"him” แปลว่า

คำว่า “him” เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 ในรูปกรรม (object pronoun) ของบุรุษสรรพนาม “he” ซึ่งใช้แทนผู้ชาย หรือสิ่งของที่ถือว่าเป็นเพศชายในภาษาอังกฤษ หมายถึง “เขา” หรือ “แด่เขา” หรือ “ให้กับเขา” ใช้เป็นกรรมของประโยค หรือใช้ตามหลังบุพบท

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “him” เมื่อเราพูดถึงผู้ชายคนใดคนหนึ่งที่เราได้กล่าวถึงไปแล้ว หรือเป็นที่เข้าใจกันอยู่แล้ว เช่น เมื่อเพื่อนถามว่า “Did you see John?” เราอาจจะตอบว่า “Yes, I saw him at the park.” หรือเมื่อเราต้องการจะให้ของแก่ใครสักคน เราก็อาจจะพูดว่า “I bought this gift for him.” เพื่อบอกว่าของขวัญชิ้นนี้มีไว้สำหรับเขาคนนั้น

ความหมายและการใช้งาน

“Him” ใช้แทนผู้ชายคนเดียว หรือสิ่งของที่ถูกระบุว่าเป็นเพศชายในบริบทนั้นๆ โดยจะทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค (Object of the verb) หรือเป็นกรรมของบุพบท (Object of the preposition) เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อซ้ำๆ หรือเพื่อทำให้ประโยคกระชับขึ้น

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “I saw him yesterday.” (ฉันเจอเขาเมื่อวานนี้) – “him” เป็นกรรมของกริยา “saw”
  • “Give the book to him.” (มอบหนังสือให้เขา) – “him” เป็นกรรมของบุพบท “to”
  • “She is talking about him.” (เธอกำลังพูดถึงเขา) – “him” เป็นกรรมของบุพบท “about”

บริบทและการใช้งานทั่วไป

“Him” เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการและเป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้พูดและผู้ฟังทราบดีว่ากำลังพูดถึงใครอยู่ การใช้ “him” ช่วยให้การสนทนาหรือการเขียนมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

“him” ใช้แทนใครได้บ้าง?

“Him” ใช้แทนผู้ชายคนเดียว หรือสิ่งของที่ถูกนับว่าเป็นเพศชายในบริบทนั้นๆ เช่น คน สัตว์ หรือแม้แต่ในบางกรณีอาจใช้กับสิ่งของที่ถูกทำให้มีลักษณะเหมือนเพศชายในเชิงวรรณกรรมหรือการเปรียบเปรย

“him” ต่างจาก “he” อย่างไร?

“He” เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 ในรูปประธาน (Subject pronoun) ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงผู้ชายที่เป็นประธานของประโยค (ผู้กระทำ) ในขณะที่ “him” เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 ในรูปกรรม (Object pronoun) ใช้เมื่อผู้ชายคนนั้นเป็นกรรมของประโยค (ผู้ถูกกระทำ) หรือตามหลังบุพบท

Similar Posts

  • "Grasses” แปลว่า

    คำว่า “Grasses” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “หญ้า” หรือ “พืชตระกูลหญ้า” โดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงพืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่มีลำต้นเป็นข้อปล้อง มีใบเรียวยาวขึ้นจากข้อ และมักจะขึ้นเป็นกอหรือเป็นทุ่งกว้าง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Grasses” เพื่ออ้างถึงพืชที่พบเห็นได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นหญ้าในสนามหญ้าที่บ้าน หญ้าในสวนสาธารณะ หญ้าตามทุ่งนา หรือแม้กระทั่งหญ้าที่ขึ้นเองตามริมทาง เราอาจพูดถึง “Grasses” เมื่อเราต้องการดูแลสนามหญ้า เช่น การตัดหญ้า (mowing the grasses) หรือเมื่อเราพูดถึงสัตว์ที่กินหญ้าเป็นอาหาร เช่น วัวกิน “Grasses” ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Grasses” เป็นคำนามพหูพจน์ของ “grass” ซึ่งหมายถึงหญ้า โดยทั่วไปแล้วหมายถึงพืชล้มลุกที่มีลักษณะใบยาวเรียว ลำต้นมักเป็นข้อปล้อง และมีดอกเป็นช่อเล็กๆ มักขึ้นปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง ตัวอย่างการใช้งาน The park is covered with green Grasses. (สวนสาธารณะปกคลุมไปด้วยหญ้าสีเขียว) Many animals feed on Grasses. (สัตว์หลายชนิดกินหญ้าเป็นอาหาร)…

  • "Debt” แปลว่า

    คำว่า “Debt” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง หนี้สิน หรือ ภาระผูกพันที่ต้องชำระคืน ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือบริการ ที่เราติดค้างอยู่กับบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอื่น และมีกำหนดเวลาในการชำระคืน หรือต้องชำระคืนตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Debt” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น การกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อซื้อบ้านหรือรถยนต์ ซึ่งเงินจำนวนนั้นก็คือ “Debt” ที่เราต้องผ่อนชำระคืน หรือเวลาที่เราใช้บัตรเครดิตซื้อของ ก็ถือเป็น “Debt” ที่เราต้องจ่ายคืนให้กับบริษัทบัตรเครดิตในภายหลัง นอกจากนี้ ธุรกิจต่างๆ ก็มักจะมี “Debt” ในรูปแบบของการกู้ยืมเงินเพื่อมาลงทุน หรือขยายกิจการ ความหมายและการใช้งาน “Debt” หมายถึง หนี้สิน หรือภาระที่ต้องชำระคืน เป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่กับผู้อื่นและต้องมีการชดใช้ตามข้อตกลง อาจเป็นหนี้สินส่วนบุคคล หนี้สินทางธุรกิจ หรือหนี้สินของรัฐบาล ตัวอย่างการใช้งาน “I have a lot of student debt.” (ฉันมีหนี้สินจากการศึกษาจำนวนมาก) “The company is trying…

  • "Surprises” แปลว่า

    คำว่า “Surprises” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง สิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หรือการทำให้ประหลาดใจ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งในทางที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “surprise” ซึ่งหมายถึงความประหลาดใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอ “surprises” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เพื่อนเซอร์ไพรส์วันเกิด หรือการได้รับข่าวดีที่ไม่คาดฝัน หรือบางครั้งก็อาจเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดในแง่ลบ เช่น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน การใช้คำนี้จะสื่อถึงเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการวางแผนหรือการคาดการณ์ของเรา ความหมายและการใช้งาน “Surprises” คือ สิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหวังไว้ล่วงหน้า ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกใจ อาจเป็นสิ่งที่ดี เช่น ของขวัญ การได้รับคำชม หรือการค้นพบสิ่งใหม่ๆ หรืออาจเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ข่าวร้าย หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่สร้างความกังวล ตัวอย่าง งานเลี้ยงวันเกิดที่เพื่อนๆ มาเซอร์ไพรส์ ทำให้เจ้าของวันเกิดประหลาดใจมาก การค้นพบ “surprises” ในการสำรวจทางโบราณคดี เธอเตรียม “surprises” เล็กๆ น้อยๆ ไว้ให้ลูกๆ เมื่อกลับบ้าน บริบทที่พบบ่อย คำว่า “surprises” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการสร้างความตื่นเต้น ความประหลาดใจ หรือเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้…

  • "Planet” แปลว่า

    คำว่า “Planet” ในภาษาไทยหมายถึง “ดาวเคราะห์” ซึ่งเป็นวัตถุท้องฟ้าขนาดใหญ่ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ เช่น ดวงอาทิตย์ โดยมีมวลมากพอที่จะมีแรงโน้มถ่วงของตัวเองทำให้มีรูปร่างเกือบกลม และได้กวาดล้างวัตถุอื่นๆ ในวงโคจรของตัวเองออกไปจนหมดแล้ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Planet” เมื่อพูดถึงดาวเคราะห์ต่างๆ ในระบบสุริยะของเรา เช่น โลก (Earth) ดาวอังคาร (Mars) หรือดาวพฤหัสบดี (Jupiter) หรือแม้กระทั่งเมื่อพูดถึงดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่นักดาราศาสตร์ค้นพบใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น เวลาพูดถึงข่าวการค้นพบดาวเคราะห์ที่มีศักยภาพในการอยู่อาศัย เราก็อาจจะได้ยินคำว่า “new planet discovered” ซึ่งหมายถึงการค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน Planet หมายถึง ดาวเคราะห์ ซึ่งเป็นวัตถุท้องฟ้าที่โคจรรอบดาวฤกษ์ และมีคุณสมบัติตรงตามนิยามของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (IAU) โดยมีลักษณะสำคัญคือ มีมวลมากพอที่จะเอาชนะแรงของวัตถุแข็ง ทำให้มีรูปร่างเกือบกลม และวงโคจรของมันค่อนข้างจะ “สะอาด” คือไม่มีวัตถุอื่นๆ ที่มีขนาดใกล้เคียงกันโคจรอยู่ในเส้นทางเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น “โลกของเราก็เป็นหนึ่งใน Planet ของระบบสุริยะ” หรือ “นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิตบน Planet อื่น” ในบริบทของข่าวสารวิทยาศาสตร์ เราอาจได้ยิน…

  • "sis” แปลว่า

    คำว่า “sis” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ย่อมาจากคำว่า “sister” ซึ่งมีความหมายว่า “พี่สาว” หรือ “น้องสาว” ในภาษาไทย แต่ในการใช้งานจริง คำว่า “sis” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดเท่านั้น แต่ยังถูกนำมาใช้เรียกแทนเพื่อนสนิท หรือคนที่เรามีความรู้สึกผูกพันใกล้ชิดเหมือนพี่น้องได้ด้วย ในชีวิตประจำวัน ผู้คนมักจะใช้คำว่า “sis” เพื่อเรียกแทนเพื่อนผู้หญิงที่สนิทสนมกันมาก ๆ เป็นการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย หรือความเป็นกันเอง คล้ายกับการที่เราเรียกเพื่อนสนิทว่า “แก” หรือ “เธอ” แต่ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและสนิทสนมมากขึ้น บางครั้งอาจใช้ในการพูดคุยหยอกล้อ หรือให้กำลังใจกันในกลุ่มเพื่อนสาวด้วยกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “sis” เป็นคำที่ใช้เรียกผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นพี่สาว น้องสาว หรือเพื่อนสนิทที่รู้สึกผูกพันเหมือนคนในครอบครัว ตัวอย่างการใช้งาน “วันนี้ไปกินข้าวกับ sis กันไหม?” (หมายถึง ชวนพี่สาว น้องสาว หรือเพื่อนสนิทไปกินข้าว) ” sis มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะ” (หมายถึง พี่สาว น้องสาว หรือเพื่อนสนิท มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย) “ขอบคุณนะ sis…

  • "Empathic” แปลว่า

    คำว่า “Empathic” (เอ็มพาเธติก) เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การมีความสามารถในการเข้าใจและรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าเรากำลังรู้สึกสิ่งนั้นไปพร้อมกับเขาด้วย เป็นการแสดงออกถึงความเข้าอกเข้าใจ เห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างแท้จริง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอสถานการณ์ที่ต้องการความเป็น “Empathic” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เมื่อเพื่อนกำลังเสียใจ เราสามารถรับฟังปัญหาของเขาด้วยความเข้าใจ ไม่ตัดสิน และแสดงความห่วงใยอย่างจริงใจ หรือเมื่อเห็นคนกำลังลำบาก เราก็รู้สึกอยากจะช่วยเหลือ เป็นต้น การเป็นคนที่มี Empathic จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น ทำให้คนรอบข้างรู้สึกสบายใจและไว้วางใจที่จะพูดคุยหรือขอความช่วยเหลือ ความหมายและการใช้งาน Empathic มาจากคำว่า Empathy ซึ่งหมายถึง ความเข้าอกเข้าใจ หรือความสามารถในการเอาใจเขามาใส่ใจเรา การเป็นคน Empathic คือการที่เราสามารถรับรู้และเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด หรือประสบการณ์ของอีกฝ่ายได้ โดยอาจจะไม่ต้องเคยผ่านประสบการณ์เดียวกันมาก่อนก็ได้ แต่สามารถเชื่อมโยงและเข้าใจมุมมองของเขาได้ ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคตัวอย่าง: “เธอเป็นคน Empathic มากเลยนะ คอยรับฟังปัญหาของทุกคนเสมอ” “นักจิตวิทยาที่ดีควรมีลักษณะ Empathic เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกไว้วางใจ” “การแสดงออกของนักแสดงในฉากนั้นดู Empathic จนคนดูรู้สึกอินไปด้วย” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Empathic…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *