"Null” แปลว่า

“Null” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ว่างเปล่า” หรือ “ไม่มีค่า” ครับ เป็นคำที่ใช้กันบ่อยในวงการคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม หรือการจัดการฐานข้อมูล เพื่อบ่งบอกว่าข้อมูลในตำแหน่งนั้นไม่มีอยู่จริง หรือยังไม่ได้ถูกกำหนดค่าใดๆ

เวลาที่เราเจอคำว่า “Null” ในชีวิตประจำวัน อาจจะเห็นในแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือเวลาที่กำลังกรอกข้อมูลบางอย่าง ถ้าช่องไหนขึ้นว่า “Null” ก็หมายความว่าเรายังไม่ได้ใส่ข้อมูลอะไรลงไป หรือข้อมูลนั้นถูกตั้งค่าให้เป็นค่าว่างไว้ครับ เช่น ในแบบฟอร์มออนไลน์ ถ้าช่องเบอร์โทรศัพท์เป็น “Null” ก็แสดงว่ายังไม่มีคนกรอกเบอร์โทรศัพท์ หรือช่องนั้นถูกเว้นว่างไว้

ความหมายและการใช้งาน

“Null” หมายถึง การไม่มีค่า หรือว่างเปล่า ใช้เพื่อแสดงสถานะที่ข้อมูลยังไม่ถูกกำหนด หรือไม่มีข้อมูลอยู่จริง

ตัวอย่างการใช้งาน

สมมติว่าเรากำลังดูข้อมูลสินค้าในระบบ แล้วมีช่อง “ส่วนลด” ที่แสดงเป็น “Null” นั่นหมายความว่าสินค้าชิ้นนั้นยังไม่มีการกำหนดส่วนลดพิเศษใดๆ ครับ หรือถ้าเรากำลังดูประวัติการสั่งซื้อ แล้วมีช่อง “วันที่จัดส่ง” เป็น “Null” แสดงว่าสินค้านั้นยังไม่ได้ถูกจัดส่งออกไป

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Null” มักจะพบเจอในบริบทของการเขียนโปรแกรม การจัดการฐานข้อมูล หรือในส่วนของ UI (User Interface) ของแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อระบุว่าค่าที่ควรจะมีนั้นยังว่างอยู่

“Null” กับ “Empty” ต่างกันอย่างไร?

“Null” หมายถึง การไม่มีค่าเลย ไม่มีการกำหนดค่าใดๆ ในขณะที่ “Empty” หมายถึง มีค่า แต่ค่าที่เก็บไว้นั้นเป็นค่าว่างเปล่า เช่น สตริงที่ว่างเปล่า (“”) ถือว่าเป็นค่าแบบ “Empty” แต่ถ้าเป็น “Null” ก็คือไม่มีสตริงนั้นอยู่เลย

“Null” ใช้ในภาษาไทยได้เลยหรือไม่?

ได้ครับ ในวงการเทคโนโลยีและการเขียนโปรแกรม การใช้คำว่า “Null” ทับศัพท์เป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการอธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจ ก็อาจจะใช้คำว่า “ว่างเปล่า” หรือ “ไม่มีค่า” ควบคู่ไปด้วย

Similar Posts

  • "Foots” แปลว่า

    คำว่า “Foots” เป็นคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษ มาจากคำว่า “foot” ซึ่งหมายถึง “เท้า” ดังนั้น “Foots” จึงหมายถึง “เท้า” หลายข้าง ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะไม่ได้ใช้คำว่า “Foots” โดยตรงบ่อยนัก แต่เราจะใช้คำว่า “เท้า” ในภาษาไทยแทน หรืออาจจะเจอคำนี้ในบริบทที่พูดถึงเท้าหลายๆ ข้าง เช่น เมื่อพูดถึงขนาดรองเท้า หรือเมื่ออธิบายลักษณะทางกายภาพที่มีผลต่อเท้าหลายข้าง ความหมายและการใช้งาน “Foots” หมายถึง เท้าหลายข้าง เมื่อเราพูดถึงเท้าข้างซ้ายและเท้าข้างขวา ก็คือ “Foots” นั่นเอง คำนี้มักใช้ในบริบทที่ต้องการกล่าวถึงเท้าทั้งสองข้างพร้อมกัน หรือเมื่อพูดถึงลักษณะที่ส่งผลต่อเท้าทั้งสองข้าง ตัวอย่างการใช้งาน เช่น ถ้ามีคนถามว่า “คุณมี Foots กี่ข้าง?” คำตอบก็คือ “สองข้าง” หรือถ้าพูดถึงการเดิน “การวิ่งเป็นเวลานานอาจทำให้ Foots ของคุณเมื่อยล้าได้” ซึ่งหมายถึงเท้าทั้งสองข้าง บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Foots” อาจพบได้ในคู่มือเกี่ยวกับสุขภาพเท้า การเลือกรองเท้า หรือในคำอธิบายทางกายวิภาคที่เกี่ยวข้องกับเท้า “Foots” กับ…

  • "Feathers” แปลว่า

    “Feathers” แปลว่า “ขน” หรือ “ขนนก” ครับ โดยทั่วไปแล้วหมายถึงขนอ่อนที่ปกคลุมร่างกายของนก ซึ่งมีหน้าที่หลายอย่าง เช่น ช่วยในการบิน ช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกาย และยังเป็นส่วนประกอบที่สวยงามของนกด้วย ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเห็น “Feathers” ในหลายบริบท เช่น เวลาไปสวนสัตว์แล้วเห็นนกสวยๆ หรือเวลาเจอขนนกตามพื้นดิน บางครั้งเราอาจจะนำ “Feathers” มาใช้ตกแต่งสิ่งของต่างๆ หรือแม้กระทั่งในงานศิลปะ หรือในคำเปรียบเปรยที่เกี่ยวกับความเบาบาง เช่น “light as a feather” ที่แปลว่า เบาเหมือนขนนก ความหมายและการใช้งาน “Feathers” หมายถึงขนของนก ซึ่งมีความหลากหลายทั้งขนาด สีสัน และรูปร่าง ขึ้นอยู่กับชนิดของนกและหน้าที่ของขนนั้นๆ นอกจากนี้ “Feathers” ยังสามารถใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงความเบา ความนุ่มนวล หรือความสวยงามได้อีกด้วย ตัวอย่างการใช้งาน The bird has beautiful colorful feathers. (นกตัวนั้นมีขนสีสันสวยงาม) I found a soft…

  • "mold” แปลว่า

    คำว่า “mold” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง เชื้อรา หรือ รา ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เจริญเติบโตได้ดีในที่อับชื้นและมีอาหาร โดยทั่วไปแล้วเราจะพบเห็นราได้ตามผนังบ้านที่เปียกน้ำ, อาหารที่เริ่มเสีย, หรือแม้กระทั่งในดิน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “mold” อยู่บ่อยๆ เช่น เวลาที่เห็นคราบสีเขียวๆ หรือดำๆ ขึ้นตามผนังห้องน้ำ ก็จะบอกว่า “ผนังห้องน้ำมี mold ขึ้น” หรือถ้าทานขนมปังแล้วเจอรา ก็จะพูดว่า “ขนมปังนี้มี mold แล้ว กินไม่ได้แล้ว” บางครั้งอาจจะใช้ในบริบทของอุตสาหกรรม เช่น การทำแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก ก็จะเรียกว่า “plastic mold” ซึ่งมีความหมายแตกต่างออกไป แต่รากศัพท์มาจากคำว่า mold ที่แปลว่ารูปร่างหรือแบบพิมพ์ ความหมายและการใช้งาน “Mold” แปลว่า เชื้อรา หรือ รา เป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่มของฟังไจ (fungi) ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเมื่อเจริญเติบโตเป็นกลุ่ม มีหลากหลายสี เช่น สีเขียว สีดำ สีขาว หรือสีฟ้า มักพบในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น…

  • "Nephew” แปลว่า

    คำว่า “Nephew” หมายถึง หลานชาย ซึ่งก็คือลูกชายของพี่ชายหรือน้องชายของพ่อแม่ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ลูกของลุง ป้า น้า อา นั่นเอง เป็นคำที่ใช้เรียกความสัมพันธ์ทางเครือญาติในภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Nephew” หรือ “หลานชาย” ในบริบทของการพูดคุยเรื่องครอบครัว การแนะนำญาติ หรือเมื่อพูดถึงสมาชิกในครอบครัว เช่น เมื่อคุณมีพี่ชายหรือน้องชายที่มีลูกชาย คุณก็จะเรียกเด็กคนนั้นว่า “Nephew” ของคุณ หรือเมื่อคุณไปงานรวมญาติ คุณอาจจะได้ยินคนเรียกหลานชายของตนเองว่า “My nephew” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน “Nephew” คือคำนามในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียก “หลานชาย” โดยเฉพาะเจาะจงว่าเป็นบุตรชายของพี่ชายหรือน้องชายของบิดาหรือมารดา หรือบุตรชายของพี่สาวหรือน้องสาวของบิดาหรือมารดา (ซึ่งก็คือบุตรของลุง ป้า น้า อา) เป็นคำที่ใช้ระบุความสัมพันธ์ทางเครือญาติที่ชัดเจน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “My sister’s son is my nephew.” (ลูกชายของพี่สาวฉันคือหลานชายของฉัน) หรือ “I’m going to visit…

  • "However” แปลว่า

    คำว่า “However” เป็นคำเชื่อมที่ใช้ในภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ คือ “อย่างไรก็ตาม” หรือ “แต่” ใช้เพื่อแสดงความขัดแย้ง หรือสิ่งที่แตกต่างจากประโยคหรือความคิดก่อนหน้า เป็นการบอกว่าแม้จะมีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น แต่อีกสิ่งหนึ่งก็ยังคงเป็นจริง หรือจะเกิดขึ้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “However” เพื่อเชื่อมโยงความคิดที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกัน หรือเพื่อยกตัวอย่างที่แตกต่างออกไป ตัวอย่างเช่น หากเราพูดว่า “อากาศร้อนมาก” แล้วต้องการจะบอกว่า “แต่ฉันก็ยังจะออกไปข้างนอก” เราก็จะใช้ “However” เพื่อเชื่อมประโยคเหล่านี้ให้ไหลลื่นขึ้น ทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้ว่า แม้จะมีอุปสรรค (อากาศร้อน) แต่ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงทำอยู่ (ออกไปข้างนอก) ความหมายและการใช้งาน “However” ใช้เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ขัดแย้ง หรือแตกต่างจากข้อความที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ ทำหน้าที่เหมือนคำว่า “แต่” หรือ “อย่างไรก็ตาม” ในภาษาไทย เพื่อให้ข้อความมีความต่อเนื่องและสมเหตุสมผล ตัวอย่างการใช้งาน The weather was terrible; however, we still decided to go for a picnic….

  • "Authorize” แปลว่า

    “Authorize” (ออ-ธอ-ไรซ์) โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า การอนุญาต, การอนุมัติ, การให้สิทธิ์ หรือการมอบอำนาจ ให้ใครสักคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งสามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้ เป็นการแสดงออกว่ามีอำนาจหรือการยินยอมอย่างเป็นทางการ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Authorize” ในบริบทที่เกี่ยวกับการทำงาน การทำธุรกรรม หรือการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เช่น เมื่อคุณต้องการให้ใครสักคนเข้าถึงบัญชีออนไลน์ของคุณได้ คุณอาจจะต้อง “Authorize” พวกเขา หรือเมื่อบริษัทต้องการอนุมัติงบประมาณ ก็ต้องผ่านกระบวนการ “Authorize” จากผู้มีอำนาจ ความหมายและการใช้งาน “Authorize” หมายถึง การให้สิทธิ์ การอนุมัติ หรือการมอบอำนาจอย่างเป็นทางการ เพื่อให้บุคคลหรือระบบสามารถดำเนินการบางอย่างได้ ซึ่งอาจเป็นการเข้าถึงข้อมูล การใช้ทรัพยากร หรือการตัดสินใจ ตัวอย่างการใช้งาน การเข้าถึงระบบ: ระบบจะขอ “authorize” เพื่อยืนยันตัวตนของคุณก่อนให้เข้าถึงข้อมูล การอนุมัติการสั่งซื้อ: ผู้จัดการต้อง “authorize” ใบสั่งซื้อก่อนที่จะดำเนินการ การอนุญาตการชำระเงิน: ธนาคารจะ “authorize” การทำธุรกรรมบัตรเครดิตของคุณ บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Authorize” มักพบในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย การควบคุมการเข้าถึง การจัดการสิทธิ์ และกระบวนการอนุมัติที่เป็นทางการในองค์กรหรือระบบต่างๆ 🔷…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *