"Him” แปลว่า

คำว่า “Him” เป็นคำสรรพนามบุรุษที่สามในภาษาอังกฤษ ใช้แทนคำนามที่เป็นเพศชายในรูปกรรม (object form) ซึ่งหมายถึง “เขา” หรือ “แด่เขา” ในภาษาไทย เมื่อเราพูดถึงบุคคลผู้ชายที่เรากล่าวถึงไปแล้วในประโยค หรือที่ผู้พูดและผู้ฟังทราบกันดีว่ากำลังพูดถึงใคร

ในการใช้งานจริง คนไทยอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Him” โดยตรงในบทสนทนาภาษาไทย แต่จะใช้คำว่า “เขา” หรือ “แด่เขา” แทน แต่ถ้าเป็นการคุยภาษาอังกฤษ หรือเมื่อมีการยกตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้คำว่า “Him” ก็จะมีความหมายตามที่กล่าวไป ในบริบทของโซเชียลมีเดีย หรือการสื่อสารที่ผสมผสานภาษา อาจเห็นคำว่า “Him” ปรากฏอยู่บ้างเพื่ออ้างถึงบุคคลผู้ชายในลักษณะเดียวกัน

ความหมายและการใช้งาน

“Him” ใช้เพื่ออ้างถึงผู้ชายคนเดียวที่กล่าวถึงไปแล้วในประโยค หรือที่อยู่ในบริบทที่เข้าใจกัน โดยทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค เช่น เป็นกรรมตรง (direct object) หรือกรรมรอง (indirect object)

ตัวอย่าง

ประโยคภาษาอังกฤษ: “I saw him at the park.” (ฉันเห็นเขาที่สวนสาธารณะ)

ในประโยคนี้ “him” หมายถึงผู้ชายคนหนึ่งที่ผู้พูดได้พบเจอ

ประโยคภาษาอังกฤษ: “Give the book to him.” (มอบหนังสือให้กับเขา)

ในประโยคนี้ “him” คือผู้รับหนังสือ

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Him” พบได้ทั่วไปในการสนทนาภาษาอังกฤษเมื่อกล่าวถึงบุคคลผู้ชาย มักใช้ตามหลังคำกริยา หรือตามหลังบุพบท (preposition) เช่น to, for, with

“Him” แปลว่าอะไรในภาษาไทย?

“Him” แปลว่า “เขา” หรือ “แด่เขา” ในภาษาไทย เมื่อใช้กล่าวถึงบุคคลผู้ชาย

“Him” ใช้กับใครได้บ้าง?

“Him” ใช้กล่าวถึงบุคคลที่เป็นเพศชายเพียงคนเดียวเท่านั้น

“Him” ต่างจาก “He” อย่างไร?

“He” เป็นคำสรรพนามบุรุษที่สามที่ใช้เป็นประธานของประโยค (เช่น He is tall – เขาตัวสูง) ส่วน “Him” ใช้เป็นกรรมของประโยค (เช่น I saw him – ฉันเห็นเขา)

Similar Posts

  • "Accurate” แปลว่า

    คำว่า “Accurate” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “ถูกต้อง แม่นยำ” หรือ “ตรงตามความเป็นจริง” โดยทั่วไปแล้ว เราจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ไม่ผิดพลาด มีความเที่ยงตรง หรือสอดคล้องกับข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือมาตรฐานที่ตั้งไว้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Accurate” บ่อยครั้ง เช่น เมื่อพูดถึงข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือ การวัดผลที่ได้มาตรฐาน หรือแม้แต่การทำงานของเครื่องมือต่างๆ ที่มีความแม่นยำสูง เช่น นักข่าวอาจรายงานข่าวที่ “Accurate” หรือหมออาจวินิจฉัยโรคได้อย่าง “Accurate” หรือแม้แต่การบอกเวลาจากนาฬิกาที่ “Accurate” ก็หมายถึงนาฬิกานั้นเดินตรง ไม่คลาดเคลื่อน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Accurate” หมายถึง การปราศจากข้อผิดพลาด หรือตรงตามความจริงอย่างสมบูรณ์ ใช้ได้กับการอธิบายข้อมูล การวัดผล การคาดการณ์ หรือแม้แต่การกระทำต่างๆ เพื่อสื่อถึงความถูกต้อง แม่นยำ และเชื่อถือได้ ตัวอย่างการใช้งาน “ข้อมูลที่เขาให้มานั้นAccurateมาก” (หมายถึง ข้อมูลนั้นถูกต้อง ตรงตามข้อเท็จจริง) “เครื่องมือวัดนี้มีความAccurateสูง” (หมายถึง เครื่องมือวัดนี้ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ไม่คลาดเคลื่อน) “การคาดการณ์สภาพอากาศวันนี้Accurateดี”…

  • "Refresh” แปลว่า

    คำว่า “Refresh” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การทำให้สดชื่นขึ้น การฟื้นฟู หรือการทำให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง มักใช้ในบริบทที่ต้องการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีหรือน่าสนใจเหมือนเดิม ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะใช้คำว่า “Refresh” ในหลายสถานการณ์ เช่น การสั่งเครื่องดื่มที่เรียกว่า “Refresh Drink” เพื่อให้รู้สึกสดชื่น หรือเมื่อเราต้องการ “Refresh” หน้าเว็บเพจบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ข้อมูลที่แสดงผลเป็นข้อมูลล่าสุด หรือแม้กระทั่งการ “Refresh” ตัวเองหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ด้วยการพักผ่อนสั้นๆ เพื่อให้กลับมามีพลังอีกครั้ง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Refresh” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ เช่น: ทำให้สดชื่น: เช่น เครื่องดื่ม Refresh หรือการพักผ่อนเพื่อ Refresh ร่างกาย ปรับปรุงให้ดีขึ้น: เช่น การ Refresh การออกแบบเว็บไซต์ หรือการ Refresh ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้เป็นปัจจุบัน: เช่น การ Refresh หน้าเว็บ เพื่อดูข้อมูลล่าสุด ฟื้นฟู:…

  • "Mirror” แปลว่า

    คำว่า “Mirror” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “กระจกเงา” ครับ เป็นวัตถุที่เราใช้ส่องดูเงาของตัวเอง หรือใช้สะท้อนภาพต่างๆ ได้ ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “Mirror” กันอยู่บ่อยๆ เลยครับ อย่างเช่น เวลาที่เราแต่งหน้า แต่งตัว ก็ต้องมีกระจกเงาเอาไว้ส่องดูความเรียบร้อย หรือบางทีเวลาขับรถ เราก็มีกระจกมองข้าง (side mirror) ที่เป็น “Mirror” ชนิดหนึ่ง เพื่อให้เรามองเห็นรถคันหลัง หรือสิ่งที่อยู่ด้านข้างได้ ความหมายและการใช้งาน “Mirror” คือ กระจกเงา ใช้สำหรับสะท้อนภาพ เป็นได้ทั้งกระจกเงาตั้งโต๊ะ กระจกเงาติดผนัง หรือแม้แต่กระจกที่อยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือรถยนต์ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “ฉันต้องส่อง mirror ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง” (ฉันต้องส่องกระจกเงาก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง) “กระจก mirror ในห้องน้ำแตกไปแล้ว” (กระจกเงาในห้องน้ำแตกไปแล้ว) “มองดูเงาสะท้อนของตัวเองใน mirror” (มองดูเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงา) บริบทที่ใช้บ่อย “Mirror” มักจะถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นเงา การสะท้อนภาพ…

  • "sold out” แปลว่า

    คำว่า “sold out” เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน หมายถึง สิ้นค้าหรือบริการนั้นๆ ได้ถูกจำหน่ายออกไปจนหมดแล้ว ไม่มีเหลือให้ซื้อหรือใช้บริการอีกต่อไป เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “sold out” บ่อยครั้งในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อไปซื้อของที่ร้านค้าแล้วของหมด หรือเมื่อจองตั๋วคอนเสิร์ตแล้วตั๋วถูกขายจนเกลี้ยง หรือแม้กระทั่งเมื่อสั่งอาหารออนไลน์แล้วเมนูบางอย่างหมดสต็อก ก็จะมีการแจ้งว่า “sold out” ซึ่งเป็นการบอกให้ทราบว่าสิ่งที่เราต้องการนั้นไม่สามารถหาซื้อหรือใช้บริการได้ในขณะนั้นแล้ว ความหมายและการใช้งาน “Sold out” มาจากคำกริยา “sell out” ที่แปลว่า ขายหมด หรือ ขายเกลี้ยง เป็นรูปอดีต (past tense) หรือ กริยาช่องที่ 3 (past participle) ในภาษาอังกฤษ เมื่อนำมาใช้ในบริบทของการซื้อขาย หมายถึง สินค้าหรือบริการนั้นๆ ได้ถูกขายไปจนหมดแล้ว ไม่เหลืออยู่เลย ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่พบบ่อย เช่น: “บัตรคอนเสิร์ตของศิลปินคนโปรด sold out อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง” “รองเท้ารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นนี้ sold out ไปแล้วทุกสาขา”…

  • "Destination” แปลว่า

    คำว่า “Destination” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “จุดหมายปลายทาง” หรือ “แหล่งท่องเที่ยว” เป็นสถานที่ที่ผู้คนตั้งใจจะเดินทางไปถึง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อการพักผ่อน การทำงาน หรือการเดินทางอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Destination” เมื่อพูดถึงแผนการเดินทาง เช่น “What’s your next travel destination?” ที่แปลว่า “จุดหมายปลายทางต่อไปของคุณคือที่ไหน?” หรือ “Paris is a popular tourist destination.” ที่หมายถึง “ปารีสเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว” นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในบริบทของการเดินทางที่ไม่ได้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวโดยตรง เช่น “The train’s final destination is Bangkok.” ซึ่งหมายถึง “สถานีปลายทางสุดท้ายของรถไฟคือกรุงเทพฯ” ความหมายและการใช้งาน “Destination” หมายถึง สถานที่ที่ถูกเลือกให้เป็นเป้าหมายของการเดินทาง เป็นจุดที่สิ้นสุดของการเดินทางนั้นๆ อาจเป็นเมือง ประเทศ สถานที่ท่องเที่ยว หรือแม้แต่สถานที่เฉพาะเจาะจง เช่น โรงแรม หรือบ้านของเพื่อน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น:…

  • "Pin” แปลว่า

    คำว่า “Pin” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การปัก การติด หรือการยึดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้กับที่ เพื่อไม่ให้เคลื่อนที่หรือหล่นหายไป ในบริบททั่วไป เราอาจเห็นการใช้ “Pin” ในความหมายของการใช้เข็มกลัดปักเสื้อ ปักผ้า หรือติดกระดาษเข้ากับบอร์ด หรือแม้แต่การใช้หมุดปักแผนที่เพื่อระบุตำแหน่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Pin” ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาที่เราไปเที่ยวแล้วอยากจะปักหมุด (Pin) ตำแหน่งร้านอาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจลงบนแผนที่ในแอปพลิเคชัน หรือเวลาที่เราเจอโพสต์ที่ชอบมากๆ ในโซเชียลมีเดีย เราก็อาจจะ “Pin” โพสต์นั้นไว้ที่ด้านบนสุดของหน้าโปรไฟล์ของเรา เพื่อให้เห็นได้ง่าย หรือในบางกรณี การ “Pin” อาจหมายถึงการล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยการใส่รหัส PIN (Personal Identification Number) ซึ่งเป็นตัวเลขส่วนบุคคลเพื่อยืนยันตัวตน ความหมายและการใช้งาน “Pin” หมายถึง การปัก การติด หรือการยึดให้แน่น โดยทั่วไปใช้กับวัตถุขนาดเล็กที่ใช้ยึดสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน หรือใช้เพื่อแสดงตำแหน่ง ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันใช้หมุดปัก (Pin) รูปภาพนี้ไว้บนกระดานข่าว” “อย่าลืมปักหมุด (Pin) ตำแหน่งบ้านไว้บน Google…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *