"Persons” แปลว่า

คำว่า “Persons” เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “Person” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึง “บุคคล” หรือ “คน” ดังนั้น “Persons” จึงหมายถึง “บุคคลหลายคน” หรือ “ผู้คน” นั่นเองค่ะ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Persons” ในบริบทที่เป็นทางการ หรือใช้เพื่อกล่าวถึงกลุ่มคนจำนวนมาก โดยเฉพาะในป้ายประกาศ กฎหมาย หรือเอกสารต่างๆ ที่ต้องการความชัดเจนและครอบคลุมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องค่ะ ตัวอย่างเช่น ป้ายที่เขียนว่า “No Persons Allowed” ก็จะแปลว่า “ห้ามบุคคลใดๆ เข้า” เป็นต้น

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Persons” ใช้เพื่ออ้างถึงคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป ในภาษาไทยเราสามารถแปลได้ว่า “บุคคล”, “ผู้คน”, “คนจำนวนมาก” หรือ “หลายคน” ค่ะ การใช้คำว่า “Persons” จะให้ความรู้สึกที่เป็นทางการมากกว่าการใช้คำว่า “People” เล็กน้อย แต่ทั้งสองคำก็สามารถใช้แทนกันได้ในหลายบริบท

ตัวอย่าง

  • Persons of Interest: บุคคลที่น่าสนใจ (มักใช้ในข่าวหรือการสืบสวนสอบสวน)
  • Persons with Disabilities: บุคคลที่มีความพิการ
  • Authorized Persons Only: เฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

บริบทที่พบบ่อย

เรามักจะเห็นคำว่า “Persons” ในบริบทที่เป็นทางการ เช่น กฎหมาย นโยบายบริษัท เอกสารราชการ หรือป้ายประกาศต่างๆ เพื่อระบุถึงกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อความนั้นๆ ค่ะ

FAQ

“Persons” กับ “People” ต่างกันอย่างไร?

โดยทั่วไปแล้ว “Persons” จะใช้ในบริบทที่เป็นทางการและเน้นการนับจำนวนบุคคลอย่างชัดเจน ในขณะที่ “People” เป็นคำที่ใช้ทั่วไปมากกว่าและหมายถึง “ผู้คน” ในภาพรวมค่ะ

“Persons” ใช้ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง?

สามารถใช้ได้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ เช่น การเขียนเอกสารทางกฎหมาย การประกาศนโยบาย หรือการระบุถึงกลุ่มคนที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น “Persons with Disabilities” (บุคคลที่มีความพิการ)

Similar Posts

  • "Flushing” แปลว่า

    คำว่า “Flushing” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “การล้าง” หรือ “การไหลบ่า” โดยทั่วไปแล้วมักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาด การกำจัดสิ่งสกปรก หรือการระบายน้ำอย่างรวดเร็ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Flushing” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การกดชักโครก ซึ่งเป็นการ “Flushing” เพื่อกำจัดสิ่งปฏิกูล หรือเมื่อพูดถึงการล้างระบบท่อน้ำต่างๆ เพื่อขจัดคราบตะกรันหรือสิ่งอุดตัน ก็เรียกว่าการ “Flushing” เช่นกัน นอกจากนี้ยังอาจใช้ในความหมายของการทำให้หน้าแดง หรือการไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหน้าดูแดงระเรื่อ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Flushing” สามารถแปลได้หลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบท แต่ความหมายหลักๆ คือ การทำให้สะอาดด้วยการไหลของน้ำ หรือของเหลวอย่างรวดเร็ว หรือการทำให้เกิดสีแดง ตัวอย่างการใช้งาน การกดชักโครก: “After using the toilet, remember to flush.” (หลังจากใช้ห้องน้ำแล้ว อย่าลืมกดชักโครก) การทำความสะอาดระบบ: “We need to flush the pipes to remove…

  • "sweetly” แปลว่า

    คำว่า “sweetly” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ในภาษาอังกฤษ หมายถึง อย่างอ่อนหวาน, อย่างนุ่มนวล, อย่างไพเราะ, หรืออย่างน่ารัก เป็นการอธิบายลักษณะอาการหรือการกระทำที่แสดงออกถึงความรู้สึกที่ดี อ่อนโยน และน่าเอ็นดู ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “sweetly” เพื่ออธิบายการพูด การยิ้ม หรือการแสดงออกอื่นๆ ที่ทำให้ผู้ฟังหรือผู้เห็นรู้สึกอบอุ่นใจ หรือประทับใจในความน่ารัก อ่อนหวานนั้นๆ เช่น เวลาพ่อแม่พูดกับลูก หรือเวลาคนรักพูดจาหยอกล้อกัน ความหมายและการใช้งาน คำว่า “sweetly” ใช้เพื่อขยายกริยา (verb) หรือคำคุณศัพท์ (adjective) เพื่อบอกว่าการกระทำนั้นๆ เกิดขึ้นอย่างมีลักษณะอ่อนหวาน นุ่มนวล หรือน่ารัก ตัวอย่างเช่น “She smiled sweetly” หมายถึง เธอส่งยิ้มอย่างอ่อนหวาน หรือ “He spoke sweetly to the child” หมายถึง เขาพูดกับเด็กอย่างนุ่มนวล ตัวอย่างการใช้งาน เด็กน้อยหัวเราะ sweetly เมื่อได้รับของขวัญ…

  • "Pouring” แปลว่า

    คำว่า “Pouring” ในภาษาไทยมีความหมายว่า การเท การหลั่ง หรือการไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะใช้ในบริบทที่ของเหลวถูกเทออกจากภาชนะ หรือฝนตกหนัก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Pouring” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เวลาชงกาแฟ เราอาจจะพูดว่า “Pouring the coffee” หมายถึงกำลังเทกาแฟลงแก้ว หรือเมื่อฝนตกหนักมาก เราก็อาจจะใช้คำว่า “It’s pouring outside” เพื่อบอกว่าฝนกำลังตกหนักมาก หรือเวลาที่ร้านอาหารกำลังเทซอสลงบนอาหาร ก็สามารถใช้คำนี้ได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Pouring” หมายถึงการเคลื่อนที่ของของเหลวจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยมักจะเทออกจากภาชนะ หรือไหลลงมาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ตัวอย่าง “The bartender was pouring a drink for the customer.” (บาร์เทนเดอร์กำลังเทเครื่องดื่มให้ลูกค้า) “Be careful, the soup is pouring out of the pot.” (ระวังนะ ซุปกำลังจะหกออกจากหม้อ)…

  • "Investigations” แปลว่า

    คำว่า “Investigations” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การสืบสวน” หรือ “การสอบสวน” ครับ เป็นกระบวนการที่ทำขึ้นเพื่อค้นหาความจริง รวบรวมข้อมูล หรือตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยมักจะทำอย่างเป็นระบบและละเอียดรอบคอบ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Investigations” ในหลายบริบท เช่น เมื่อมีข่าวอาชญากรรมเกิดขึ้น ตำรวจก็จะทำการ investigations เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด หรือเมื่อบริษัทมีการทุจริตภายใน ก็อาจจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำการ investigations เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริง หรือแม้กระทั่งในวงการวิทยาศาสตร์ นักวิจัยก็ทำการ investigations เพื่อค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ ในหัวข้อที่เขาสนใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Investigations” หมายถึง การดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อค้นหาข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ บุคคล หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ ระบุสาเหตุ หรือหาหลักฐานสนับสนุน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “The police are conducting investigations into the recent robbery.” (ตำรวจกำลังทำการ investigations…

  • "Days” แปลว่า

    คำว่า “Days” เป็นคำนามในภาษาอังกฤษที่มีความหมายหลักๆ คือ “วัน” หรือ “หลายวัน” โดยเป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “day” ซึ่งหมายถึงช่วงเวลา 24 ชั่วโมง หรือช่วงเวลากลางวัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Days” ในหลากหลายบริบท เช่น การนับจำนวนวัน การพูดถึงช่วงเวลาในอดีตหรืออนาคต หรือแม้แต่ในการแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับระยะเวลาที่ผ่านไป ตัวอย่างเช่น เมื่อพูดถึงการรอคอยอะไรบางอย่างเป็นเวลานาน อาจจะพูดว่า “It’s been days!” หรือเมื่อพูดถึงแผนการในอนาคต อาจจะบอกว่า “We have a few more days to go.” ความหมายและการใช้งาน “Days” หมายถึง “วัน” หรือ “หลายวัน” ใช้เพื่อระบุจำนวนวัน หรือช่วงเวลาที่มีมากกว่าหนึ่งวันขึ้นไป ตัวอย่างการใช้งาน “I haven’t seen him for days.” (ฉันไม่ได้เจอเขามาหลายวันแล้ว) “We have…

  • "Defect” แปลว่า

    คำว่า “Defect” ในภาษาอังกฤษ แปลตรงตัวเป็นภาษาไทยได้ว่า “ข้อบกพร่อง” หรือ “ความผิดพลาด” ครับ โดยทั่วไปแล้ว หมายถึง สิ่งที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้องตามที่ควรจะเป็น หรือมีตำหนิ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับสิ่งของ กระบวนการ หรือแม้แต่ระบบต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Defect” ในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ครับ เช่น เวลาซื้อของมาแล้วพบว่ามีตำหนิ ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ หรือไม่ตรงตามคุณสมบัติที่โฆษณาไว้ เราก็จะบอกว่าสินค้านั้นมี “Defect” หรือถ้าเป็นในกระบวนการทำงาน ก็อาจหมายถึงจุดที่ผิดพลาด ทำให้งานไม่สำเร็จลุล่วง หรือเกิดปัญหาตามมาได้ครับ ความหมายและการใช้งาน “Defect” หมายถึง ความไม่สมบูรณ์ ตำหนิ หรือข้อผิดพลาดที่ทำให้สิ่งนั้นๆ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด หรือไม่สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ การใช้งานจะแตกต่างกันไปตามบริบท เช่น สินค้า/ผลิตภัณฑ์: ใช้เรียกตำหนิหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสินค้า เช่น “This phone has a screen defect.” (โทรศัพท์เครื่องนี้มีข้อบกพร่องที่หน้าจอ) กระบวนการ/ระบบ: ใช้เรียกจุดที่ผิดพลาดในขั้นตอนการทำงาน หรือในระบบที่ทำให้เกิดปัญหา เช่น “There’s…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *