยืดหยุ่น, ตายตัว ใช้ได้ทั้งกับรูปธรรมและนามธรรม ตัวอย่างการใช้งาน วัตถุ: ไม้บรรทัดพลาสติกอันนี้ Rigid มาก ดัดไม่ให้หักเลย กฎเกณฑ์: กฎของบริษัทเรื่องการแต่งกายค่อนข้าง Rigid ต้องใส่ชุดสูทเท่านั้น ท่าทาง: นักแสดงคนนั้นมีท่าทาง Rigid เกินไป ดูไม่เป็นธรรมชาติ ความคิด: เขาเป็นคนมีความคิด Rigid ไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น บริบทที่พบบ่อย มักใช้ในบริบทที่ต้องการเน้นความเข้มงวด ความไม่ยืดหยุ่น หรือความตายตัว เช่น ข้อกำหนด…

  • "Build” แปลว่า

    คำว่า “Build” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ การสร้าง การก่อสร้าง หรือการทำให้ก่อตัวขึ้น สามารถใช้ได้ทั้งกับสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น การสร้างบ้าน การสร้างตึก และสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น การสร้างความสัมพันธ์ การสร้างทีม หรือการสร้างอนาคต ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Build” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงการสร้างธุรกิจใหม่ๆ เราอาจจะได้ยินว่า “He wants to build his own company” (เขาต้องการสร้างบริษัทของตัวเอง) หรือในการพัฒนาทักษะ เราอาจจะพูดว่า “We need to build our team’s skills” (เราต้องสร้างทักษะให้กับทีมของเรา) นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เช่น “Let’s build a sandcastle on the beach” (เรามาสร้างปราสาททรายกันบนชายหาด) หรือในเชิงเปรียบเทียบ เช่น “Building…

  • "Heel” แปลว่า

    คำว่า “Heel” ในภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายหลักๆ อยู่สองแบบ คือ ส่วนส้นเท้าของเท้า และความหมายในเชิงเปรียบเปรยที่หมายถึงคนไม่ดีหรือคนพาล ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Heel” ในบริบทที่เกี่ยวกับรองเท้า เช่น “รองเท้าส้นสูง” ที่เรียกว่า “high heels” หรือเมื่อพูดถึงการเดินที่ลงน้ำหนักที่ส้นเท้า ในอีกความหมายหนึ่งที่ใช้ในเชิงเปรียบเปรย มักจะใช้เรียกคนที่ทำตัวไม่ดี มีนิสัยก้าวร้าว หรือเป็นคนอันธพาล ซึ่งความหมายนี้จะพบได้บ่อยในภาพยนตร์หรือนิยาย ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลัก: ส้นเท้า: ส่วนหลังสุดของเท้ามนุษย์ ส้นรองเท้า: ส่วนที่นูนออกมาด้านหลังของรองเท้า คนไม่ดี/คนพาล (เชิงเปรียบเปรย): ใช้เรียกบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก้าวร้าว หรือเป็นอันธพาล บริบทและการใช้งานทั่วไป คำว่า “Heel” ถูกใช้ในหลากหลายสถานการณ์: แฟชั่นและรองเท้า: “She loves wearing high heels.” (เธอชอบใส่รองเท้าส้นสูง) การแพทย์: “The doctor examined his heel pain.” (หมอตรวจอาการปวดส้นเท้าของเขา) ในวงการบันเทิง/กีฬา (เชิงเปรียบเปรย): มักใช้เรียกตัวร้ายในภาพยนตร์…

  • "Collecting” แปลว่า

    คำว่า “Collecting” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การสะสม การรวบรวม หรือการเก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ โดยมักจะทำด้วยความสนใจ ความชื่นชอบ หรือเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง การสะสมนี้อาจเป็นไปเพื่อความเพลิดเพลิน เป็นงานอดิเรก หรือแม้กระทั่งเป็นการลงทุน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นผู้คน “collecting” สิ่งของหลากหลายรูปแบบ เช่น การสะสมแสตมป์ การสะสมเหรียญ การสะสมการ์ดเกม หรือแม้กระทั่งการสะสมของที่ระลึกจากการเดินทาง การ “collecting” เป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราสะสม ได้พบปะผู้คนที่มีความสนใจเหมือนกัน และบางครั้งก็อาจนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับของสะสมนั้นๆ ได้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Collecting” แปลตรงตัวว่า “การสะสม” หรือ “การรวบรวม” ในบริบททั่วไป หมายถึง การหาและเก็บรวบรวมสิ่งของหลายๆ ชิ้นที่มีลักษณะบางอย่างร่วมกัน โดยอาจเป็นไปตามความชอบส่วนตัว งานอดิเรก หรือเพื่อเป้าหมายเฉพาะ ตัวอย่างการใช้งาน 1. Collecting stamps: การสะสมแสตมป์ เป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยนักสะสมจะรวบรวมแสตมป์จากประเทศต่างๆ หรือแสตมป์ที่มีลักษณะพิเศษ. 2. Collecting coins: การสะสมเหรียญ ผู้คนอาจสะสมเหรียญเก่า…

  • "Bakery” แปลว่า

    คำว่า “Bakery” (เบเกอรี่) หมายถึง ร้านค้าหรือสถานที่ที่ผลิตและจำหน่ายขนมอบต่างๆ เช่น ขนมปัง เค้ก คุกกี้ พาย และขนมอบอื่นๆ ที่อบด้วยเตาอบ คำนี้มาจากภาษาอังกฤษ และเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยเพื่อเรียกชื่อร้านขนมอบโดยเฉพาะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นคำว่า “Bakery” ได้ทั่วไปตามป้ายร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กๆ ในตลาด หรือร้านใหญ่ที่มีชื่อเสียงตามห้างสรรพสินค้า ผู้คนนิยมไปร้าน Bakery เพื่อซื้อขนมสำหรับทานเล่น เป็นของว่าง หรือเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด หรือเทศกาลต่างๆ นอกจากนี้ บางร้าน Bakery ยังมีบริการกาแฟ เครื่องดื่มอื่นๆ หรือแม้กระทั่งอาหารเช้า ทำให้กลายเป็นจุดนัดพบยอดนิยมสำหรับหลายๆ คน ความหมายและการใช้งาน Bakery คือ ร้านที่ขายขนมอบต่างๆ ที่ผ่านการอบด้วยความร้อน โดยใช้วัตถุดิบหลัก เช่น แป้ง น้ำตาล ไข่ และเนย เพื่อสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและมีรสชาติอร่อย คำนี้ใช้เรียกทั้งสถานที่ผลิตและสถานที่ขายขนมอบ ตัวอย่างการใช้งาน “วันนี้อยากกินเค้ก เลยว่าจะไปซื้อที่ Bakery ใกล้บ้าน”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *