"Savory” แปลว่า

คำว่า “Savory” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ เกี่ยวกับรสชาติที่ตรงข้ามกับรสหวาน โดยทั่วไปจะหมายถึง รสชาติเค็มๆ หรือรสชาติกลมกล่อมที่เกิดจากการปรุงแต่งด้วยเครื่องเทศ สมุนไพร หรือส่วนประกอบอื่นๆ ที่ไม่หวาน นอกจากนี้ยังสามารถใช้บรรยายถึงลักษณะของอาหารที่มีรสชาติอร่อย น่ารับประทาน หรือมีกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอได้ด้วย

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Savory” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงประเภทของอาหาร เช่น อาหารเรียกน้ำย่อย (appetizers) หรืออาหารว่าง (snacks) ที่มักจะมีรสชาติไม่หวาน แต่จะออกไปทางเค็มๆ มันๆ หรือมีรสชาติของเครื่องเทศต่างๆ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังอาจใช้ในการอธิบายถึงเมนูอาหารคาวต่างๆ ที่มีรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ชวนให้เจริญอาหารได้เช่นกัน

ความหมายและการใช้งาน

“Savory” หมายถึง รสชาติที่ไม่หวาน ซึ่งอาจเป็นรสเค็ม รสเผ็ดเล็กน้อย หรือรสชาติที่ซับซ้อนจากการผสมผสานของเครื่องปรุงต่างๆ ที่ทำให้เกิดความอร่อยกลมกล่อม มักใช้กับอาหารคาวโดยเฉพาะ

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างเช่น “Savory snacks” หมายถึง ขนมขบเคี้ยวรสเค็มหรือรสจัดจ้าน ไม่ใช่ขนมหวาน ส่วน “Savory dishes” ก็คืออาหารคาวที่มีรสชาติอร่อยน่ารับประทาน

บริบทที่พบบ่อย

คำนี้มักปรากฏในเมนูอาหาร หรือเมื่อพูดถึงประเภทของรสชาติอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อแยกความแตกต่างจากรสหวาน เช่น “Would you prefer a sweet or savory pastry?” (คุณอยากได้ขนมอบรสหวานหรือรสเค็ม/รสกลมกล่อม)

“Savory” แปลว่าอะไร?

“Savory” แปลว่า มีรสชาติเค็มๆ หรือรสชาติกลมกล่อมที่อร่อย ไม่ใช่รสหวาน มักใช้กับอาหารคาว

“Savory” ใช้กับอาหารประเภทไหนได้บ้าง?

สามารถใช้กับอาหารได้หลากหลายประเภท โดยเฉพาะอาหารคาว เช่น อาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก ขนมปัง หรือขนมอบรสเค็ม

“Savory” กับ “Salty” ต่างกันอย่างไร?

“Salty” หมายถึง รสเค็มโดยตรง แต่ “Savory” มีความหมายกว้างกว่า คือรสชาติที่อร่อยกลมกล่อม ไม่หวาน ซึ่งอาจรวมถึงรสเค็ม รสเผ็ด หรือรสชาติอื่นๆ ที่เกิดจากการปรุงแต่ง

Similar Posts

  • "Daily” แปลว่า

    คำว่า “Daily” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาไทย หมายถึง “รายวัน” หรือ “ทุกวัน” เป็นคำที่บอกถึงความถี่ของการเกิดขึ้นหรือการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Daily” ในหลายบริบท เช่น ข่าวสารประจำวัน (Daily News), กิจวัตรประจำวัน (Daily Routine) หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุกวัน เช่น ครีมบำรุงผิวประจำวัน (Daily Moisturizer) การใช้คำนี้ช่วยให้เราเข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ความหมายและการใช้งาน “Daily” แปลตรงตัวว่า “รายวัน” หรือ “ทุกวัน” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงความถี่ของการกระทำ เหตุการณ์ หรือสิ่งของที่เกิดขึ้น เป็นประจำในแต่ละวัน ตัวอย่างการใช้งาน Daily News: ข่าวประจำวัน Daily Routine: กิจวัตรประจำวัน Daily Dose: ปริมาณที่ต้องรับประทานทุกวัน (เช่น ยา) Daily Report: รายงานประจำวัน Daily Workout: การออกกำลังกายทุกวัน บริบทที่พบบ่อย คำว่า…

  • "Spouses” แปลว่า

    คำว่า “Spouses” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกคู่สมรส หมายถึง สามีหรือภรรยาของบุคคลนั้นๆ ในภาษาไทย เรามักใช้คำว่า “คู่สมรส” หรือ “สามีภรรยา” เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน ในชีวิตประจำวัน เราจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Spouses” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทที่เป็นทางการ เช่น ในเอกสารราชการ แบบฟอร์มต่างๆ หรือในการสัมภาษณ์งาน เมื่อมีการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพสมรส หรือเมื่อต้องการกล่าวถึงบุคคลที่เป็นคู่ครองของใครสักคน ตัวอย่างเช่น ในแบบสอบถามอาจมีช่องให้กรอกข้อมูลเกี่ยวกับ “Spouse’s Name” ซึ่งก็คือ “ชื่อคู่สมรส” นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Spouses” หมายถึง บุคคลที่แต่งงานกันตามกฎหมาย หรือตามประเพณี ถือเป็นคำที่ครอบคลุมทั้งสามีและภรรยา ไม่ได้เจาะจงเพศใดเพศหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน ในประโยคภาษาอังกฤษ เราอาจเห็นการใช้ “Spouses” ในลักษณะนี้: “All employees are required to provide information about their spouses.” (พนักงานทุกคนจะต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับคู่สมรสของตน) บริบทการใช้งานทั่วไป คำนี้มักพบในเอกสารทางกฎหมาย แบบฟอร์มการสมัครต่างๆ…

  • "Festival” แปลว่า

    คำว่า “Festival” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง งานเฉลิมฉลอง หรือเทศกาล ซึ่งมักจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี หรือตามโอกาสพิเศษต่างๆ เพื่อเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญ วัฒนธรรม ประเพณี หรือเพื่อการเฉลิมฉลองในสิ่งต่างๆ ที่มีความหมายต่อชุมชนหรือผู้คน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับการได้ยินคำว่า “Festival” ในบริบทต่างๆ เช่น เทศกาลดนตรี (Music Festival) เทศกาลอาหาร (Food Festival) หรือเทศกาลประจำปีของท้องถิ่นต่างๆ ผู้คนมักจะเข้าร่วม Festival เพื่อความสนุกสนาน การพักผ่อน การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ หรือเพื่อพบปะสังสรรค์กับผู้คนที่มีความสนใจเหมือนกัน ความหมายและการใช้งาน Festival หมายถึง งานรื่นเริง งานเฉลิมฉลอง หรือเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ อาจเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับศาสนา วัฒนธรรม ศิลปะ ดนตรี อาหาร หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่สร้างความสุขและความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วม ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “ปีนี้เราจะไปเที่ยวงาน Chiang Mai Flower Festival กัน” (หมายถึง ไปร่วมงานเทศกาลดอกไม้ที่เชียงใหม่)…

  • "Additional” แปลว่า

    คำว่า “Additional” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลว่า “เพิ่มเติม” หรือ “ส่วนเพิ่ม” โดยทั่วไปแล้วใช้เพื่อบ่งบอกถึงสิ่งที่มีอยู่แล้ว และมีการเพิ่มสิ่งอื่นเข้าไปอีก หรือเป็นการกล่าวถึงสิ่งที่ไม่ใช่ส่วนหลัก แต่เป็นส่วนที่เข้ามาเสริมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Additional” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อสั่งอาหารแล้วต้องการสั่งเครื่องเคียงเพิ่ม หรือเมื่อซื้อสินค้าแล้วมีของแถมเพิ่มเติม หรือแม้แต่ในการทำงานที่อาจมีการมอบหมายงานเพิ่มเติมนอกเหนือจากงานหลักที่เราทำอยู่ เป็นคำที่ช่วยให้เราเข้าใจว่ามีบางสิ่งเข้ามาเสริมหรือเพิ่มจากเดิม ความหมายและการใช้งาน “Additional” หมายถึง สิ่งที่เพิ่มเข้ามา นอกเหนือจากที่มีอยู่แล้ว หรือเป็นส่วนเสริมเพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น สามารถใช้ได้กับทั้งคำนามและคำกริยาในบริบทที่แตกต่างกัน ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อสั่งกาแฟ อาจจะบอกว่า “ขอวิปครีม additional ได้ไหมครับ” หมายถึง ขอวิปครีมเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ปกติมีให้ ในการซื้อของออนไลน์ อาจมีข้อความว่า “Additional discount for members” หมายถึง ส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก ในการประชุม อาจมีวาระการประชุมว่า “Additional agenda items” หมายถึง วาระการประชุมเพิ่มเติม บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Additional” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการเพิ่ม การเสริม หรือการมีสิ่งอื่นเข้ามาประกอบ…

  • "Figure” แปลว่า

    คำว่า “Figure” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ ได้แก่ “รูปภาพ”, “ภาพประกอบ”, “แผนภาพ”, “ตัวเลข” หรือ “บุคคลสำคัญ” ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยทั่วไปแล้ว “figure” จะหมายถึงสิ่งที่แสดงข้อมูลหรือเรื่องราวด้วยภาพหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “figure” ได้บ่อยครั้ง เช่น ในหนังสือเรียนที่มี “figure” ประกอบเพื่ออธิบายเนื้อหา หรือในรายงานที่แสดงข้อมูลด้วย “figure” ต่างๆ หรือแม้กระทั่งเมื่อพูดถึง “figure” ของนักแสดงที่มีรูปร่างหน้าตาดี ก็สามารถใช้คำนี้ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Figure” สามารถแปลได้หลายความหมาย ดังนี้: รูปภาพ/ภาพประกอบ (Illustration/Picture): ใช้เมื่อต้องการอ้างอิงถึงรูปภาพที่ปรากฏในสิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น รูปภาพในหนังสือ นิตยสาร หรือบทความออนไลน์ แผนภาพ (Diagram/Chart): ใช้เมื่อหมายถึงแผนภาพที่แสดงข้อมูลทางสถิติหรือข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ เช่น กราฟแท่ง (bar figure) หรือแผนภูมิวงกลม (pie figure) ตัวเลข (Number/Digit): ใช้ในการอ้างอิงถึงตัวเลขจำนวนมาก หรือตัวเลขที่แสดงถึงปริมาณ บุคคลสำคัญ…

  • "Garage” แปลว่า

    คำว่า “Garage” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ หมายถึง โรงรถ หรือที่จอดรถ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน หรืออาคารที่สร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับจอดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือยานพาหนะอื่นๆ เพื่อป้องกันแดด ฝน และสภาพอากาศภายนอก นอกจากนี้ โรงรถยังอาจใช้เป็นพื้นที่สำหรับเก็บเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งใช้เป็นพื้นที่ทำงานอดิเรกอีกด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Garage” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงเรื่องที่จอดรถ หรือการดูแลรักษายานพาหนะ เช่น การนำรถเข้า “Garage” เพื่อซ่อมแซม หรือการพูดถึง “Garage sale” ซึ่งเป็นการนำของใช้ที่ไม่ต้องการแล้วมาขายที่โรงรถ หรือบริเวณบ้าน นอกจากนี้ ในบางครั้ง “Garage” อาจหมายถึงอู่ซ่อมรถ หรือร้านขายอะไหล่รถยนต์ด้วยเช่นกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Garage” ในภาษาไทยมีความหมายหลักคือ **โรงรถ** ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถโดยเฉพาะ โดยอาจจะเป็นโรงรถที่ติดกับตัวบ้าน หรือเป็นโรงรถที่แยกออกมาต่างหาก นอกจากนี้ “Garage” ยังสามารถหมายถึง **อู่ซ่อมรถ** หรือ **ร้านขายอะไหล่รถยนต์** ได้เช่นกัน การใช้งานคำนี้ขึ้นอยู่กับบริบทที่พูดถึง ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันเอารถไปจอดไว้ที่ Garage…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *