"Crack” แปลว่า

คำว่า “Crack” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ อยู่หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ แต่โดยทั่วไปแล้ว เมื่อพูดถึง “Crack” ในภาษาพูด อาจหมายถึง รอยร้าว รอยแตก หรือการทำให้แตกหัก รวมถึงการแก้ปัญหา หรือการเจาะระบบบางอย่าง

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “crack” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีวัตถุแตกหัก เราอาจพูดว่า “It cracked” หรือถ้าพูดถึงการแก้ปัญหาที่ยากลำบาก ก็อาจใช้คำว่า “crack the problem” นอกจากนี้ ในโลกของเทคโนโลยี “crack” อาจหมายถึงการเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของซอฟต์แวร์หรือคอมพิวเตอร์

ความหมายและการใช้งาน

“Crack” สามารถแปลได้หลายอย่าง เช่น:

  • รอยร้าว, รอยแตก: ใช้กับวัตถุที่เกิดความเสียหาย เช่น “There’s a crack in the vase.” (แจกันมีรอยร้าว)
  • แตก, ทำให้แตก: ใช้กับการทำให้บางสิ่งแตกออก เช่น “Be careful not to crack the egg.” (ระวังอย่าให้ไข่แตก)
  • แก้ปัญหา, ถอดรหัส: ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงการหาทางออกหรือเข้าใจสิ่งที่ซับซ้อน เช่น “He finally cracked the code.” (เขาถอดรหัสได้สำเร็จในที่สุด)
  • เจาะระบบ (ทางคอมพิวเตอร์): หมายถึงการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น “They cracked the security system.” (พวกเขาเจาะระบบรักษาความปลอดภัย)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The ice cracked under his weight.” (น้ำแข็งแตกภายใต้น้ำหนักของเขา)
  • “She tried to crack a smile.” (เธอพยายามฝืนยิ้ม)
  • “This is a tough nut to crack.” (นี่เป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไข)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “crack” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับความเสียหายทางกายภาพ การแก้ปัญหาที่ท้าทาย หรือในแวดวงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเจาะระบบ

🔷 FAQ SECTION

“Crack” ในภาษาไทยหมายถึงอะไร?

“Crack” ในภาษาไทยอาจหมายถึง รอยร้าว รอยแตก การทำให้แตกหัก หรือการแก้ปัญหาที่ยากลำบาก ขึ้นอยู่กับประโยคที่ใช้

มีคำพ้องความหมายของ “Crack” ในภาษาไทยหรือไม่?

คำพ้องความหมายในภาษาไทยอาจแตกต่างกันไปตามบริบท เช่น “ร้าว” “แตก” “หัก” “ถอดรหัส” “เจาะระบบ” เป็นต้น

Similar Posts

  • "Astronaut” แปลว่า

    คำว่า “Astronaut” หมายถึง นักบินอวกาศ เป็นบุคคลที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษเพื่อเดินทางและปฏิบัติภารกิจในอวกาศ โดยทั่วไปแล้ว Astronauts จะทำงานให้กับหน่วยงานด้านอวกาศของรัฐบาล เช่น NASA ของสหรัฐอเมริกา หรือ ESA ของยุโรป และมีบทบาทสำคัญในการสำรวจดวงดาว การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในสภาวะไร้น้ำหนัก และการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางในอวกาศ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นคำว่า Astronaut ถูกใช้ในบริบทของการพูดคุยเกี่ยวกับข่าวสารการสำรวจอวกาศ การชมภาพยนตร์หรือสารคดีเกี่ยวกับอวกาศ หรือแม้แต่ในการ์ตูนและของเล่นสำหรับเด็กที่เกี่ยวข้องกับนักบินอวกาศ เป็นคำที่สื่อถึงความกล้าหาญ ความรู้ และการผจญภัยในดินแดนที่มนุษย์ยังไม่เคยไปถึงได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน Astronaut คือผู้ที่เดินทางสู่อวกาศ โดยมีหน้าที่หลากหลายตั้งแต่การควบคุมยานอวกาศ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ การซ่อมบำรุงอุปกรณ์ ไปจนถึงการเดินสำรวจนอกยาน (spacewalk) ซึ่งต้องอาศัยทักษะทางกายภาพ จิตใจ และความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในระดับสูง ตัวอย่างการใช้งาน “นักบินอวกาศ (Astronaut) กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการปล่อยยานอวกาศในภารกิจสำรวจดาวอังคาร” หรือ “เด็กๆ หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็น Astronaut เมื่อโตขึ้น” บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า Astronaut มักปรากฏในข่าวสารเกี่ยวกับการเดินทางไปอวกาศ การปฏิบัติภารกิจของสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) หรือการกล่าวถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศ Astronaut กับ…

  • "Son” แปลว่า

    คำว่า “Son” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “ลูกชาย” หรือ “บุตรชาย” เป็นคำนามที่ใช้เรียกผู้ที่เป็นลูกของพ่อแม่ที่เป็นเพศชาย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Son” เพื่อกล่าวถึงลูกชายของตัวเอง หรือลูกชายของผู้อื่น เช่น เวลาพูดคุยถึงครอบครัว หรือเมื่อต้องการระบุเพศของบุตร เช่น “My son is studying abroad” (ลูกชายของฉันไปเรียนต่อต่างประเทศ) หรือ “He is her eldest son” (เขาคือลูกชายคนโตของเธอ) เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปและเข้าใจได้ง่ายในบริบทของครอบครัว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Son” หมายถึง บุตรชายโดยกำเนิด หรือบุตรชายที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย เป็นคำที่ใช้เรียกบุตรในสายเลือดเพศชาย ตัวอย่างการใช้งาน 1. “That young man is my son.” (ชายหนุ่มคนนั้นคือลูกชายของฉัน) 2. “She has two sons and one daughter.” (เธอมีลูกชายสองคนและลูกสาวหนึ่งคน)…

  • "Dress” แปลว่า

    คำว่า “Dress” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกเสื้อผ้าประเภทหนึ่ง โดยทั่วไปหมายถึงชุดเดรส ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ผู้หญิงสวมใส่ โดยมีลักษณะเป็นเสื้อที่ติดกับกระโปรง หรืออาจจะเป็นชุดกระโปรงชิ้นเดียวก็ได้ ชุดเดรสมีหลากหลายรูปแบบ ดีไซน์ และเนื้อผ้า เพื่อให้เหมาะกับโอกาสและสไตล์ที่แตกต่างกันไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Dress” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงการแต่งกายไปงานต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานเลี้ยง หรือแม้แต่งานเลี้ยงบริษัท ก็มักจะมีการระบุว่าต้องแต่งกายแบบ “Dress code” ซึ่งหมายถึงรูปแบบการแต่งกายที่กำหนดไว้ หรือเวลาไปเลือกซื้อเสื้อผ้า ผู้หญิงก็มักจะมองหา “Dress” สวยๆ เพื่อใส่ในโอกาสพิเศษ หรือใส่ในชีวิตประจำวันก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ คำว่า “Dress” ยังสามารถใช้เป็นคำกริยา หมายถึง การสวมใส่เสื้อผ้า หรือการตกแต่งเสื้อผ้าให้สวยงาม ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Dress” มีความหมายหลักๆ ดังนี้: ชุดเดรส (Noun): เสื้อผ้าที่ผู้หญิงสวมใส่ มักจะเป็นชุดชิ้นเดียวที่ประกอบด้วยส่วนเสื้อและกระโปรง การแต่งกาย (Verb): การสวมใส่เสื้อผ้า หรือการตกแต่งเสื้อผ้าให้ดูดี ตัวอย่างการใช้งาน “เธอใส่ dress สวยมากในงานแต่งงาน”…

  • "Boil” แปลว่า

    คำว่า “Boil” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ต้ม” หรือ “เดือด” เมื่อพูดถึงน้ำหรือของเหลวอื่นๆ ที่ถูกทำให้ร้อนจนถึงจุดเดือด ส่วนอีกความหมายหนึ่งที่ใช้กันทั่วไปคือ “เดือดพล่าน” หรือ “เดือดปุดๆ” ซึ่งอาจหมายถึงการเดือดของน้ำจริงๆ หรือใช้เปรียบเปรยถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน โกรธจัด หรือความรู้สึกที่อัดอั้นจนพร้อมจะระเบิดออกมา ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Boil” ในบริบทของการทำอาหาร เช่น การต้มไข่ (boil an egg) หรือการต้มน้ำสำหรับชงกาแฟ/ชา (boil water) นอกจากนี้ ยังมีการใช้ในเชิงเปรียบเปรยเพื่ออธิบายสภาวะอารมณ์ที่รุนแรง เช่น เมื่อใครบางคนโกรธจัดมากๆ จนแทบจะทนไม่ไหว เราอาจพูดว่า “He’s boiling with anger” ซึ่งหมายถึงเขากำลังเดือดดาลอย่างมาก หรือในสถานการณ์ที่ความตึงเครียดสะสมจนถึงจุดที่พร้อมจะปะทุ ก็อาจใช้คำว่า “The tension is boiling” ได้เช่นกัน Meaning & Usage ความหมาย: ต้ม: ใช้กับการทำอาหารหรือทำให้ของเหลวร้อนจนถึงจุดเดือด เดือดพล่าน: ใช้ได้ทั้งกับของเหลวที่เดือดจริงๆ…

  • "Personal” แปลว่า

    คำว่า “Personal” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “ส่วนตัว” หรือ “เกี่ยวกับบุคคล” โดยสื่อถึงสิ่งที่เป็นของผู้คนคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ใช่ของสาธารณะ หรือเป็นเรื่องทั่วไป ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Personal” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึง “Personal belongings” (ของใช้ส่วนตัว) หรือ “Personal information” (ข้อมูลส่วนตัว) นอกจากนี้ยังอาจพบในคำว่า “Personal hygiene” (สุขอนามัยส่วนบุคคล) หรือ “Personal trainer” (ผู้ฝึกสอนส่วนตัว) ซึ่งล้วนแต่บ่งบอกถึงความเป็นเจ้าของหรือเกี่ยวข้องกับตัวบุคคลนั้นๆ โดยตรง ความหมายและการใช้งาน “Personal” หมายถึง เกี่ยวข้องกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ หรือเป็นของบุคคลนั้นๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น ใช้เพื่อแยกแยะสิ่งที่เป็นส่วนตัวออกจากสิ่งที่เป็นสาธารณะ หรือเป็นเรื่องทั่วไป ตัวอย่างการใช้งาน Personal computer: คอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่เราใช้กันทั่วไป Personal assistant: ผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยจัดการงานต่างๆ ให้ Personal opinion: ความคิดเห็นส่วนตัวของแต่ละบุคคล Personal space: พื้นที่ส่วนตัวที่แต่ละคนต้องการ บริบทที่พบบ่อย…

  • "shelf” แปลว่า

    คำว่า “shelf” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ชั้นวางของ เป็นส่วนประกอบของเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้สำหรับวางสิ่งของต่างๆ มักจะทำจากไม้ โลหะ หรือวัสดุอื่นๆ และสามารถติดตั้งบนผนัง หรือเป็นส่วนหนึ่งของตู้ โต๊ะ หรือชั้นหนังสือ ในชีวิตประจำวัน เราใช้ “shelf” กันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางหนังสือในห้องนั่งเล่น ชั้นวางของในครัวสำหรับวางจานชาม เครื่องปรุง หรือแม้แต่ชั้นวางของในตู้เสื้อผ้าสำหรับพับเสื้อผ้า บางคนอาจใช้ “shelf” เพื่อตกแต่งบ้านด้วยการวางกรอบรูป ต้นไม้ หรือของประดับอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสวยงามและเป็นระเบียบให้กับพื้นที่ ความหมายและการใช้งาน “Shelf” คือ ชั้น หรือ แผงที่ยื่นออกมาจากผนังหรือโครงสร้างอื่น เพื่อใช้สำหรับวางของ มีลักษณะเป็นแผ่นแนวนอนหลายๆ อันเรียงซ้อนกัน หรือเป็นแผ่นเดียวก็ได้ การใช้งานหลักคือเพื่อจัดเก็บและจัดแสดงสิ่งของต่างๆ ให้เป็นระเบียบและหยิบใช้ได้สะดวก ตัวอย่างการใช้งาน “ช่วยวางหนังสือเล่มนั้นบน shelf บนสุดด้วย” หรือ “ฉันซื้อ shelf ไม้มาติดผนังห้องครัวใหม่” บริบท / การใช้งานทั่วไป คำว่า “shelf” มักจะถูกใช้ในบริบทของการจัดบ้าน การตกแต่งภายใน หรือการจัดเก็บสิ่งของทั่วไป…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *