"Hole” แปลว่า

คำว่า “Hole” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวในภาษาไทยว่า “รู” ค่ะ เป็นคำนามที่ใช้อธิบายถึงช่องว่าง หรือบริเวณที่ขาดหายไปบนพื้นผิวของวัตถุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูเล็กๆ หรือรูใหญ่ๆ ก็ตาม

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Hole” ได้บ่อยๆ เลยค่ะ เช่น ถ้าเราทำเสื้อขาดเป็นรู ก็จะเรียกว่า “hole in my shirt” หรือถ้าเดินๆ อยู่แล้วเจอหลุมบนถนน ก็จะเรียกว่า “pothole” ซึ่งก็คือรูบนถนนที่เกิดจากความเสียหาย นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น ถ้าใครมีปัญหาทางการเงินมากๆ อาจจะเปรียบเทียบว่า “in a deep hole” หมายถึงกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากมาก หรือถ้าพูดถึงการค้นหาข้อมูลอะไรบางอย่างแล้วไม่เจอ อาจจะใช้คำว่า “look for a needle in a haystack” ซึ่งก็คือการหาของที่หายากมากๆ เหมือนหาเข็มในกองฟาง ที่มี “hole” หรือช่องว่างให้หาได้ยากนั่นเองค่ะ

Meaning & Usage

โดยทั่วไป “Hole” หมายถึง ช่องว่างที่ทะลุผ่าน หรือเว้าเข้าไปในวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจจะเกิดจากการถูกเจาะ, ขุด, ฉีกขาด หรือเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตามธรรมชาติ เช่น รูขุมขน, รูหนอน (wormhole) หรือรูในกำแพง

Examples

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • There’s a hole in my sock. (ถุงเท้าของฉันมีรู)
  • The mouse ran into a hole in the wall. (หนูวิ่งเข้าไปในรูที่ผนัง)
  • Be careful not to trip over that hole in the pavement. (ระวังอย่าสะดุดหลุมบนทางเท้า)

Context / Common Use

คำว่า “Hole” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความเสียหาย, การขาดหายไป, หรือการสร้างช่องว่างที่สามารถทะลุผ่านได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในสำนวนเปรียบเทียบเพื่ออธิบายถึงสถานการณ์ที่ยากลำบาก หรือการค้นหาสิ่งที่หายากมากๆ ได้ด้วย

🔷 FAQ SECTION

“Hole” ใช้กับรูที่เกิดจากอะไรได้บ้าง?

“Hole” สามารถใช้กับรูที่เกิดจากหลายสาเหตุค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะ, การขุด, การฉีกขาด, ความเสียหายตามธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งรูที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น รูขุมขน

มีสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้คำว่า “Hole” ที่ควรรู้ไหม?

มีค่ะ สำนวนที่พบบ่อย เช่น “digging yourself into a hole” หมายถึง การทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่แย่ลงเรื่อยๆ หรือ “hole in the wall” ที่ใช้เรียกสถานที่เล็กๆ หรือร้านอาหารที่ดูธรรมดาแต่รสชาติอร่อย

Similar Posts

  • "Trimming” แปลว่า

    คำว่า “Trimming” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การตัดแต่ง การเล็ม หรือการลดทอนส่วนที่ไม่ต้องการออกไป เพื่อให้สิ่งนั้นดูดีขึ้น กระชับขึ้น หรืออยู่ในรูปทรงที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Trimming” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การตัดแต่งกิ่งไม้ในสวน การเล็มผมให้เข้ารูป หรือแม้แต่การปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้การใช้จ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Trimming” หมายถึง การตัดออกส่วนเกินหรือส่วนที่ไม่ต้องการ โดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงรูปลักษณ์ ความสมบูรณ์ หรือประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่าง การทำสวน: การ trimming กิ่งไม้ที่แห้งหรือเกะกะ เพื่อให้ต้นไม้ดูสวยงามและเจริญเติบโตได้ดี การทำผม: การ trimming ปลายผมที่เสียออก เพื่อให้ผมดูสุขภาพดีและจัดทรงง่ายขึ้น การเงิน: การ trimming ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกจากงบประมาณ เพื่อประหยัดเงิน บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Trimming” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปทรง การลดปริมาณ หรือการทำให้กระชับขึ้น 🔷 FAQ SECTION “Trimming” กับ “Cutting”…

  • "Insurance” แปลว่า

    คำว่า “Insurance” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การประกันภัย” หรือ “ประกัน” เป็นการทำสัญญาเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยผู้เอาประกันภัยจะจ่ายเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกันภัย และบริษัทประกันภัยจะชดเชยความเสียหายหรือจ่ายเงินตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับการใช้คำว่า “ประกัน” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราซื้อรถยนต์ เราก็จะทำ “ประกันรถยนต์” เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับรถ หรือหากเราเจ็บป่วย เราก็อาจมี “ประกันสุขภาพ” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาล หรือแม้แต่การทำ “ประกันชีวิต” เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวในกรณีที่เราจากไปก่อนวัยอันควร การทำประกันจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินในชีวิตของเรา ความหมายและการใช้งาน Insurance คือ สัญญาที่ผู้เอาประกันภัย (บุคคลหรือนิติบุคคล) ตกลงจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง (เบี้ยประกัน) ให้แก่บริษัทประกันภัย เพื่อแลกกับการที่บริษัทประกันภัยจะรับภาระชดเชยความเสียหายทางการเงิน หรือจ่ายเงินจำนวนหนึ่งตามที่ตกลงไว้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันตามที่ระบุไว้ในสัญญา (กรมธรรม์) ขึ้น การใช้งานหลักๆ ของ Insurance คือการโอนความเสี่ยงจากตนเองไปให้บริษัทประกันภัยแบกรับ เพื่อลดผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน ประกันรถยนต์: หากรถของคุณประสบอุบัติเหตุ บริษัทประกันจะช่วยจ่ายค่าซ่อมหรือค่าเสียหายตามเงื่อนไข ประกันสุขภาพ: หากคุณป่วยและต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล บริษัทประกันจะช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามวงเงินที่กำหนด ประกันชีวิต: หากผู้เอาประกันเสียชีวิต ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินก้อนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์…

  • "Disgust” แปลว่า

    คำว่า “Disgust” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความรู้สึกรังเกียจ หรือขยะแขยง เป็นความรู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกว่าไม่น่าพิสมัย สกปรก น่าขยะแขยง หรือผิดศีลธรรม ในชีวิตประจำวัน เราอาจใช้คำว่า Disgust เมื่อเจอสิ่งที่เราไม่ชอบอย่างมาก เช่น การได้กลิ่นเหม็นรุนแรง เห็นอาหารที่เน่าเสีย หรือได้ยินเรื่องราวที่โหดร้าย ทำให้เรารู้สึกไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากแตะต้อง หรืออยากจะหนีไปให้พ้นจากสิ่งนั้นๆ เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้กับประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง หรือแม้กระทั่งจากความคิดและจินตนาการ ความหมายและการใช้งาน Disgust คือ ความรู้สึกรังเกียจ ขยะแขยง ไม่ชอบอย่างรุนแรง ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อเห็นแมลงสาบไต่ไปมาบนพื้น ทำให้ฉันรู้สึก Disgust มาก ข่าวอาชญากรรมที่โหดร้ายทำให้หลายคนเกิดความรู้สึก Disgust อาหารที่เสียแล้วมีกลิ่นเหม็นจนรู้สึก Disgust บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Disgust มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับสิ่งสกปรก อาหารที่ไม่น่ากิน สัตว์ที่น่ารังเกียจ การกระทำที่ผิดศีลธรรม หรือเรื่องราวที่ชวนสะอิดสะเอียน 🔷 FAQ SECTION Disgust แตกต่างจากคำว่า…

  • "Face” แปลว่า

    คำว่า “Face” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ใบหน้า” ซึ่งหมายถึงส่วนหน้าของศีรษะมนุษย์ ตั้งแต่หน้าผากจรดคาง รวมถึงตา จมูก ปาก และแก้ม แต่ในบริบทการใช้งานจริง คำว่า “Face” สามารถมีความหมายที่หลากหลายและซับซ้อนกว่านั้นได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเจตนาของผู้พูด ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Face” ในความหมายของรูปลักษณ์ภายนอก หรือการแสดงอารมณ์บนใบหน้า เช่น เวลาเราเห็นใครมีสีหน้าเศร้า เราอาจจะบอกว่า “He has a sad face” หรือในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหา เราอาจจะใช้คำว่า “face the problem” ซึ่งหมายถึงการเผชิญหน้าหรือรับมือกับปัญหานั้นๆ นอกจากนี้ “Face” ยังสามารถหมายถึง “หน้า” ของสิ่งของต่างๆ เช่น หน้าหนังสือ หรือหน้าของนาฬิกาได้อีกด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Face” สามารถหมายถึง: ใบหน้า: ส่วนหน้าของศีรษะมนุษย์ รูปลักษณ์ภายนอก: ลักษณะท่าทางหรือการแสดงออกทางสีหน้า เผชิญหน้า/รับมือ: การเผชิญหน้ากับสถานการณ์ ปัญหา หรือบุคคล…

  • "Rest” แปลว่า

    คำว่า “Rest” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “การพักผ่อน” หรือ “การหยุดพัก” ค่ะ เป็นการหยุดทำกิจกรรมต่างๆ ชั่วคราว เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลาย ฟื้นฟูพลังงาน และเตรียมพร้อมสำหรับการทำกิจกรรมต่อไป ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “rest” ในหลากหลายสถานการณ์ค่ะ เช่น หลังจากการทำงานหนัก เราอาจจะต้องการ “rest” สักครู่เพื่อดื่มน้ำ หรือนั่งพักผ่อน หรือถ้าเราไม่สบาย เราก็จะ “rest” อยู่ที่บ้านเพื่อรักษาตัวให้หายดี นอกจากนี้ การนอนหลับก็ถือเป็นการ “rest” รูปแบบหนึ่งที่สำคัญมากๆ ค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Rest” สามารถใช้ได้ทั้งเป็นคำนาม (noun) หมายถึง การพักผ่อน, การหยุดพัก และเป็นคำกริยา (verb) หมายถึง พักผ่อน, หยุดพัก ตัวอย่างการใช้งาน I need a good rest after a long day….

  • "Charming” แปลว่า

    คำว่า “Charming” เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้บรรยายถึงลักษณะหรือสิ่งที่น่าดึงดูดใจ มีเสน่ห์ หรือทำให้รู้สึกประทับใจ ชวนมอง ชวนหลงใหล ไม่ว่าจะเป็นบุคคล สถานที่ หรือสิ่งของ เมื่อเราบอกว่าใครสักคน “Charming” หมายถึงคนคนนั้นมีบุคลิกที่น่ารัก พูดจาดี มีมารยาท ทำให้คนรอบข้างรู้สึกสบายใจและอยากเข้าหา ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคนพูดถึง “Charming” ในหลายบริบท เช่น ถ้าเจอเพื่อนใหม่ที่พูดเก่ง ยิ้มแย้มแจ่มใส และมีวิธีการเข้าหาผู้คนที่เป็นธรรมชาติ เราอาจจะบอกว่า “He’s so charming!” หรือ “She has a very charming personality.” ในกรณีของสถานที่ ถ้าเราไปเที่ยวเมืองเล็กๆ ที่มีบ้านเรือนน่ารัก บรรยากาศอบอุ่น และผู้คนเป็นมิตร เราอาจจะบอกว่า “This town is really charming.” หรือแม้แต่สิ่งของบางอย่างที่ออกแบบมาอย่างสวยงามและน่ารัก ก็สามารถเรียกว่า “charming” ได้เช่นกัน เป็นคำที่สื่อถึงความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อได้สัมผัสกับสิ่งนั้นๆ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Charming”…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *