"Diligence” แปลว่า

คำว่า “Diligence” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ความขยันหมั่นเพียร ความอุตสาหะ หรือการทำงานหนักด้วยความตั้งใจจริง เป็นคุณสมบัติที่แสดงถึงการทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคหรือความยากลำบาก

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเห็นการใช้คำว่า Diligence ในบริบทของการทำงาน การเรียน หรือแม้แต่การทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องอาศัยความใส่ใจและความพยายาม เช่น นักเรียนที่ต้องมีความ Diligence ในการทบทวนบทเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบ หรือพนักงานที่แสดง Diligence ในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย เป็นการสื่อถึงความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นที่จะทำให้งานออกมาดีที่สุด

ความหมายและการใช้งาน

Diligence หมายถึง การมีความตั้งใจแน่วแน่ในการทำงานหรือการเรียน การลงมือทำอย่างสม่ำเสมอและรอบคอบ ไม่ปล่อยปละละเลย และมีความอดทนต่อความยากลำบาก เป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้

ตัวอย่าง

  • นักวิจัยแสดง Diligence ในการทดลองหลายครั้งจนค้นพบวิธีรักษาโรค
  • ความ Diligence ของนักกีฬาส่งผลให้พวกเขาพัฒนาฝีมือจนคว้าชัยชนะ
  • เธอมีความ Diligence ในการเรียนภาษาใหม่ จนสามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว

บริบทการใช้งานทั่วไป

Diligence มักถูกกล่าวถึงในแง่ของการเป็นคุณธรรมที่สำคัญในการทำงานและการศึกษา เป็นสิ่งที่นายจ้างมองหาในลูกจ้าง และเป็นสิ่งที่ครูอาจารย์ส่งเสริมให้นักเรียนมี เพื่อให้เกิดการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง


คำว่า “Diligence” หมายถึงอะไร?

“Diligence” หมายถึง ความขยันหมั่นเพียร ความอุตสาหะ หรือการทำงานหนักด้วยความตั้งใจจริง

การใช้คำว่า “Diligence” ในสถานการณ์จริงเป็นอย่างไร?

ในชีวิตจริง เราใช้คำว่า Diligence เพื่ออธิบายถึงคนที่ทำงานหรือเรียนอย่างตั้งใจ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เช่น นักเรียนที่ขยันทำการบ้าน หรือพนักงานที่ทุ่มเททำงานให้สำเร็จ

Similar Posts

  • "Compound” แปลว่า

    คำว่า “Compound” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “สารประกอบ” หรือ “ส่วนผสม” ครับ ในบริบททางเคมี หมายถึง สารที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของอะตอมของธาตุตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปด้วยสัดส่วนที่คงที่ ซึ่งไม่สามารถแยกออกเป็นธาตุเดิมได้ด้วยวิธีทางกายภาพ แต่ต้องใช้วิธีทางเคมีในการแยก ในชีวิตประจำวัน เราอาจเจอคำว่า “Compound” ในหลากหลายบริบท เช่น ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีการผสมผสานส่วนผสมหลายอย่างเข้าด้วยกัน หรือในความหมายที่กว้างขึ้น หมายถึง สิ่งที่ประกอบขึ้นจากหลายส่วน หรือหลายองค์ประกอบรวมกัน ทำให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ที่มีคุณสมบัติแตกต่างออกไป ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Compound” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: สารประกอบ (ทางเคมี): หมายถึง สารที่เกิดจากการรวมตัวของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป เช่น น้ำ (H₂O) เป็นสารประกอบของไฮโดรเจนและออกซิเจน ส่วนผสม/การผสมผสาน: หมายถึง การรวมกันของสิ่งต่างๆ หลายอย่างเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ เช่น ในเครื่องสำอาง อาจมีส่วนผสมที่เรียกว่า “compound ingredients” ที่พักอาศัย/พื้นที่ปิด: ในบางบริบท โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน อาจหมายถึง อาคารหรือกลุ่มอาคารที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนา…

  • "Pencil” แปลว่า

    Pencil คือ เครื่องมือเครื่องเขียนชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับขีดเขียนหรือวาดภาพ โดยมีส่วนประกอบหลักคือ แกนไส้ดินสอที่ทำจากแกรไฟต์ผสมกับดินเหนียว หุ้มด้วยวัสดุภายนอก เช่น ไม้ พลาสติก หรือโลหะ เมื่อเราฝนหรือเหลาแกนไส้ดินสอออกมา จะสามารถใช้เขียนหรือวาดลงบนพื้นผิวต่างๆ เช่น กระดาษได้ ในชีวิตประจำวัน Pencil ถูกนำมาใช้ในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่เด็กนักเรียนที่ใช้ Pencil ในการทำการบ้าน จดบันทึก หรือวาดรูประบายสี ไปจนถึงศิลปิน นักออกแบบ หรือแม้แต่คนทั่วไปที่ใช้ Pencil ในการร่างแบบ สเก็ตช์ภาพ หรือเขียนข้อความสั้นๆ เป็นต้น การใช้งาน Pencil นั้นง่าย สะดวก และสามารถลบแก้ไขได้หากเกิดความผิดพลาด ทำให้เป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ความหมายและการใช้งาน Pencil มีความหมายโดยตรงว่า “ดินสอ” เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียนหรือวาดภาพ โดยอาศัยการเสียดสีของแกนแกรไฟต์กับพื้นผิว ทำให้เกิดรอยเส้นปรากฏขึ้น การใช้งาน Pencil นั้นครอบคลุมตั้งแต่การเขียนตัวอักษร ตัวเลข ไปจนถึงการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่หลากหลาย ตัวอย่างการใช้งาน เด็กนักเรียนใช้ Pencil ในการเขียนตามคำบอกของคุณครู นักออกแบบใช้ Pencil ในการร่างแบบผลิตภัณฑ์เบื้องต้น…

  • "Count” แปลว่า

    คำว่า “Count” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “นับ” หรือ “จำนวน” ครับ เป็นคำกริยา (verb) ที่ใช้ในการบอกให้ทราบถึงปริมาณของสิ่งต่างๆ หรือใช้ในการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการนับเลข ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Count” หรือความหมายของมันอยู่บ่อยครั้งครับ เช่น เมื่อเรากำลังนับจำนวนสิ่งของที่อยู่ตรงหน้า จะพูดว่า “Let me count them.” (ขอฉันนับก่อนนะ) หรือเมื่อเราต้องการทราบจำนวนผู้เข้าร่วมงาน ก็อาจจะถามว่า “What’s the count?” (มีจำนวนเท่าไหร่) ในบางครั้งเราอาจได้ยินคำว่า “Count me in.” ซึ่งหมายถึง “นับฉันรวมไปด้วยนะ” หรือ “ฉันไปด้วย” นั่นเองครับ ความหมายและการใช้งาน “Count” หมายถึง การนับจำนวนสิ่งของ ตัวเลข หรือการบอกถึงปริมาณที่มีอยู่ โดยอาจจะนับทีละหนึ่ง สอง สาม หรือนับเป็นกลุ่มก็ได้ นอกจากนี้ “Count” ยังสามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เช่น การให้ความสำคัญ หรือการมีคุณค่า…

  • "Climbs” แปลว่า

    คำว่า “Climbs” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การปีนป่าย การขึ้นไป หรือการค่อยๆ สูงขึ้น โดยปกติแล้วจะใช้กับการปีนป่ายสิ่งต่างๆ เช่น หน้าผา ภูเขา หรือบันได แต่ก็สามารถใช้ในความหมายเปรียบเทียบได้เช่นกัน เช่น การเพิ่มขึ้นของตัวเลข หรือการไต่เต้าในอาชีพ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเห็นหรือได้ยินคำว่า “Climbs” ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงนักปีนเขาที่กำลังพิชิตยอดเขา หรือเมื่อพูดถึงกราฟที่แสดงการเติบโตของหุ้นที่กำลัง “climbs” ขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่เวลาที่พูดถึงการไต่เต้าในตำแหน่งหน้าที่การงานที่ต้องใช้ความพยายาม “climbs” ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Climbs” มาจากกริยา “climb” ซึ่งแปลว่า ปีนป่าย หรือ ขึ้นไป เมื่อเติม “s” เข้าไป จะหมายถึง การปีนป่ายหลายครั้ง หรือ การขึ้นไปหลายครั้ง หรือใช้ในรูปของพหูพจน์ของคำนามที่มาจากกริยา climb เช่น “mountain climbs” หมายถึง การปีนเขาหลายๆ ครั้ง หรือใช้ในรูปกริยาบุรุษที่ 3…

  • "Steadily” แปลว่า

    คำว่า “steadily” ในภาษาอังกฤษ แปลว่า อย่างต่อเนื่อง, อย่างสม่ำเสมอ, อย่างมั่นคง เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ที่ใช้อธิบายลักษณะการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน มีความก้าวหน้าไปเรื่อยๆ หรือคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “steadily” เพื่ออธิบายถึงสิ่งต่างๆ ที่ค่อยๆ พัฒนาไป หรือดำเนินไปอย่างเป็นจังหวะ เช่น เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอ, อุณหภูมิที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง, หรือการฝึกฝนทักษะบางอย่างจนเกิดความชำนาญขึ้นมาเรื่อยๆ โดยไม่มีการหยุดชะงัก ความหมายและการใช้งาน “Steadily” หมายถึง การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเป็นระบบ ไม่รีบร้อน แต่ก็ไม่หยุดนิ่ง มีความก้าวหน้าไปทีละขั้นอย่างมั่นคง หรือคงสภาพเดิมไว้ได้โดยไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ตัวอย่างการใช้งาน เช่น “The company’s profits have been growing steadily over the past five years.” (กำไรของบริษัทเติบโตอย่างสม่ำเสมอในช่วงห้าปีที่ผ่านมา) หรือ “He is improving his English steadily…

  • "Skip” แปลว่า

    คำว่า “Skip” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ข้าม” หรือ “ละเว้น” ค่ะ เป็นคำที่ใช้กันบ่อยในชีวิตประจำวัน ทั้งในการพูดและการเขียน เพื่อสื่อถึงการไม่ทำบางสิ่งบางอย่าง หรือการเคลื่อนที่ผ่านสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปโดยไม่หยุด ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Skip” ในหลายบริบท เช่น เวลาดูวิดีโอแล้วอยากข้ามโฆษณา ก็จะกด “Skip Ad” หรือถ้ามีเพื่อนชวนไปงาน แต่เราไม่สะดวกไป ก็อาจจะบอกว่า “วันนี้ขอ skip งานนี้นะ” หรือถ้ากำลังเรียนหนังสือ แล้วมีหัวข้อที่ไม่เข้าใจ หรือคิดว่าไม่สำคัญ ก็อาจจะเลือก “skip” บทนั้นไปก่อนได้ค่ะ ความหมายและการใช้งาน “Skip” หมายถึง การข้ามไป, การละเลย, หรือการไม่เข้าร่วมในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน Skip the line: การข้ามแถว ไม่ต้องรอคิว Skip class: การโดดเรียน Skip breakfast: การข้ามมื้อเช้า Skip a step: การข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *