"Artificially” แปลว่า

คำว่า “Artificially” เป็นคำวิเศษณ์ในภาษาอังกฤษ มาจากคำคุณศัพท์ “artificial” ซึ่งหมายถึง สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือในภาษาไทยเราอาจจะเรียกว่า “อย่างประดิษฐ์” หรือ “อย่างสังเคราะห์” ค่ะ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำนี้บ่อยๆ เมื่อพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น รสชาติที่ปรุงแต่งขึ้นมาในอาหาร หรือแม้กระทั่งปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ที่เราคุ้นเคยกันดีค่ะ มันเป็นการบ่งบอกว่าสิ่งนั้นๆ มีการปรุงแต่ง หรือถูกสร้างขึ้นมา ไม่ได้เป็นของแท้ดั้งเดิมตามธรรมชาติ

ความหมายและการใช้งาน

“Artificially” ใช้เพื่ออธิบายวิธีการหรือลักษณะที่บางสิ่งบางอย่างถูกสร้างขึ้นหรือถูกทำให้เกิดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ หรือโดยกระบวนการที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

ตัวอย่างการใช้งาน

อาหารบางชนิดอาจมีรสชาติที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมา artificially เพื่อให้มีรสชาติที่น่ารับประทานมากขึ้น

นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างสารบางอย่างขึ้นมา artificially เพื่อใช้ในทางการแพทย์

น้ำหอมบางชนิดมีกลิ่นที่ได้มาจากสารสังเคราะห์ artificially

บริบทที่พบบ่อย

คำนี้มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อาหาร เครื่องสำอาง และสิ่งแวดล้อม เพื่อแยกแยะระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

“Artificially” ต่างจาก “Naturally” อย่างไร?

“Artificially” หมายถึงสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์หรือกระบวนการสังเคราะห์ ส่วน “Naturally” หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งหรือสร้างขึ้นโดยมนุษย์ค่ะ

คำว่า “Artificial Intelligence” หมายถึงอะไร?

“Artificial Intelligence” หรือ AI คือ ปัญญาประดิษฐ์ หมายถึงความสามารถของคอมพิวเตอร์หรือเครื่องจักรในการเลียนแบบการคิดและการเรียนรู้ของมนุษย์ค่ะ

Similar Posts

  • "Border” แปลว่า

    คำว่า “Border” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ ได้แก่ ขอบเขต, แนวเขต, หรือพรมแดน ซึ่งใช้กล่าวถึงเส้นแบ่งหรืออาณาเขตระหว่างสองสิ่ง เช่น ระหว่างประเทศ, ระหว่างพื้นที่, หรือแม้กระทั่งขอบของวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Border” ในหลายบริบท เช่น เวลาพูดถึงการเดินทางข้ามประเทศ เราจะใช้คำว่า “border crossing” ซึ่งหมายถึงจุดผ่านแดน หรือเมื่อพูดถึงขอบของรูปภาพ เราอาจจะบอกว่า “add a border to the photo” คือการเพิ่มกรอบรูปเข้าไป นอกจากนี้ยังใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบได้อีกด้วย เช่น “push the border of knowledge” คือการผลักดันขอบเขตความรู้ให้กว้างขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Border” หมายถึง เส้นแบ่ง หรือ อาณาเขต ที่คั่นระหว่างสองสิ่ง สามารถแบ่งออกเป็นความหมายหลักๆ ได้ดังนี้: พรมแดน (ระหว่างประเทศ): ใช้เมื่อกล่าวถึงเขตแดนทางกายภาพที่แบ่งประเทศสองประเทศออกจากกัน แนวเขต (ระหว่างพื้นที่): ใช้เมื่อกล่าวถึงเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่สองพื้นที่ที่อยู่ติดกัน…

  • "Grades” แปลว่า

    คำว่า “Grades” ในภาษาไทยมีความหมายตรงตัวว่า “คะแนน” หรือ “ระดับผลการเรียน” ค่ะ โดยทั่วไปแล้ว เราจะใช้คำนี้เพื่ออ้างถึงผลการประเมินความรู้ความสามารถของนักเรียน นักศึกษา หรือแม้กระทั่งในการประเมินผลการปฏิบัติงานต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า “Grades” ในบริบทของการเรียนการสอนเป็นหลัก เช่น เมื่อพูดถึงการสอบปลายภาค หรือการบ้าน คุณครูจะให้ “Grades” เพื่อบอกว่าเราทำได้ดีแค่ไหน หรือถ้าพูดถึงการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย หรือการหางาน ก็มักจะต้องยื่นเอกสารที่แสดง “Grades” ของเราด้วย นอกจากนี้ บางครั้งก็อาจมีการใช้คำนี้ในความหมายที่กว้างขึ้น เช่น การให้ “Grades” กับคุณภาพของสินค้าหรือบริการ เพื่อบอกว่าอยู่ในระดับไหน ความหมายและการใช้งาน “Grades” หมายถึง การให้คะแนนหรือการจัดระดับผลการเรียนหรือผลการประเมินต่างๆ โดยทั่วไปมักจะอยู่ในรูปของตัวอักษร เช่น A, B, C, D, F หรือตัวเลข เช่น 4.00, 3.50, 3.00 หรืออาจจะเป็นคำอธิบาย เช่น ดีเยี่ยม, ดี, พอใช้, ตก…

  • "Risen” แปลว่า

    คำว่า “Risen” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “ลุกขึ้น” หรือ “สูงขึ้น” ใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัวและในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะได้ยินคำว่า “Risen” บ่อยๆ ในบริบทที่เกี่ยวกับการฟื้นคืนชีพ การเติบโต หรือการเพิ่มขึ้นของบางสิ่งบางอย่าง เช่น เมื่อพูดถึงเรื่องศาสนา หรือการที่ราคาหุ้นสูงขึ้น นอกจากนี้ยังอาจใช้ในเชิงเปรียบเทียบถึงการก้าวข้ามอุปสรรค หรือการกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง ความหมายและการใช้งาน “Risen” เป็นรูปอดีตกาล (Past Participle) ของคำกริยา “Rise” ซึ่งมีความหมายว่า “ลุกขึ้น”, “สูงขึ้น”, “เพิ่มขึ้น”, “ปรากฏขึ้น” หรือ “ฟื้นคืนชีพ” จึงสามารถใช้ในหลากหลายสถานการณ์ ตัวอย่างการใช้งาน ศาสนา: “Jesus has Risen.” (พระเยซูทรงคืนชีพแล้ว) – ใช้ในบริบทของการฟื้นคืนจากความตาย การเพิ่มขึ้น: “The sun has Risen.” (พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว) – ใช้กับปรากฏการณ์ธรรมชาติ การเติบโต/พัฒนา: “Her career…

  • "Increased” แปลว่า

    คำว่า “Increased” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “เพิ่มขึ้น” หรือ “ทำให้มากขึ้น” เป็นการแสดงถึงการขยายจำนวน ขนาด หรือระดับให้สูงขึ้นกว่าเดิม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Increased” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงปริมาณของสิ่งของที่มากขึ้น ยอดขายที่สูงขึ้น ระดับความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้น หรือแม้กระทั่งความรู้สึกที่มากขึ้น เป็นการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่สูงขึ้นกว่าที่เคยเป็น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Increased” หมายถึง การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีจำนวน ขนาด ความรุนแรง หรือระดับที่มากขึ้นกว่าเดิม สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ตัวอย่างการใช้งาน The price of gasoline has increased recently. (ราคาน้ำมันได้เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้) We have seen an increased demand for our products. (เราได้เห็นความต้องการสินค้าของเราที่เพิ่มขึ้น) His stress level has increased due…

  • "Inevitable” แปลว่า

    คำว่า “Inevitable” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือ สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือผลลัพธ์ ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ป้องกัน หรือหลีกหนีได้อีกต่อไป มันเป็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือได้เกิดขึ้นแล้ว และเราไม่สามารถทำอะไรเพื่อหยุดยั้งมันได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำนี้เมื่อพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นแน่ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล หรือการเติบโตของเด็กๆ บางครั้งเราก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เช่น ความสำเร็จของใครบางคนที่ทุ่มเทอย่างหนัก ก็อาจจะถูกมองว่าเป็น “inevitable” หรือความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดซ้ำๆ ก็อาจจะถูกมองว่าเป็นผลลัพธ์ที่ “inevitable” ได้เช่นกัน เป็นการบอกว่าบางสิ่งบางอย่างมันเป็นไปตามธรรมชาติ หรือเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความหมายและการใช้งาน “Inevitable” หมายถึง สิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หรือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ใช้เพื่ออธิบายถึงสถานการณ์ เหตุการณ์ หรือผลลัพธ์ที่คาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้น และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือป้องกันได้ ตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นปัญหาระดับโลกที่หลายคนมองว่าเป็น inevitable หากเราไม่ร่วมมือกันแก้ไข การที่เขาจะประสบความสำเร็จในวงการนี้นั้นแทบจะเป็น inevitable เพราะเขาฝึกฝนอย่างหนักมาตลอด ความเหนื่อยล้าหลังจากการทำงานหนักตลอดทั้งวันเป็นเรื่อง inevitable บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Inevitable” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับอนาคตที่คาดเดาได้…

  • "Void” แปลว่า

    คำว่า “Void” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความว่างเปล่า ความไม่มีอะไร หรือช่องว่างที่ไม่มีสิ่งใดอยู่ข้างใน โดยทั่วไปแล้วเรามักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงพื้นที่ที่ว่างเปล่า หรือสถานะที่ไม่มีอยู่จริง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Void” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงสัญญาที่ไม่มีผลทางกฎหมาย เราอาจเรียกว่า “Void contract” หรือเมื่อพูดถึงพื้นที่ว่างในอาคารที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง ก็อาจเรียกว่า “Void space” ได้เช่นกัน บางครั้งก็ใช้ในเชิงนามธรรม หมายถึง สภาวะที่รู้สึกว่างเปล่าภายในจิตใจ ความหมายและการใช้งาน “Void” หมายถึง ความว่างเปล่า ไม่มีสาระ หรือไม่มีผลบังคับใช้ สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม ในทางกฎหมาย หมายถึง สิ่งที่ไม่มีผลทางกฎหมายตั้งแต่ต้น ในทางวิทยาศาสตร์ อาจหมายถึง อวกาศที่ไม่มีสสาร ในชีวิตประจำวัน อาจหมายถึง ความรู้สึกว่างเปล่า หรือช่องว่างที่ไม่มีอะไรเติมเต็ม ตัวอย่างการใช้งาน 1. “The contract was declared void.” (สัญญาถูกประกาศให้เป็นโมฆะ) – ในที่นี้ Void หมายถึง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *