"Bearded” แปลว่า

คำว่า “Bearded” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายลักษณะของบุคคลหรือสิ่งมีชีวิตที่มี “เครา” หรือ “หนวดเครา” นั่นเองค่ะ พูดง่ายๆ ก็คือ ใครก็ตามที่มีขนขึ้นบริเวณคาง แก้ม หรือเหนือริมฝีปากจนเห็นเป็นเครา ก็สามารถเรียกว่า “Bearded” ได้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนใช้คำว่า “Bearded” เพื่อบรรยายลักษณะของใครบางคน เช่น “Have you seen that new teacher? He’s quite tall and bearded.” (คุณเห็นครูคนใหม่นั่นหรือยัง เขาค่อนข้างสูงและไว้เครา) หรืออาจจะใช้ในบริบทที่พูดถึงสัตว์ เช่น “The wild boar was large and heavily bearded.” (หมูป่าตัวนั้นมีขนาดใหญ่และมีเคราดก) การใช้คำนี้ช่วยให้เห็นภาพลักษณะของบุคคลหรือสิ่งนั้นๆ ได้ชัดเจนขึ้นค่ะ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Bearded” หมายถึงการมีเครา หรือมีลักษณะที่ปกคลุมด้วยหนวดเครา ใช้ได้ทั้งกับคนและสัตว์ที่ไว้เครา เช่น ชายหนุ่มที่ไว้หนวดเครา หรือแม้กระทั่งแพะบางชนิดที่มีขนยาวบริเวณคางก็อาจถูกเรียกว่า “bearded” ได้เช่นกัน

ตัวอย่าง

  • “The old man sitting on the park bench was bearded and wore a long coat.” (ชายชราที่นั่งอยู่บนม้านั่งในสวนสาธารณะนั้นไว้เคราและสวมเสื้อโค้ทยาว)
  • “My uncle has decided to grow a beard, so now he’s bearded.” (ลุงของฉันตัดสินใจไว้หนวดเครา ตอนนี้เขาก็เลยดูมีเครา)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Bearded” มักถูกใช้ในการบรรยายลักษณะภายนอกของบุคคลหรือสัตว์ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเคราเป็นลักษณะที่เด่นชัด หรือเป็นส่วนสำคัญในการจำแนกตัวตน

🔷 FAQ SECTION

“Bearded” ต่างจาก “Moustached” อย่างไร?

คำว่า “Bearded” หมายถึงการมีเครา ซึ่งคือขนที่ขึ้นบริเวณคางและแก้มเป็นส่วนใหญ่ ส่วน “Moustached” หมายถึงการมีหนวด ซึ่งคือขนที่ขึ้นบริเวณเหนือริมฝีปากบนเท่านั้นค่ะ คนที่มีทั้งเคราและหนวดก็สามารถเรียกว่า “Bearded” ได้

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Bearded” ได้ไหม?

ในภาษาไทย เราอาจใช้คำว่า “มีเครา” “ไว้เครา” หรือ “หนวดเคราดก” เพื่อสื่อความหมายเดียวกันค่ะ ส่วนในภาษาอังกฤษ คำที่มีความหมายใกล้เคียงกันอาจมีบ้าง แต่ “Bearded” เป็นคำที่ตรงไปตรงมาและนิยมใช้มากที่สุดในการอธิบายลักษณะนี้

Similar Posts

  • "Control” แปลว่า

    คำว่า “Control” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การควบคุม การบังคับบัญชา หรืออำนาจในการจัดการสิ่งต่างๆ ให้อยู่ในทิศทางที่ต้องการ หรือเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เป็นการกำหนดทิศทางและขอบเขตของการกระทำหรือเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Control” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การควบคุมรถยนต์ การควบคุมอารมณ์ การควบคุมการเงิน หรือแม้กระทั่งการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นการแสดงถึงการมีอำนาจหรือความสามารถในการจัดการสิ่งเหล่านั้นให้เป็นไปตามที่เราต้องการ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Control” มีความหมายหลักๆ คือ การมีอำนาจหรือความสามารถในการทำให้บางสิ่งบางอย่างเป็นไปตามที่ต้องการ หรือป้องกันไม่ให้สิ่งนั้นออกนอกลู่นอกทาง ในบริบทต่างๆ ความหมายอาจแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น: การควบคุม (Management/Regulation): เช่น การควบคุมการจราจร, การควบคุมคุณภาพสินค้า การบังคับบัญชา (Command/Authority): เช่น ผู้จัดการมี control เหนือพนักงาน, การ control กองทัพ การจัดการ (Handling/Operation): เช่น การ control คอมพิวเตอร์, การ control รีโมทแอร์ การยับยั้ง (Restraint):…

  • "Calming” แปลว่า

    คำว่า “Calming” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำให้สงบ การปลอบประโลม หรือการทำให้ผ่อนคลาย เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายถึงสิ่งที่มีคุณสมบัติช่วยลดความกังวล ความตึงเครียด หรือความรู้สึกไม่สบายใจ ทำให้จิตใจรู้สึกสงบและผ่อนคลายมากขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Calming” เมื่อพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้น เช่น เพลงบรรเลงเบาๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายก่อนนอน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยลดความเครียด หรือแม้แต่บรรยากาศที่เงียบสงบในสถานที่บางแห่ง ก็สามารถให้ความรู้สึก “Calming” ได้ นอกจากนี้ยังอาจใช้กับการกระทำ เช่น การพูดปลอบโยนเพื่อนที่กำลังเสียใจ หรือการนวดที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบายและคลายความเมื่อยล้า ความหมายและการใช้งาน “Calming” หมายถึง การทำให้สงบ การปลอบประโลม หรือการทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่มีผลต่อจิตใจและอารมณ์ ทำให้ลดความรู้สึกไม่สบายใจ ความกังวล หรือความตื่นเต้นลง และรู้สึกสงบมากขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน The soft music had a calming effect on the baby. (ดนตรีเบาๆ มีผลทำให้ทารกรู้สึกสงบ) She used…

  • "Late” แปลว่า

    คำว่า “Late” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้บอกถึงการมาสาย การทำอะไรล่าช้า หรือการเกิดขึ้นหลังจากเวลาที่กำหนดไว้ โดยทั่วไปแล้ว “Late” จะสื่อถึงการไม่ตรงต่อเวลา หรือเกิดหลังจากเวลาที่คาดหวังหรือวางแผนไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Late” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเพื่อนมาถึงนัดหมายช้ากว่าเวลาที่ตกลงกันไว้ เราอาจจะบอกว่า “She’s late” หรือถ้าเราต้องส่งงานแต่ทำไม่ทันกำหนด เราก็อาจจะบอกว่า “I’m going to be late with the report” นอกจากนี้ยังใช้กับการเดินทาง เช่น รถไฟหรือเครื่องบินที่ออกเดินทางล่าช้า หรือแม้กระทั่งกับการแจ้งข่าวที่มาถึงหลังจากเหตุการณ์นั้นๆ ผ่านไปแล้ว ความหมายและการใช้งาน “Late” หมายถึง การมาถึง, การทำเสร็จ, หรือการเกิดขึ้นหลังจากเวลาที่เหมาะสม, ที่กำหนดไว้, หรือที่คาดหวังไว้ ตัวอย่างการใช้งาน Meeting is running late. (การประชุมกำลังจะล่าช้า) He arrived late for the movie. (เขามาถึงหนังสาย) Don’t…

  • "Destroy” แปลว่า

    คำว่า “Destroy” เป็นคำกริยาภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท แต่ความหมายหลักๆ ที่ใช้กันทั่วไปคือ “ทำลาย”, “พัง”, “ย่อยยับ” หรือ “ทำให้สิ้นสุด” โดยสื่อถึงการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเสียหายอย่างรุนแรงจนไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป หรือทำให้มันหายไปจากสภาพเดิม ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Destroy” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาพูดถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติที่ทำให้บ้านเรือนเสียหายอย่างหนัก เราก็อาจจะบอกว่า “The earthquake destroyed the city” (แผ่นดินไหวทำลายเมือง) หรือเวลาพูดถึงการทำลายหลักฐาน เราก็อาจจะใช้คำว่า “He tried to destroy the evidence” (เขาพยายามทำลายหลักฐาน) นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ เช่น “Her words destroyed his confidence” (คำพูดของเธอทำลายความมั่นใจของเขา) ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Destroy” โดยพื้นฐานแล้วหมายถึงการทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเสียหายอย่างสิ้นเชิง หรือทำให้มันไม่สามารถดำรงอยู่ได้ในสภาพเดิมอีกต่อไป ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากธรรมชาติ การกระทำของมนุษย์ หรือแม้แต่ปัจจัยภายในของสิ่งนั้นๆ เอง ตัวอย่างการใช้งาน ทำลาย:…

  • "Chemist” แปลว่า

    คำว่า “Chemist” ในภาษาไทยหมายถึง นักเคมี โดยทั่วไปแล้ว นักเคมีคือผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิชาเคมี ซึ่งเป็นการศึกษาเกี่ยวกับสสาร องค์ประกอบ โครงสร้าง คุณสมบัติ และปฏิกิริยาการเปลี่ยนแปลงของสสารนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจไม่ค่อยได้ใช้คำว่า “Chemist” โดยตรงมากนัก แต่การทำงานของนักเคมีนั้นอยู่รอบตัวเราเสมอ ลองนึกถึงผลิตภัณฑ์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นยา สบู่ ยาสีฟัน เครื่องสำอาง อาหารแปรรูป หรือแม้กระทั่งพลาสติกและเชื้อเพลิง ล้วนมีนักเคมีเข้าไปมีส่วนร่วมในการวิจัย พัฒนา หรือควบคุมคุณภาพทั้งสิ้น นอกจากนี้ ในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ นักเคมีก็มีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์ตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ หรือสารคัดหลั่งอื่นๆ เพื่อวินิจฉัยโรค ความหมายและการใช้งาน Chemist (นักเคมี) คือผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับสารเคมี วิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบ โครงสร้าง คุณสมบัติ และปฏิกิริยาของสสาร พวกเขาทำงานในหลากหลายสาขา เช่น การวิจัยและพัฒนา การควบคุมคุณภาพ การผลิต และการวิเคราะห์ ตัวอย่างการใช้งาน เราอาจได้ยินข่าวเกี่ยวกับนักเคมีที่ค้นพบยาใหม่ หรือนักเคมีที่ทำงานในโรงงานผลิตสารเคมีเพื่อควบคุมความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ หรือนักเคมีในห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ผลเลือด บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า Chemist มักถูกใช้ในบริบทของการศึกษา การวิจัยทางวิทยาศาสตร์…

  • "To Gather” แปลว่า

    คำว่า “To Gather” ในภาษาอังกฤษ แปลเป็นภาษาไทยได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ แต่โดยหลักๆ แล้วหมายถึง “การรวบรวม” หรือ “การรวมตัว” การรวบรวมนี้อาจเป็นการนำสิ่งของหลายๆ อย่างมารวมกัน หรือการนำผู้คนหลายๆ คนมารวมกันในสถานที่เดียวกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอการใช้คำว่า “To Gather” ในหลายสถานการณ์ เช่น การประชุม การรวมญาติ หรือแม้แต่การเก็บผลผลิตทางการเกษตร เมื่อนึกถึงการ “Gather” เราจะนึกถึงการที่สิ่งต่างๆ ที่เคยแยกกันอยู่ ถูกนำมาอยู่รวมกัน ไม่ว่าจะเป็นการรวมตัวของคนเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน หรือการรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ ความหมายและการใช้งาน “To Gather” หมายถึง การนำสิ่งของหรือผู้คนมารวมกันในที่เดียว หรือการค่อยๆ รวบรวมสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน อาจเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หรือเป็นการจัดตั้งขึ้นก็ได้ ตัวอย่างการใช้งาน Gathering information: การรวบรวมข้อมูล เช่น นักข่าวต้องไป gather information จากแหล่งต่างๆ เพื่อนำมาเขียนข่าว Gathering people: การรวมตัวของผู้คน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *