"Afford” แปลว่า

คำว่า “Afford” เป็นภาษาอังกฤษ มีความหมายหลักๆ ว่า “สามารถจ่ายได้” หรือ “สามารถซื้อหาได้” ในบริบทของการเงิน หรือหมายถึง “สามารถจัดหาให้ได้” หรือ “สามารถให้โอกาสบางอย่างได้” ในบริบทที่กว้างขึ้น

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Afford” เมื่อพูดถึงการซื้อของ หรือการใช้จ่ายต่างๆ เช่น ถ้าเราบอกว่า “I can’t afford this car” หมายความว่า เราไม่มีเงินพอที่จะซื้อรถคันนี้ได้ หรือถ้ามีใครเสนอให้ไปเที่ยวต่างประเทศ แต่เราตอบว่า “I can’t afford to go” ก็แปลว่าเราไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้ได้ นอกจากนี้ ยังใช้ในความหมายของการมีเวลาหรือความสามารถที่จะทำบางสิ่งบางอย่างได้ด้วย เช่น “I can’t afford to take a vacation right now” แปลว่า ตอนนี้ไม่มีเวลาหรือกำลังทรัพย์พอที่จะไปพักร้อนได้

ความหมายและการใช้งาน

“Afford” ใช้เพื่อบ่งบอกว่าบุคคลหรือองค์กรมีความสามารถทางการเงินเพียงพอที่จะซื้อสินค้า บริการ หรือการกระทำบางอย่างได้ หรือมีความสามารถที่จะจัดสรรทรัพยากร (เช่น เวลา, พลังงาน) เพื่อให้เกิดสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้น

ตัวอย่างการใช้งาน

  • I can’t afford to buy a new house. (ฉันไม่สามารถซื้อบ้านใหม่ได้ เพราะไม่มีเงินพอ)
  • The company can afford to hire more staff. (บริษัทสามารถจ้างพนักงานเพิ่มได้ เพราะมีงบประมาณเพียงพอ)
  • Can you afford the time to help me? (คุณพอจะมีเวลามาช่วยฉันได้ไหม)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Afford” มักจะปรากฏในบทสนทนาเกี่ยวกับการเงิน การซื้อขาย การวางแผนค่าใช้จ่าย หรือการประเมินความเป็นไปได้ในการทำกิจกรรมต่างๆ

Afford แปลว่าอะไร?

Afford แปลว่า สามารถจ่ายได้, สามารถซื้อหาได้, สามารถจัดหาให้ได้ หรือสามารถให้โอกาสบางอย่างได้

Afford ใช้ในประโยคเกี่ยวกับอะไรได้บ้าง?

Afford สามารถใช้ในประโยคที่เกี่ยวกับความสามารถในการซื้อสินค้าหรือบริการ, ความสามารถในการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ, หรือความสามารถในการจัดสรรทรัพยากร เช่น เวลา หรือเงิน เพื่อทำกิจกรรมบางอย่าง

Similar Posts

  • "Watch” แปลว่า

    คำว่า “Watch” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ดู” หรือ “เฝ้าดู” ซึ่งเป็นการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการใช้สายตาเพื่อสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นตรงหน้า หรือสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นการดูโทรทัศน์ ดูภาพยนตร์ ดูการแสดง หรือแม้แต่การเฝ้าสังเกตการณ์บางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Watch” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เวลาเพื่อนชวนไปดูหนัง เราก็จะพูดว่า “ไป watch หนังกันไหม” หรือเวลาที่เรากำลังรอคอยอะไรบางอย่าง เราอาจจะบอกว่า “กำลัง watch อยู่เลย” นอกจากนี้ยังหมายถึงการสังเกตการณ์เหตุการณ์ต่างๆ เช่น “watch out!” ที่แปลว่า “ระวัง!” ซึ่งเป็นการเตือนให้สังเกตสิ่งรอบตัว หรือในบริบทของการทำงาน อาจหมายถึงการเฝ้าระวังความปลอดภัย หรือการติดตามความคืบหน้าของโปรเจกต์ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Watch” โดยทั่วไปหมายถึงการใช้สายตาเพื่อรับรู้ภาพหรือเหตุการณ์ต่างๆ การใช้งานจะขึ้นอยู่กับบริบท หากเป็นการดูเพื่อความบันเทิง เช่น ดูทีวี ดูหนัง เรามักใช้คำนี้ หากเป็นการสังเกตการณ์อย่างตั้งใจ หรือเฝ้าระวัง ก็ยังคงใช้คำว่า “Watch” ได้เช่นกัน ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Many” แปลว่า

    คำว่า “Many” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า “มาก” หรือ “จำนวนมาก” เป็นคำที่ใช้เพื่อบ่งบอกถึงปริมาณที่มากกว่าหนึ่ง และมักจะใช้กับคำนามที่นับได้ (countable nouns) เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีสิ่งนั้นอยู่เป็นจำนวนเยอะ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Many” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงจำนวนคน สิ่งของ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีปริมาณมากจนไม่สามารถนับได้ง่ายๆ หรือเมื่อต้องการเน้นย้ำถึงความมากมายของบางสิ่งบางอย่าง ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณไปเที่ยวแล้วเห็นคนเยอะมาก คุณอาจจะพูดว่า “There are many people here” หรือถ้าคุณมีของเล่นเยอะ ก็อาจจะบอกว่า “I have many toys” เป็นต้น การใช้ “Many” ช่วยให้การสื่อสารนั้นชัดเจนและเห็นภาพได้ง่ายขึ้นว่าเรากำลังพูดถึงปริมาณที่มากนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Many” ใช้เพื่อแสดงจำนวนที่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำนามที่สามารถนับได้ (countable nouns) ใช้ได้ทั้งในประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ รวมถึงประโยคบอกเล่าด้วย แต่ในประโยคบอกเล่าบางครั้งอาจจะนิยมใช้ “a lot of” หรือ “lots…

  • "Comprehensive” แปลว่า

    คำว่า “Comprehensive” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การครอบคลุม การทั่วถึง หรือการครบถ้วนสมบูรณ์ หมายถึง การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้รวมเอาทุกส่วนที่สำคัญหรือเกี่ยวข้องเข้ามาไว้ด้วยกันอย่างครบถ้วน ไม่ขาดตกบกพร่อง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Comprehensive” ในบริบทต่างๆ เช่น การตรวจสุขภาพแบบ Comprehensive (ตรวจสุขภาพแบบครบวงจร) หรือรายงาน Comprehensive (รายงานที่ครอบคลุมทุกแง่มุม) มันแสดงถึงการที่สิ่งนั้นๆ ได้พิจารณาหรือรวมเอาทุกองค์ประกอบที่จำเป็นไว้แล้ว ทำให้เราเข้าใจภาพรวมทั้งหมดได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน Comprehensive แปลว่า ครอบคลุม, ทั่วถึง, ครบถ้วนสมบูรณ์ ในการใช้งานทั่วไป มักใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่ได้รวมเอาข้อมูล สาระ หรือองค์ประกอบต่างๆ ไว้ทั้งหมดอย่างละเอียดและไม่ละเลยส่วนสำคัญใดๆ ตัวอย่างการใช้งาน 1. Comprehensive insurance: ประกันภัยแบบครอบคลุม (ประกันที่คุ้มครองความเสียหายหลายประเภท ไม่ใช่แค่เฉพาะเจาะจง) 2. Comprehensive review: การทบทวนอย่างละเอียด (การตรวจสอบหรือประเมินผลอย่างรอบด้าน) 3. Comprehensive understanding: ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ (การเข้าใจในทุกแง่มุมของเรื่องนั้นๆ) บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Comprehensive”…

  • "Scarf” แปลว่า

    คำว่า “Scarf” (สคาร์ฟ) ในภาษาไทย หมายถึง ผ้าพันคอ เป็นเครื่องแต่งกายที่ทำจากผ้านุ่มๆ หรือวัสดุอื่นๆ ที่มีลักษณะยาว มักใช้พันรอบลำคอเพื่อเพิ่มความอบอุ่น ป้องกันลม หรือใช้เป็นเครื่องประดับเพื่อเสริมลุคให้ดูดีขึ้นได้ ในชีวิตประจำวัน เราจะเห็นผู้คนใช้ผ้าพันคอในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การใช้งานเพื่อความอบอุ่นในวันที่อากาศหนาวเย็น หรือเมื่ออยู่ในห้องแอร์เย็นๆ ไปจนถึงการนำมาผูกหรือพันเป็นเครื่องประดับแฟชั่นบนเสื้อผ้า หมวก หรือแม้กระทั่งกระเป๋า เพื่อเพิ่มสีสันและความน่าสนใจให้กับเครื่องแต่งกายโดยรวม บางคนอาจใช้ผ้าพันคอเพื่อแสดงออกถึงสไตล์ส่วนตัว หรือเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นกลุ่มเป็นพวก ความหมายและการใช้งาน Scarf (สคาร์ฟ) คือ ผ้าที่ใช้พันรอบคอ หรือศีรษะ มีหลากหลายขนาด รูปทรง และวัสดุ ตั้งแต่ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าฝ้าย ไปจนถึงวัสดุสังเคราะห์ การใช้งานหลักๆ คือ เพื่อให้ความอบอุ่น ป้องกันแสงแดด หรือใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องแต่งกายเพื่อความสวยงาม ตัวอย่างการใช้งาน เธอผูก Scarf สีแดงสดไว้ที่คอ ทำให้ชุดสีดำดูมีชีวิตชีวาขึ้น ในวันที่อากาศหนาว เขาพัน Scarf ขนสัตว์ผืนหนาเพื่อเพิ่มความอบอุ่น นักเรียนบางคนใช้ Scarf สีประจำโรงเรียนเป็นเครื่องแบบ บริบทและการใช้งานทั่วไป Scarf เป็นเครื่องแต่งกายที่พบได้ทั่วไปในทุกเพศทุกวัย…

  • "Clingy” แปลว่า

    คำว่า “Clingy” เป็นภาษาอังกฤษ ใช้บรรยายลักษณะของคนที่มักจะติดสอยห้อยตาม หรือแสดงความผูกพันที่มากเกินไป จนบางครั้งอาจทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัดได้ เป็นการแสดงออกถึงความต้องการความใกล้ชิด การเอาใจใส่ หรือความมั่นคงทางอารมณ์ที่สูงมาก ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคนใช้คำว่า “Clingy” เพื่ออธิบายเพื่อน แฟน หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงที่ดูเหมือนจะไม่อยากห่างจากเราไปไหนเลย เช่น เวลาที่เราไปเที่ยวกับเพื่อน แล้วเพื่อนคนหนึ่งอยากจะอยู่ใกล้ๆ เราตลอดเวลา หรือแฟนที่คอยโทรหา ถามว่าทำอะไรอยู่ที่ไหนตลอดเวลา ก็อาจถูกเรียกว่าเป็นคน “Clingy” ได้เช่นกัน มันไม่ใช่คำที่ดูถูก แต่เป็นการอธิบายลักษณะพฤติกรรมอย่างตรงไปตรงมา ความหมายและการใช้งาน “Clingy” หมายถึง การยึดติด การเกาะติด หรือการแสดงความต้องการความใกล้ชิดมากเกินไป มักใช้กับคนที่แสดงออกว่าไม่อยากให้ใครไปไหน หรือต้องการให้คนรักหรือเพื่อนสนิทอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา อาจแสดงออกผ่านการโทรศัพท์หาบ่อยๆ การส่งข้อความถี่ๆ การแสดงความหึงหวง หรือการไม่อยากให้อีกฝ่ายไปทำกิจกรรมอื่นโดยไม่มีตนเองอยู่ด้วย ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น: “แฟนฉันเป็นคน Clingy มากเลย โทรหาตลอดเวลาที่ไม่อยู่ด้วยกัน” “ลูกหมาตัวนี้ Clingy กับฉันมาก ไปไหนก็ต้องตามไปตลอด” “อย่าทำตัว Clingy เกินไปนะ เดี๋ยวเขาจะอึดอัดเอา” บริบทที่พบบ่อย คำว่า…

  • "Angle” แปลว่า

    คำว่า “Angle” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “มุม” หรือ “เหลี่ยม” ครับ เป็นคำที่ใช้เรียกการบรรจบกันของเส้นสองเส้น หรือระนาบสองระนาบ ที่ก่อให้เกิดรูปทรงหรือทิศทางต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “angle” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงทิศทางในการมอง การวางแผน หรือการพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราอาจจะบอกว่า “ลองมองจากอีก angle หนึ่งสิ” ซึ่งก็หมายถึง ให้ลองมองจากมุมมองหรือทิศทางที่แตกต่างออกไป หรือในการถ่ายรูป เราก็อาจจะเลือกมุมกล้อง (camera angle) ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามตามที่เราต้องการ ความหมายและการใช้งาน “Angle” หมายถึง มุม ซึ่งอาจเป็นมุมทางเรขาคณิต หรือมุมมอง/ทัศนคติก็ได้ การใช้งานขึ้นอยู่กับบริบทนั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน ในการประชุม เราอาจจะพูดว่า “เราต้องพิจารณาเรื่องนี้จากทุก angle” หมายถึง ต้องพิจารณาจากทุกมุมมองที่เป็นไปได้ หรือในการสร้างบ้าน สถาปนิกจะคำนึงถึง angle ของแสงแดดที่จะส่องเข้ามาในแต่ละช่วงเวลาของวัน บริบทที่ใช้บ่อย “Angle” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวกับทิศทาง การมอง การวางแผน การถ่ายภาพ หรือการวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *