"Dimensions” แปลว่า

“Dimensions” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้ในหลายบริบท แต่โดยทั่วไปแล้วหมายถึง “มิติ” หรือ “ขนาด” ซึ่งสามารถอธิบายได้ทั้งในเชิงกายภาพและเชิงนามธรรม

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Dimensions” เมื่อพูดถึงขนาดของสิ่งของต่างๆ เช่น ขนาดของห้อง ขนาดของเฟอร์นิเจอร์ หรือแม้กระทั่งขนาดของบรรจุภัณฑ์เวลาเราซื้อของออนไลน์ เราอาจจะเห็นคำนี้ระบุเป็นความกว้าง ความยาว และความสูง เพื่อให้เราทราบถึงพื้นที่หรือปริมาตรของสิ่งนั้นๆ นอกจากนี้ ในเชิงนามธรรม “Dimensions” ยังสามารถหมายถึงแง่มุมต่างๆ หรือระดับของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น มิติของปัญหาที่ซับซ้อน หรือมิติทางสังคมและวัฒนธรรม

Meaning & Usage

“Dimensions” หมายถึง การวัดขนาดของสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจเป็นความยาว ความกว้าง ความสูง หรือเส้นผ่านศูนย์กลาง ในบริบทที่กว้างขึ้น อาจหมายถึงแง่มุมหรือระดับที่แตกต่างกันของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

Examples

เมื่อซื้อตู้เสื้อผ้า อาจมีระบุว่า “Dimensions: 120cm x 60cm x 200cm” ซึ่งหมายถึง ความกว้าง 120 เซนติเมตร ความลึก 60 เซนติเมตร และความสูง 200 เซนติเมตร

นักวิจัยอาจกล่าวถึง “multiple dimensions of poverty” ซึ่งหมายถึงความยากจนที่มีหลายมิติ ไม่ใช่แค่เรื่องรายได้ แต่รวมถึงการศึกษา สุขภาพ และการเข้าถึงบริการต่างๆ

Context / Common Use

คำว่า “Dimensions” มักใช้ในการอธิบายขนาดทางกายภาพของวัตถุต่างๆ ในการออกแบบ การก่อสร้าง หรือการซื้อขายสินค้า นอกจากนี้ยังใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาที่ซับซ้อน หรืออธิบายลักษณะเฉพาะของปรากฏการณ์ต่างๆ ในเชิงวิชาการหรือเชิงนามธรรม

“Dimensions” มีความหมายเหมือนกับ “ขนาด” ใช่หรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว “Dimensions” มีความหมายใกล้เคียงกับ “ขนาด” โดยเฉพาะเมื่อกล่าวถึงขนาดทางกายภาพ แต่ “Dimensions” สามารถมีความหมายที่กว้างกว่า เช่น แง่มุม หรือมิติที่ซับซ้อนของสิ่งต่างๆ ซึ่ง “ขนาด” อาจไม่ครอบคลุมถึง

เราจะเจอคำว่า “Dimensions” ได้ที่ไหนบ้าง?

เรามักจะเจอคำว่า “Dimensions” ในคู่มือผลิตภัณฑ์ เอกสารทางเทคนิค คำอธิบายสินค้าออนไลน์ หรือในบทความวิชาการที่กล่าวถึงการวัดหรือการวิเคราะห์ในหลายแง่มุม

Similar Posts

  • "Precision” แปลว่า

    คำว่า “Precision” ในภาษาไทยมีความหมายถึง “ความแม่นยำ” หรือ “ความเที่ยงตรง” ครับ เป็นการอธิบายถึงคุณภาพของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่สามารถวัดผล หรือระบุค่าได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน ไม่มีความคลาดเคลื่อน หรือผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงมากนัก ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Precision” หรือ “ความแม่นยำ” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น เวลาที่เราพูดถึงการวัดค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวัดขนาดของวัตถุ การวัดอุณหภูมิ หรือแม้กระทั่งในการแข่งขันกีฬาที่ต้องการความแม่นยำในการยิงธนู หรือการวางแผนการเดินทางที่ต้องการความแม่นยำของเวลา นอกจากนี้ ในวงการเทคโนโลยี การผลิต หรือวิทยาศาสตร์ คำนี้ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผลลัพธ์ที่ได้จะต้องมีความแม่นยำสูงเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ความหมายและการใช้งาน Precision หมายถึง ระดับของความใกล้เคียงของค่าที่วัดได้หลายๆ ครั้ง หรือระดับของการระบุค่าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ในทางปฏิบัติ ความแม่นยำนี้อาจหมายถึงการที่ผลลัพธ์ที่ได้ตรงกับค่าที่คาดหวัง หรือตรงกับความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตต้องการ “precision” สูงมากในการตัดแผงวงจร เพื่อให้แน่ใจว่าทุกชิ้นส่วนมีขนาดและรูปร่างที่ถูกต้องตรงตามมาตรฐาน หากขาดความแม่นยำ ชิ้นส่วนนั้นอาจไม่สามารถทำงานร่วมกับชิ้นส่วนอื่นได้ บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Precision” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการวัดผล การวิเคราะห์ข้อมูล การควบคุมคุณภาพ การแพทย์…

  • "Write” แปลว่า

    คำว่า “Write” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “เขียน” ซึ่งเป็นการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ตัวอักษร คำ หรือข้อความลงบนพื้นผิวใดๆ เช่น กระดาษ หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อสื่อสาร ถ่ายทอดความคิด หรือบันทึกข้อมูล ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “write” ในหลากหลายบริบท ตัวอย่างเช่น เมื่อเราต้องการเขียนอีเมล (write an email) จดบันทึก (write notes) แต่งกลอน (write a poem) หรือแม้แต่เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (write code) การ “write” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้ปากกาหรือดินสอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพิมพ์บนคีย์บอร์ด หรือการใช้สไตลัสบนแท็บเล็ตด้วย ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “write” คือ การสร้างตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อบันทึกหรือสื่อสาร อาจใช้กับสิ่งต่างๆ ได้มากมาย เช่น การเขียนจดหมาย การเขียนรายงาน การเขียนบทความ การเขียนหนังสือ การเขียนเพลง และอื่นๆ อีกมากมาย…

  • "Dress” แปลว่า

    คำว่า “Dress” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกเสื้อผ้าประเภทหนึ่ง โดยทั่วไปหมายถึงชุดเดรส ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ผู้หญิงสวมใส่ โดยมีลักษณะเป็นเสื้อที่ติดกับกระโปรง หรืออาจจะเป็นชุดกระโปรงชิ้นเดียวก็ได้ ชุดเดรสมีหลากหลายรูปแบบ ดีไซน์ และเนื้อผ้า เพื่อให้เหมาะกับโอกาสและสไตล์ที่แตกต่างกันไป ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Dress” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงการแต่งกายไปงานต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานเลี้ยง หรือแม้แต่งานเลี้ยงบริษัท ก็มักจะมีการระบุว่าต้องแต่งกายแบบ “Dress code” ซึ่งหมายถึงรูปแบบการแต่งกายที่กำหนดไว้ หรือเวลาไปเลือกซื้อเสื้อผ้า ผู้หญิงก็มักจะมองหา “Dress” สวยๆ เพื่อใส่ในโอกาสพิเศษ หรือใส่ในชีวิตประจำวันก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ คำว่า “Dress” ยังสามารถใช้เป็นคำกริยา หมายถึง การสวมใส่เสื้อผ้า หรือการตกแต่งเสื้อผ้าให้สวยงาม ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Dress” มีความหมายหลักๆ ดังนี้: ชุดเดรส (Noun): เสื้อผ้าที่ผู้หญิงสวมใส่ มักจะเป็นชุดชิ้นเดียวที่ประกอบด้วยส่วนเสื้อและกระโปรง การแต่งกาย (Verb): การสวมใส่เสื้อผ้า หรือการตกแต่งเสื้อผ้าให้ดูดี ตัวอย่างการใช้งาน “เธอใส่ dress สวยมากในงานแต่งงาน”…

  • "ยม” แปลว่า

    คำว่า “ยม” ในภาษาไทยมีความหมายถึง ยมทูต หรือผู้ทำหน้าที่เชิญวิญญาณของผู้ที่ถึงแก่ความตายไปสู่ยมโลก ซึ่งเป็นภพภูมิหนึ่งตามความเชื่อทางศาสนา โดยทั่วไป มักถูกมองว่าเป็นตัวแทนของความตาย หรือเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับความตาย ในชีวิตประจำวัน คนไทยอาจจะใช้คำว่า “ยม” ในบริบทที่หลากหลาย นอกเหนือจากความหมายตามคติความเชื่อโดยตรง เช่น อาจจะใช้พูดเปรียบเปรยถึงคนที่ดูน่ากลัว หรือพูดถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความตายอย่างอ้อมๆ เพื่อเลี่ยงความรู้สึกที่ตรงเกินไป หรือบางครั้งก็ใช้เป็นชื่อตัวละครในนิทาน วรรณกรรม หรือภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “ยม” มาจากภาษาบาลีสันสกฤต หมายถึงความตาย หรือเกี่ยวข้องกับความตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความเชื่อเรื่องนรกภูมิ ยมโลก หรือยมบาล ซึ่งเป็นผู้พิพากษาและลงโทษคนบาปตามความเชื่อทางศาสนาพุทธและฮินดู ในภาษาไทยปัจจุบัน คำว่า “ยม” มักถูกใช้เรียก “ยมทูต” ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่นำพาวิญญาณของผู้ตายไปสู่อีกภพภูมิหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน “เห็นหน้าตาบึ้งตึงแบบนี้ นึกว่ายมทูตมาเรียกไปแล้ว” (ใช้เปรียบเปรยถึงคนที่หน้าตาเคร่งขรึม ดูน่ากลัว) “ข่าวอุบัติเหตุครั้งนี้เศร้าสลดใจ เหมือนยมบาลมาเยือน” (ใช้เปรียบเปรยถึงเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่) “ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี มีตัวละครที่ชื่อว่า ‘ยมราช’ ซึ่งเป็นเทพแห่งความตาย” (กล่าวถึงตัวละครตามคติความเชื่อ) บริบทที่พบบ่อย คำว่า “ยม” มักปรากฏในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความตาย พิธีกรรมทางศาสนา…

  • "Domestic” แปลว่า

    คำว่า “Domestic” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เกี่ยวกับบ้าน, ภายในประเทศ, หรือที่เลี้ยงไว้ในบ้าน โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่อแยกความแตกต่างจากสิ่งที่มาจากต่างประเทศ หรือสิ่งที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Domestic” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงสินค้าที่ผลิตในประเทศ ก็จะเรียกว่า “domestic products” หรือเมื่อพูดถึงสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้ในบ้าน ก็อาจจะเรียกว่า “domestic animals” เพื่อแยกจากสัตว์ป่า นอกจากนี้ยังอาจใช้กับบริการต่างๆ ที่ให้บริการภายในประเทศ เช่น “domestic flights” (เที่ยวบินภายในประเทศ) หรือ “domestic tourism” (การท่องเที่ยวภายในประเทศ) ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Domestic” มีความหมายหลักๆ คือ เกี่ยวกับบ้าน: ใช้กับสิ่งของหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบ้าน เช่น domestic chores (งานบ้าน) ภายในประเทศ: ใช้กับสิ่งที่ไม่ใช่ต่างประเทศ เช่น domestic market (ตลาดในประเทศ), domestic policy (นโยบายภายในประเทศ) สัตว์เลี้ยง: ใช้กับสัตว์ที่ถูกนำมาเลี้ยงและปรับตัวให้อยู่ร่วมกับมนุษย์ได้…

  • "Studies” แปลว่า

    คำว่า “Studies” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การศึกษา การเรียน หรือการวิจัย เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “study” ซึ่งหมายถึงการเรียนรู้ การศึกษาหาความรู้ หรือการวิจัยในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Studies” ในบริบทของการเรียน การทำรายงาน หรือการวิจัยต่างๆ เช่น นักเรียนอาจจะกำลังทำ “studies” สำหรับวิชาชีววิทยา หรือนักวิจัยอาจจะกำลังตีพิมพ์ผล “studies” ของพวกเขาเกี่ยวกับโรคระบาด การใช้คำนี้บ่งบอกถึงกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ความพยายาม และการค้นคว้าข้อมูลอย่างเป็นระบบ ความหมายและการใช้งาน “Studies” หมายถึง การศึกษา การเรียนรู้ หรือการวิจัย ซึ่งอาจจะเป็นการศึกษาด้วยตนเอง การเรียนในสถาบัน หรือการทำวิจัยเชิงลึกในสาขาวิชาต่างๆ ตัวอย่าง นักศึกษาแพทย์กำลังอ่าน “studies” เกี่ยวกับโรคหัวใจ ผลการ “studies” ล่าสุดชี้ให้เห็นว่าการออกกำลังกายช่วยลดความเครียดได้ เธอใช้เวลาหลายปีในการทำ “studies” เพื่อหาทางรักษาโรคมะเร็ง บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Studies” มักใช้ในบริบทของการศึกษาในระดับอุดมศึกษา การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ หรือสาขาวิชาการอื่นๆ ที่ต้องการการค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *