"Fatter” แปลว่า

คำว่า “Fatter” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า “fat” ซึ่งหมายถึง “อ้วน” เมื่อเติม “-er” เข้าไป จะกลายเป็นรูปขั้นกว่า (comparative degree) ใช้เพื่อเปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่ง “อ้วนกว่า” อีกสิ่งหนึ่ง

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินหรือใช้คำว่า “fatter” เมื่อพูดถึงรูปร่างของคน สัตว์ หรือแม้กระทั่งสิ่งของที่ดูอ้วนกลมกว่าเดิม หรือมีขนาดใหญ่กว่าที่เคยเป็น เช่น ถ้าเพื่อนคนหนึ่งเคยผอม แต่ตอนนี้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น เราก็อาจจะบอกว่าเขา “fatter” ลง หรือถ้าเราเปรียบเทียบขนาดของผลไม้สองลูกที่เหมือนกัน แต่ลูกหนึ่งดูใหญ่กว่า เราก็อาจจะบอกว่าลูกนั้น “fatter” กว่า

ความหมายและการใช้งาน

“Fatter” แปลตรงตัวว่า “อ้วนกว่า” ใช้เพื่อเปรียบเทียบว่าสิ่งใดมีลักษณะความอ้วนมากกว่าอีกสิ่งหนึ่ง

ตัวอย่าง

1. “This cat is much fatter than the one next door.” (แมวตัวนี้อ้วนกว่าแมวข้างบ้านมาก)

2. “After the holidays, I feel a little fatter.” (หลังวันหยุด ฉันรู้สึกอ้วนขึ้นนิดหน่อย)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “fatter” มักใช้ในการเปรียบเทียบรูปร่าง ขนาด หรือปริมาณที่เพิ่มขึ้นจนดูอ้วนหรือใหญ่กว่าเดิม

คำถามที่พบบ่อย

“Fatter” ใช้กับสิ่งของได้หรือไม่?

ได้ครับ “Fatter” สามารถใช้กับสิ่งของได้เช่นกัน หากสิ่งของนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือดูอ้วนกลมกว่าเดิม เช่น “This sausage looks fatter than the last one.” (ไส้กรอกอันนี้ดูอ้วนกว่าอันที่แล้ว)

มีคำอื่นที่แปลว่า “อ้วนกว่า” ในภาษาไทยหรือไม่?

มีหลายคำที่ใช้ได้ ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น “ท้วมขึ้น”, “อ้วนขึ้น”, “กลมขึ้น” หรือ “ใหญ่ขึ้น” ครับ

Similar Posts

  • "Packet” แปลว่า

    คำว่า “Packet” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “กลุ่มข้อมูล” หรือ “ชุดข้อมูล” ซึ่งเป็นหน่วยพื้นฐานในการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เปรียบเสมือนซองจดหมายเล็กๆ ที่บรรจุข้อมูลส่วนหนึ่งเอาไว้ เวลาเราส่งข้อมูลอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอ ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกแบ่งออกเป็น Packet ย่อยๆ หลายๆ อัน เพื่อให้ง่ายต่อการส่งและจัดการผ่านระบบเครือข่าย ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะไม่ได้นึกถึงคำว่า Packet โดยตรง แต่จริงๆ แล้วเราใช้งานมันอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เราเข้าเว็บไซต์ ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชัน หรือสตรีมวิดีโอ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็น Packet เล็กๆ แล้วส่งออกจากอุปกรณ์ของเรา ผ่านอินเทอร์เน็ตไปยังเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง จากนั้น Packet เหล่านั้นก็จะถูกนำกลับมารวมกันที่ปลายทางเพื่อให้เราเห็นเป็นเว็บไซต์ ข้อความ หรือวิดีโอที่สมบูรณ์ ลองนึกภาพเวลาเราส่งจดหมายหลายๆ ฉบับไปยังที่อยู่เดียวกัน จดหมายแต่ละฉบับก็เหมือน Packet ที่มีข้อมูลส่วนหนึ่งอยู่ข้างใน เมื่อไปถึงปลายทางแล้ว คนรับก็จะนำจดหมายทั้งหมดมาเรียงต่อกันเพื่อให้เข้าใจเนื้อหาทั้งหมด ความหมายและการใช้งาน Packet คือหน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุดที่ถูกส่งผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แต่ละ Packet จะประกอบด้วยส่วนหัว (Header) ที่ระบุข้อมูลสำคัญ เช่น ที่อยู่ต้นทาง…

  • "Year” แปลว่า

    คำว่า “Year” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ปี” ซึ่งเป็นหน่วยเวลาที่ใช้นับรอบการโคจรของโลกครบหนึ่งรอบตามระบบสุริยะ โดยปกติแล้ว 1 ปี จะมีประมาณ 365 วัน หรือ 366 วันในกรณีที่เป็นปีอธิกสุรทิน (Leap Year) ซึ่งมีเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มมาอีก 1 วัน ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Year” หรือ “ปี” เพื่อพูดถึงช่วงเวลาต่างๆ เช่น การนับอายุ การวางแผนงาน การระบุปีที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ หรือการพูดถึงฤดูกาลต่างๆ ตัวอย่างเช่น เราอาจจะบอกว่า “I have lived here for five years” ซึ่งหมายถึง “ฉันอยู่ที่นี่มาเป็นเวลาห้าปีแล้ว” หรือ “This year is 2024” ซึ่งหมายถึง “ปีนี้คือปี 2024” นอกจากนี้ยังใช้ในการอ้างอิงถึงวันหยุดประจำปี หรือการสิ้นสุดรอบปี เช่น “Happy New…

  • "Treats” แปลว่า

    คำว่า “Treats” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การให้สิ่งของหรือการกระทำที่ทำให้มีความสุข รู้สึกดี หรือเป็นรางวัล มักจะเป็นสิ่งที่พิเศษกว่าปกติ ไม่ใช่สิ่งที่ทำกันเป็นประจำทุกวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Treats” เมื่อเราต้องการให้รางวัลตัวเอง หรือให้รางวัลกับคนอื่น หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงของเรา เช่น การซื้อขนมอร่อยๆ กิน การพาไปเที่ยว หรือการให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้รู้สึกดีและมีความสุข ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Treats” สามารถแบ่งออกเป็นสองความหมายหลักๆ คือ สิ่งของที่ให้เพื่อความสุขหรือเป็นรางวัล: เช่น ขนมหวาน, เค้ก, ของขวัญ, หรืออะไรก็ตามที่ทำให้รู้สึกดี การกระทำที่ทำให้มีความสุข: เช่น การพาไปดูหนัง, การนวด, หรือการให้เวลาพักผ่อน ตัวอย่างการใช้งาน “วันนี้ทำงานหนักมาก ขอให้รางวัลตัวเองด้วยเค้กสักชิ้น” (Today I worked very hard, I’m going to treat myself to a piece of…

  • "Supporter” แปลว่า

    คำว่า “Supporter” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ผู้สนับสนุน” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเงิน กำลังใจ การประชาสัมพันธ์ หรือการลงแรง เพื่อช่วยเหลือให้บุคคล องค์กร หรือกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งประสบความสำเร็จ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า “Supporter” ถูกนำไปใช้ในบริบทที่หลากหลาย เช่น แฟนคลับที่คอยให้กำลังใจศิลปินหรือนักกีฬา กลุ่มคนที่บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนโครงการการกุศล หรือแม้กระทั่งเพื่อนที่คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือเราในยามที่เราต้องการ ความหมายและการใช้งาน “Supporter” มาจากคำกริยา “support” ที่แปลว่า สนับสนุน การเติม“-er” ท้ายคำกริยาจะบ่งบอกถึงผู้กระทำ ทำให้ “Supporter” หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่สนับสนุนนั่นเอง การสนับสนุนนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ ตั้งแต่การให้การสนับสนุนทางการเงิน การให้คำปรึกษา การให้กำลังใจ ไปจนถึงการช่วยเผยแพร่ข้อมูลหรือประชาสัมพันธ์ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจได้ยินคำว่า “Supporter” ในสถานการณ์เหล่านี้: ในวงการกีฬา: “ทีมฟุตบอลมี Supporter จำนวนมากที่คอยส่งเสียงเชียร์ในสนาม” (หมายถึง แฟนบอลของทีม) ในวงการบันเทิง: “ศิลปินคนนี้มี Supporter ที่เหนียวแน่น คอยสนับสนุนผลงานมาโดยตลอด” (หมายถึง แฟนคลับ) ในโครงการหรือกิจกรรม:…

  • "Some Things” แปลว่า

    “Some Things” เป็นวลีภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อกล่าวถึงสิ่งของต่างๆ หรือเรื่องราวบางอย่าง โดยมีความหมายกว้างๆ ที่สามารถปรับใช้ได้ตามบริบท อาจหมายถึง “บางสิ่งบางอย่าง” “สิ่งของบางอย่าง” หรือ “เรื่องบางเรื่อง” ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้พูดต้องการสื่อถึงอะไร ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินวลีนี้บ่อยครั้ง เช่น เมื่อมีคนพูดว่า “I have some things to tell you” ซึ่งหมายถึง “ฉันมีบางเรื่องจะบอกคุณ” หรือเมื่อพูดถึงสิ่งของที่ไม่เฉพาะเจาะจง เช่น “Can you get me some things from the store?” ก็จะหมายถึง “ช่วยไปหยิบของบางอย่างจากร้านให้หน่อยได้ไหม” การใช้ “Some Things” ช่วยให้การสื่อสารดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องระบุเจาะจงถึงสิ่งของหรือเรื่องราวเหล่านั้น ทำให้บทสนทนาไหลลื่นมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Some Things” แปลตรงตัวว่า “บางสิ่งบางอย่าง” หรือ “สิ่งของบางอย่าง” ใช้เมื่อต้องการอ้างถึงสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องระบุเจาะจง หรือเมื่อผู้พูดต้องการกล่าวถึงหลายๆ อย่างรวมกัน…

  • "sry” แปลว่า

    คำว่า “sry” เป็นคำย่อที่มาจากภาษาอังกฤษคือ “sorry” ซึ่งมีความหมายว่า “ขอโทษ” เป็นคำที่ใช้แสดงความรู้สึกเสียใจ รู้สึกผิด หรือต้องการขออภัยเมื่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งผิดพลาด หรือทำให้ผู้อื่นไม่พอใจ ในชีวิตประจำวัน คนไทยนิยมใช้คำว่า “sry” ในการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น ข้อความแชท, โซเชียลมีเดีย หรืออีเมล เพื่อความรวดเร็วและกระชับ โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อน หรือคนรู้จักที่สนิทสนมกัน การใช้ “sry” แทน “sorry” ช่วยให้การพิมพ์ข้อความทำได้ง่ายขึ้นและประหยัดเวลามากขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “sry” หมายถึง “ขอโทษ” ใช้เมื่อต้องการแสดงความรู้สึกผิด หรือขออภัยในสิ่งที่ได้ทำลงไป หรืออาจใช้เมื่อต้องการกล่าวปฏิเสธอย่างสุภาพ หรือเมื่อไม่สามารถทำตามคำขอของอีกฝ่ายได้ ตัวอย่างการใช้งาน สถานการณ์ที่ 1: ลืมตอบแชทเพื่อน เพื่อน: “เมื่อวานไปไหนมา ไม่เห็นชวนเลย?” คุณ: “sry พอดีลืมตอบแชทเลย” สถานการณ์ที่ 2: มาสาย เพื่อนร่วมงาน: “ทำไมวันนี้มาสาย?” คุณ: “sry ครับ พอดีรถติดมาก” สถานการณ์ที่…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *