"Cheap” แปลว่า

คำว่า “cheap” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า “ราคาถูก” หรือ “ไม่แพง” ค่ะ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงสิ่งของหรือบริการที่มีต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับคุณภาพหรือคุณค่าที่ได้รับ หรืออาจหมายถึงสิ่งของที่มีราคาถูกจนดูไม่ค่อยมีคุณภาพก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ค่ะ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “cheap” เพื่อบอกว่าเราซื้อของมาในราคาที่ประหยัด หรือกำลังมองหาสินค้าที่มีราคาไม่สูงจนเกินไป เช่น เวลาไปซื้อของตามตลาดนัด หรือเวลาเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายๆ ร้าน เราอาจจะพูดว่า “อันนี้ cheap กว่า” หรือ “หา cheap ๆ หน่อย” นอกจากนี้ บางครั้งคำว่า “cheap” ก็ถูกใช้ในเชิงลบเล็กน้อย เพื่อสื่อถึงคุณภาพที่ไม่ดีนัก หรือดูไม่น่าเชื่อถือเท่ากับของที่มีราคาสูงกว่า ก็เป็นได้ค่ะ

Meaning & Usage

โดยทั่วไป “cheap” หมายถึง “ราคาถูก” ใช้กับสินค้า บริการ หรือแม้กระทั่งโอกาสต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายน้อย แต่ก็อาจจะมีความหมายแฝงถึงคุณภาพที่ไม่สูงนัก หากใช้ในบริบทที่ไม่เหมาะสม หรือใช้เพื่อวิจารณ์สิ่งของที่ดูไม่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป

Examples

1. “I bought this shirt at a cheap price.” (ฉันซื้อเสื้อตัวนี้มาในราคาถูก)

2. “Let’s find a cheap restaurant for lunch.” (ไปหาร้านอาหารราคาถูกๆ กินมื้อเที่ยงกันเถอะ)

3. “This phone is too cheap, I’m not sure about its quality.” (โทรศัพท์เครื่องนี้ถูกเกินไป ฉันไม่แน่ใจเรื่องคุณภาพของมัน)

Context / Common Use

คำว่า “cheap” มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย หรือเมื่อเปรียบเทียบราคาของสินค้าและบริการต่างๆ เป็นคำที่เข้าใจง่ายและใช้กันอย่างแพร่หลายในการสนทนาทั่วไป

“cheap” แปลว่าอะไร?

“cheap” แปลว่า “ราคาถูก” หรือ “ไม่แพง” ค่ะ ใช้ได้ทั้งในเชิงบวกที่หมายถึงการได้ของดีในราคาประหยัด และในเชิงลบที่อาจหมายถึงคุณภาพไม่ดี หรือดูไม่น่าเชื่อถือ

ใช้ “cheap” ในภาษาไทยอย่างไร?

เราสามารถใช้คำว่า “cheap” ในภาษาไทยได้โดยการทับศัพท์ หรืออธิบายความหมายควบคู่กันไป เช่น “เสื้อตัวนี้ราคา cheap มาก” หรือ “อยากได้ของที่มัน cheap หน่อย” ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่จะเข้าใจความหมายได้ทันทีค่ะ

“cheap” กับ “inexpensive” ต่างกันอย่างไร?

“Cheap” มักจะมีความรู้สึกถึงราคาที่ถูกมากๆ จนอาจจะสื่อถึงคุณภาพที่ไม่สูงนัก ในขณะที่ “inexpensive” จะมีความหมายกลางๆ กว่า คือ “ไม่แพง” แต่ก็ยังคงความเป็นไปได้ที่จะมีคุณภาพที่ดีอยู่ค่ะ

Similar Posts

  • "Buss” แปลว่า

    คำว่า “Buss” เป็นคำสแลงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีความหมายหลักๆ คือ “รถเมล์” หรือ “รถประจำทาง” นั่นเองค่ะ ในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่มักจะใช้คำว่า “Buss” แทนคำว่า “bus” แบบเป็นทางการ โดยเฉพาะเวลาพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ หรือในการพิมพ์ข้อความแชทต่างๆ เช่น “เดี๋ยวไป Buss นะ” หรือ “รอ Buss อยู่หน้าปากซอย” เป็นต้น การใช้คำนี้ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและเข้าถึงง่ายกว่าคำว่า “bus” แบบดั้งเดิมค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Buss” เป็นคำสแลงที่มาจากคำว่า “bus” โดยมีการเปลี่ยนแปลงรูปคำเล็กน้อยเพื่อให้ฟังดูทันสมัยและเป็นกันเองมากขึ้น ความหมายหลักคือ “รถเมล์” หรือ “รถประจำทาง” ใช้เรียกยานพาหนะสาธารณะที่วิ่งเป็นเส้นทางประจำเพื่อรับส่งผู้โดยสาร ตัวอย่างการใช้งาน “ฉันจะขึ้น Buss สาย 8 ไปสยาม” “นัดเจอที่ป้าย Buss ตรงหัวมุมถนนนะ” “วันนี้รถติดมาก ขึ้น Buss น่าจะเร็วกว่า” บริบทที่ใช้บ่อย “Buss”…

  • "Inevitable” แปลว่า

    คำว่า “Inevitable” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือ สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึงเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือผลลัพธ์ ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ป้องกัน หรือหลีกหนีได้อีกต่อไป มันเป็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือได้เกิดขึ้นแล้ว และเราไม่สามารถทำอะไรเพื่อหยุดยั้งมันได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำนี้เมื่อพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นแน่ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล หรือการเติบโตของเด็กๆ บางครั้งเราก็ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เช่น ความสำเร็จของใครบางคนที่ทุ่มเทอย่างหนัก ก็อาจจะถูกมองว่าเป็น “inevitable” หรือความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดซ้ำๆ ก็อาจจะถูกมองว่าเป็นผลลัพธ์ที่ “inevitable” ได้เช่นกัน เป็นการบอกว่าบางสิ่งบางอย่างมันเป็นไปตามธรรมชาติ หรือเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความหมายและการใช้งาน “Inevitable” หมายถึง สิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หรือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ใช้เพื่ออธิบายถึงสถานการณ์ เหตุการณ์ หรือผลลัพธ์ที่คาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้น และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือป้องกันได้ ตัวอย่าง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นปัญหาระดับโลกที่หลายคนมองว่าเป็น inevitable หากเราไม่ร่วมมือกันแก้ไข การที่เขาจะประสบความสำเร็จในวงการนี้นั้นแทบจะเป็น inevitable เพราะเขาฝึกฝนอย่างหนักมาตลอด ความเหนื่อยล้าหลังจากการทำงานหนักตลอดทั้งวันเป็นเรื่อง inevitable บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “Inevitable” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับอนาคตที่คาดเดาได้…

  • "Repeat” แปลว่า

    คำว่า “Repeat” เป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึง การทำซ้ำ การกล่าวซ้ำ หรือการเกิดขึ้นอีกครั้ง ในบริบททั่วไปเราใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Repeat” ในสถานการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น เมื่อมีคนพูดอะไรที่เราไม่เข้าใจ ก็อาจจะขอให้เขา “Repeat” หรือพูดซ้ำอีกครั้ง หรือเมื่อเรากำลังฝึกฝนทักษะอะไรบางอย่าง เราก็ต้อง “Repeat” การฝึกซ้อมนั้นซ้ำๆ เพื่อให้เกิดความชำนาญ หรือแม้แต่ในเรื่องของเหตุการณ์ต่างๆ เช่น สภาพอากาศที่อาจจะ “Repeat” รูปแบบเดิมๆ ในแต่ละปี ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Repeat” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ การทำซ้ำ การกล่าวซ้ำ หรือการเกิดขึ้นอีกครั้ง สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับบริบทที่กำลังพูดถึง ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากคุณไม่เข้าใจสิ่งที่เพื่อนพูด คุณอาจจะบอกว่า “ช่วย Repeat หน่อย” ซึ่งหมายถึง ช่วยพูดซ้ำอีกครั้ง หรือถ้าคุณกำลังฟังเพลงที่ชอบมาก คุณอาจจะกดปุ่ม “Repeat” เพื่อให้เพลงนั้นเล่นวนไปเรื่อยๆ หรือในกรณีที่นักเรียนกำลังฝึกท่องบทเรียน ก็อาจจะต้อง Repeat บทเรียนนั้นหลายๆ…

  • "Clean” แปลว่า

    คำว่า “Clean” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “สะอาด” หรือ “บริสุทธิ์” ในภาษาไทยค่ะ เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายบริบท ตั้งแต่ความหมายตรงตัวไปจนถึงความหมายเชิงเปรียบเทียบ ในชีวิตประจำวัน เรามักได้ยินคำว่า “Clean” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การทำความสะอาดบ้าน การอาบน้ำ หรือแม้แต่การพูดถึงอาหารที่ “Clean Food” ซึ่งหมายถึงอาหารที่ปรุงแต่งน้อย ดีต่อสุขภาพ หรือการพูดถึง “Clean Code” ในวงการโปรแกรมมิ่งที่หมายถึงโค้ดที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน “Clean” สามารถแปลได้หลายอย่างขึ้นอยู่กับบริบท: สะอาด: หมายถึงปราศจากสิ่งสกปรก เชื้อโรค หรือมลทิน เช่น “ห้องนี้สะอาดมาก” (This room is very clean.) บริสุทธิ์: หมายถึง ไม่มีสิ่งเจือปน หรือไม่มีความผิด เช่น “เขาเป็นคนบริสุทธิ์” (He is a clean person.) ชัดเจน: ในบางกรณีอาจหมายถึงความชัดเจน…

  • "Call” แปลว่า

    คำว่า “Call” เป็นคำภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมนำมาใช้ทับศัพท์ในชีวิตประจำวัน มีความหมายหลักๆ คือ “การโทรศัพท์” หรือ “การเรียก” นั่นเองค่ะ เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลากหลายบริบท ทั้งการสื่อสาร การนัดหมาย หรือแม้กระทั่งการเรียกหาใครสักคน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Call” บ่อยๆ เช่น เมื่อเพื่อนชวนคุยว่า “เดี๋ยวเรา Call ไปนะ” หมายถึง เดี๋ยวจะโทรศัพท์ไปหา หรือเมื่อนัดหมายกันแล้วมีคนแจ้งว่า “ขอเลื่อน Call เป็นบ่ายสองโมง” ก็แปลว่าขอเลื่อนเวลานัดหมายที่อาจจะคุยกันผ่านทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลออกไป นอกจากนี้ ยังอาจใช้ในความหมายของการ “เรียก” เช่น “เขา Call หาฉัน” ก็คือเขาตะโกนเรียก หรือเรียกให้มาหา ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Call” โดยพื้นฐานแล้วหมายถึงการใช้โทรศัพท์เพื่อสื่อสาร หรือการเปล่งเสียงเรียกให้คนมาหา ในบริบทของการสื่อสารสมัยใหม่ “Call” มักจะหมายถึงการโทรศัพท์ หรือการประชุมทางวิดีโอ (Video Call) ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ตัวอย่างการใช้งาน 1. “เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเรา Call กันนะ”…

  • "Attempting” แปลว่า

    คำว่า “Attempting” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ มีความหมายว่า “กำลังพยายาม” หรือ “กำลังลองทำ” เป็นการแสดงถึงการกระทำที่ยังไม่สำเร็จ แต่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หรือเพื่อทดลองทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Attempting” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อมีคนกำลังพยายามแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน หรือเมื่อนักกีฬากำลังพยายามทำลายสถิติของตัวเอง หรือแม้แต่ในสถานการณ์ง่ายๆ อย่างการพยายามทำอาหารสูตรใหม่เป็นครั้งแรก ก็สามารถใช้คำนี้ได้ เพื่อสื่อถึงความพยายามที่กำลังเกิดขึ้น ความหมายและการใช้งาน “Attempting” มาจากคำกริยา “attempt” ซึ่งหมายถึง การพยายาม การลองทำ เมื่อเติม -ing เข้าไป จะกลายเป็นรูปปัจจุบันกาลต่อเนื่อง (present continuous tense) เพื่อบอกว่ากำลังทำสิ่งนั้นอยู่ ณ ขณะนั้น หรือกำลังอยู่ในกระบวนการพยายามทำ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: He is attempting to fix the broken computer. (เขากำลังพยายามซ่อมคอมพิวเตอร์ที่เสีย) The company is attempting to…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *