"Diligently” แปลว่า

คำว่า “diligently” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำสิ่งต่างๆ ด้วยความขยันหมั่นเพียร ตั้งใจ และรอบคอบ โดยใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก ไม่ใช่แค่ทำไปเรื่อยๆ แต่เป็นการทำอย่างมีคุณภาพและทุ่มเทเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า “diligently” ในบริบทที่ต้องการเน้นย้ำถึงความพยายามและความใส่ใจ เช่น นักเรียนที่ตั้งใจอ่านหนังสืออย่างขยันขันแข็งเพื่อเตรียมสอบ หรือพนักงานที่ทำงานอย่างรอบคอบและตั้งใจเพื่อส่งมอบผลงานที่ดีที่สุด การใช้คำนี้สื่อถึงการทำงานที่ไม่ได้ทำแบบขอไปที แต่เป็นการลงแรงลงใจอย่างแท้จริง

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “diligently” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ที่ขยายกริยา (verb) เพื่อบอกว่าการกระทำนั้นๆ ทำด้วยความขยันหมั่นเพียร ใส่ใจในรายละเอียด และมีความรอบคอบสูง การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่าง diligently หมายถึงการทุ่มเทแรงกายแรงใจ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลงาน

ตัวอย่างการใช้งาน

  • นักเรียนคนนั้นกำลังศึกษาตำราอย่าง diligently เพื่อเตรียมสอบปลายภาค
  • เธอทำงานในโครงการนี้อย่าง diligently มาตลอดทั้งสัปดาห์
  • คุณครูสอนให้พวกเราทำงานทุกอย่างให้เสร็จ diligently

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “diligently” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับการทำงาน การเรียน หรือกิจกรรมที่ต้องการความใส่ใจและทุ่มเท เช่น การทำงานวิจัย การศึกษา การฝึกฝนทักษะ หรือการดูแลรักษาทรัพย์สิน การใช้คำนี้ช่วยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความพยายามและความรอบคอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


“diligently” แปลเป็นไทยว่าอะไร?

“diligently” แปลว่า อย่างขยันหมั่นเพียร, อย่างตั้งใจ, อย่างรอบคอบ

ใช้คำว่า “diligently” ในประโยคภาษาไทยอย่างไร?

เราสามารถใช้คำว่า “diligently” ในประโยคภาษาไทยได้โดยการนำไปขยายการกระทำ เช่น “เขาทำงานอย่าง diligently” ซึ่งหมายถึง “เขาทำงานอย่างขยันหมั่นเพียร”

“diligently” ต่างจาก “hard” อย่างไร?

คำว่า “diligently” เน้นที่ความขยันหมั่นเพียร ความใส่ใจในรายละเอียด และความรอบคอบในการทำงาน ในขณะที่คำว่า “hard” มักจะหมายถึงการทำงานหนัก ใช้แรงเยอะ หรือมีความยากลำบาก

Similar Posts

  • "Handsome” แปลว่า

    คำว่า “Handsome” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่สื่อถึงลักษณะภายนอกของบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชาย ที่มีความหล่อเหลา ดูดี มีเสน่ห์น่ามอง หรือสง่างาม เป็นคำที่ใช้ชื่นชมรูปลักษณ์ภายนอกที่น่าประทับใจ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Handsome” ถูกนำมาใช้เพื่อกล่าวชมผู้ชายที่ดูดี เช่น เวลาเห็นนักแสดง ดารา หรือแม้แต่คนรู้จักที่แต่งตัวดี มีบุคลิกน่าสนใจ หรือมีใบหน้าที่หล่อเหลา ก็สามารถใช้คำนี้บรรยายได้ นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในบริบทที่กว้างขึ้นเล็กน้อย เพื่อสื่อถึงความน่าดึงดูดใจโดยรวม ไม่ใช่แค่หน้าตาเพียงอย่างเดียว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Handsome” แปลตรงตัวว่า “หล่อ” หรือ “ดูดี” เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่ใช้บรรยายลักษณะภายนอกของบุคคล โดยทั่วไปจะใช้กับผู้ชาย แต่บางครั้งก็อาจใช้กับผู้หญิงที่มีลักษณะสง่างาม โดดเด่น หรือมีโครงหน้าที่คมชัดได้เช่นกัน ตัวอย่างการใช้งาน ประโยคตัวอย่าง: “He is a very handsome man.” (เขาเป็นผู้ชายที่หล่อมาก) “That actor looks so handsome in the…

  • "เฟียส” แปลว่า

    คำว่า “เฟียส” (fierce) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมนำมาใช้พูดกันในชีวิตประจำวัน เพื่ออธิบายถึงลักษณะท่าทาง การแสดงออก หรือบุคลิกภาพที่ดูโดดเด่น ดุดัน ทรงพลัง น่าเกรงขาม หรือดูแกร่ง กล้าแสดงออก ไม่เกรงกลัวใคร มักใช้กับคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง และแสดงออกอย่างชัดเจนในสิ่งที่ตัวเองเป็น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “เฟียส” ถูกนำไปใช้ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เวลาเห็นใครแต่งตัวจัดเต็ม ดูมั่นใจ มีสไตล์เป็นของตัวเอง หรือเวลาเห็นใครทำอะไรที่ดูมีความสามารถ โดดเด่น และไม่เหมือนใคร ก็อาจจะชมว่า “เฟียสมาก” หรือเวลาเห็นนักกีฬาที่เล่นได้อย่างดุดัน ทุ่มเท ก็อาจจะบอกว่า “เล่นเฟียสสุดๆ” เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับงานศิลปะ การแสดง หรือแม้แต่สินค้าที่ออกแบบมาให้ดูมีพลังและน่าดึงดูด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “เฟียส” (fierce) ในภาษาไทย หมายถึง การแสดงออกที่ดูดุดัน ทรงพลัง โดดเด่น น่าเกรงขาม หรือมีความแข็งแกร่ง มั่นใจ กล้าแสดงออก ไม่ประนีประนอม มักใช้เพื่อชื่นชมหรืออธิบายบุคลิกภาพที่น่าประทับใจ ตัวอย่างการใช้งาน “ชุดที่เธอใส่ไปงานวันนี้ดูเฟียสมากเลย!” “นักแสดงคนนี้เล่นบทบาทนี้ได้เฟียสสมบทบาทจริงๆ” “แบรนด์นี้ออกคอลเลคชั่นใหม่ที่ดูเฟียสสุดๆ”…

  • "Scammer” แปลว่า

    คำว่า “Scammer” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้อื่นเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเงิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล โดยมักจะใช้กลอุบายที่แนบเนียนและน่าเชื่อถือ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและตกเป็นเป้าหมายของการฉ้อโกง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Scammer” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในข่าวสาร หรือการเตือนภัยออนไลน์ต่างๆ ผู้คนมักใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงผู้ที่พยายามหลอกลวงผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การส่งข้อความ SMS ที่อ้างว่าเป็นหน่วยงานรัฐหรือธนาคารเพื่อขอข้อมูลส่วนตัว, การโทรศัพท์เข้ามาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หรือแม้กระทั่งการสร้างโปรไฟล์ปลอมบนโซเชียลมีเดียเพื่อหลอกให้รักแล้วขอเงิน หรือขายสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง การรู้จักและเข้าใจความหมายของคำนี้จะช่วยให้เราเท่าทันและป้องกันตนเองจากกลโกงเหล่านี้ได้ ความหมายและการใช้งาน “Scammer” หมายถึง ผู้หลอกลวง หรือ มิจฉาชีพ ซึ่งเป็นบุคคลที่ใช้เล่ห์เหลี่ยม กลอุบายต่างๆ เพื่อลวงให้ผู้อื่นตายใจ แล้วฉวยโอกาสเอาทรัพย์สิน เงินทอง หรือข้อมูลส่วนตัวไป การใช้งานคำนี้มักจะสื่อถึงการกระทำที่เจตนาไม่สุจริตและมีเป้าหมายในการเอาเปรียบผู้อื่น ตัวอย่างการใช้งาน 1. “ระวังข้อความที่อ้างว่าคุณได้รับรางวัลใหญ่ มันอาจจะเป็น Scammer ที่พยายามขโมยข้อมูลของคุณ” 2. “เพื่อนของฉันเกือบจะโอนเงินให้ Scammer ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ” บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Scammer” มักถูกใช้ในบริบทของการเตือนภัยเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ การฉ้อโกงทางการเงิน หรือการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ผู้คนใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากการติดต่อกับบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจผ่านช่องทางดิจิทัล Scammer คืออะไร? “Scammer” คือ…

  • "Obligation” แปลว่า

    คำว่า “Obligation” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ภาระผูกพัน” หรือ “ข้อผูกมัด” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงสิ่งที่บุคคลหนึ่งมีหน้าที่ต้องทำตามกฎหมาย สัญญา หรือศีลธรรม เป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบและปฏิบัติให้สำเร็จ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเจอคำว่า “Obligation” ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราทำสัญญาซื้อขาย เรามี obligation ที่จะต้องจ่ายเงิน และผู้ขายก็มี obligation ที่จะต้องส่งมอบสินค้าให้เรา หรือเมื่อเราเป็นหนี้ใคร เราก็มี obligation ที่จะต้องชำระคืนเงินกู้ นอกจากนี้ ยังอาจหมายถึงหน้าที่ที่ต้องทำตามความรับผิดชอบทางสังคม หรือหน้าที่ต่อครอบครัว เช่น พ่อแม่มี obligation ที่จะต้องดูแลลูก หรือลูกก็มี obligation ที่จะต้องดูแลพ่อแม่เมื่อท่านแก่ชรา ความหมายและการใช้งาน Obligation หมายถึง หน้าที่ หรือความรับผิดชอบที่ต้องปฏิบัติ อาจเกิดจากกฎหมาย สัญญา หรือข้อตกลงต่างๆ ที่ทำให้เกิดภาระผูกพันต่อบุคคลหรือองค์กร ตัวอย่าง การจ่ายภาษีเป็น obligation ของพลเมืองทุกคน บริษัทมี obligation ตามสัญญาที่จะส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า การให้ความช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากอาจถือเป็น moral obligation…

  • "Transactional” แปลว่า

    คำว่า “Transactional” หมายถึง เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม หรือ การแลกเปลี่ยนสิ่งของ เงิน หรือบริการระหว่างบุคคลหรือองค์กรสองฝ่าย โดยทั่วไปแล้วมักจะเกี่ยวข้องกับการซื้อขาย การทำสัญญา หรือการตกลงใดๆ ที่มีผลผูกพันทางกฎหมายหรือการค้า ในชีวิตประจำวัน เราพบเจอ “Transactional” ได้บ่อยครั้ง เช่น เวลาที่เราไปซื้อของที่ร้านค้า การจ่ายเงินค่าบริการต่างๆ หรือแม้แต่การทำสัญญาเช่าห้อง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น “Transactional” ที่เกิดขึ้นเพื่อการแลกเปลี่ยนบางอย่าง การทำความเข้าใจความหมายของคำนี้ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของการปฏิสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Transactional” มาจากคำว่า “Transaction” ซึ่งแปลว่า ธุรกรรม หรือ การดำเนินการเกี่ยวกับการซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือทำข้อตกลงต่างๆ ดังนั้น “Transactional” จึงหมายถึง ลักษณะที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการ การสื่อสาร หรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรม ตัวอย่างการใช้งาน Transactional Email: อีเมลที่ส่งให้ผู้ใช้โดยอัตโนมัติหลังจากมีการดำเนินการบางอย่าง เช่น อีเมลยืนยันการสั่งซื้อ อีเมลแจ้งสถานะการจัดส่ง หรืออีเมลรีเซ็ตรหัสผ่าน Transactional Business: ธุรกิจที่เน้นการซื้อขายหรือการทำธุรกรรมเป็นหลัก เช่น ร้านค้าปลีก แพลตฟอร์ม…

  • "Plane” แปลว่า

    คำว่า “Plane” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เครื่องบิน ซึ่งเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางทางอากาศ มีปีกสำหรับบินและเครื่องยนต์ที่ช่วยในการขับเคลื่อน สามารถบรรทุกผู้โดยสารหรือสินค้าจำนวนมาก เดินทางข้ามประเทศหรือทวีปได้อย่างรวดเร็ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Plane” เมื่อพูดถึงการเดินทาง เช่น “ฉันจะเดินทางด้วย plane ไปเที่ยวญี่ปุ่น” หรือ “ตั๋ว plane ไปเชียงใหม่ราคาเท่าไหร่” นอกจากนี้ยังอาจใช้ในบริบทของการทำงาน เช่น “ต้องขึ้น plane ไปประชุมที่ต่างจังหวัด” หรือ “บริษัทมี plane ส่วนตัวสำหรับผู้บริหาร” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Plane” หมายถึง เครื่องบิน ซึ่งเป็นยานพาหนะที่บินได้ในอากาศ ใช้สำหรับการขนส่งผู้คน สินค้า หรือวัตถุอื่นๆ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างการใช้งาน “I need to book a plane ticket to London.” (ฉันต้องจองตั๋วเครื่องบินไปลอนดอน) “The plane landed safely…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *