"dismissal” แปลว่า

“Dismissal” แปลว่า การเลิกจ้าง หรือ การให้ออกจากงาน เป็นคำที่ใช้เมื่อนายจ้างยุติการจ้างงานลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยสมัครใจของลูกจ้าง (เช่น ลาออก) หรือโดยคำสั่งของนายจ้าง (เช่น การเลิกจ้างเนื่องจากเหตุผลทางธุรกิจ หรือการกระทำผิดระเบียบ)

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “dismissal” ในบริบทของการทำงาน เช่น เมื่อบริษัทมีการปรับโครงสร้างและต้องมีการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก หรือเมื่อพนักงานคนใดคนหนึ่งถูกเลิกจ้างเนื่องจากทำผิดกฎของบริษัท นอกจากนี้ ในบางกรณี อาจใช้ในความหมายของการยกฟ้องคดีในศาลด้วยเช่นกัน

ความหมายและการใช้งาน

“Dismissal” โดยทั่วไปหมายถึง การสิ้นสุดสภาพการเป็นพนักงาน หรือการยุติความสัมพันธ์ในการจ้างงาน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การลาออกของพนักงาน (resignation), การเลิกจ้างเนื่องจากเหตุผลทางธุรกิจ (redundancy), หรือการเลิกจ้างเนื่องจากการกระทำผิด (disciplinary dismissal) ในบริบทของการดำเนินคดี “dismissal” หมายถึง การที่ศาลยกฟ้องคดี โดยไม่พิจารณาเนื้อหาของคดีนั้นๆ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • The company announced the dismissal of several employees due to financial difficulties. (บริษัทได้ประกาศเลิกจ้างพนักงานหลายคนเนื่องจากปัญหาทางการเงิน)
  • He faced dismissal after repeatedly violating company policy. (เขาเผชิญกับการถูกเลิกจ้างหลังจากละเมิดนโยบายของบริษัทซ้ำแล้วซ้ำเล่า)
  • The judge ordered the dismissal of the case for lack of evidence. (ผู้พิพากษาสั่งยกฟ้องคดีเนื่องจากขาดพยานหลักฐาน)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “dismissal” มักถูกใช้ในแวดวงการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) และกฎหมายแรงงาน เพื่ออธิบายกระบวนการสิ้นสุดการจ้างงาน หรือในบริบททางกฎหมายเพื่ออธิบายการยกฟ้องคดี

FAQ SECTION

“Dismissal” แตกต่างจากการลาออกอย่างไร?

“Dismissal” เป็นคำที่ครอบคลุมกว่า โดยหมายถึงการสิ้นสุดการจ้างงาน ซึ่งอาจเกิดจากการถูกเลิกจ้างโดยนายจ้าง หรือการลาออกของลูกจ้างเอง ในขณะที่ “ลาออก” (resignation) หมายถึงการที่ลูกจ้างตัดสินใจยุติการจ้างงานด้วยตนเอง

การถูก “Dismissal” ส่งผลต่อการหางานใหม่หรือไม่?

การถูก “dismissal” โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดจากการกระทำผิด อาจส่งผลต่อการหางานใหม่ได้ นายจ้างใหม่มักจะสอบถามถึงเหตุผลของการสิ้นสุดการจ้างงานครั้งก่อน หากการเลิกจ้างนั้นมีเหตุผลที่ร้ายแรง อาจทำให้การหางานใหม่ยากขึ้น

Similar Posts

  • "Gross” แปลว่า

    คำว่า “Gross” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่ใช้กันทั่วไปสองแบบ คือ “ขั้นต้น” หรือ “รวมทั้งหมด” และ “น่าขยะแขยง” หรือ “น่ารังเกียจ” ซึ่งการจะเข้าใจความหมายไหนต้องดูจากบริบทของประโยคหรือสถานการณ์ที่ใช้ค่ะ ในการใช้งานจริง “Gross” มักจะปรากฏในบริบททางการเงิน หรือการคำนวณต่างๆ ที่หมายถึงจำนวนเงินก่อนที่จะหักค่าใช้จ่ายหรือภาษีออกไป เช่น เงินเดือน Gross หรือรายได้ Gross ซึ่งก็คือเงินเดือนหรือรายได้รวมทั้งหมดที่ยังไม่ได้ถูกหักอะไรออกไปเลย ส่วนอีกความหมายหนึ่งที่ใช้บ่อยคือการบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งดูแล้วไม่น่ามอง ไม่สะอาด หรือน่าขยะแขยงมากๆ จนทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Gross” สามารถแปลได้สองความหมายหลักๆ คือ: ขั้นต้น / รวมทั้งหมด (ก่อนหักค่าใช้จ่าย): ใช้ในบริบททางการเงิน หรือการคำนวณต่างๆ เพื่อแสดงจำนวนเงินทั้งหมดที่ยังไม่ได้ถูกหักภาษี ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ออกไป น่าขยะแขยง / น่ารังเกียจ: ใช้เพื่ออธิบายลักษณะของสิ่งที่ไม่น่าดู ไม่สะอาด หรือทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ตัวอย่าง Gross Salary (เงินเดือนขั้นต้น): หมายถึง เงินเดือนรวมทั้งหมดก่อนหักภาษี…

  • "Friends With Benefits” แปลว่า

    คำว่า “Friends With Benefits” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า “เพื่อนที่มีผลประโยชน์ให้กัน” โดยทั่วไปแล้ว หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสองคนที่มีความรู้สึกดีๆ ต่อกันเหมือนเพื่อนทั่วไป แต่มีความสัมพันธ์ทางเพศที่ลึกซึ้งกว่าเพื่อนสนิททั่วไป โดยที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะไม่มีความรู้สึกผูกพันแบบคนรัก หรือคาดหวังความสัมพันธ์ที่จริงจังในอนาคต ในชีวิตประจำวัน คำว่า “Friends With Benefits” มักถูกนำไปใช้ในบริบทที่อธิบายถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีสถานะชัดเจนว่าเป็นแฟนกัน แต่ก็มีความใกล้ชิดทางกายภาพมากกว่าแค่เพื่อนธรรมดา เป็นความสัมพันธ์ที่เน้นความสบายใจ ความสนุกสนาน และการตอบสนองความต้องการทางเพศของกันและกัน โดยที่ทั้งสองฝ่ายยังคงความเป็นเพื่อนไว้ได้ และมีอิสระที่จะไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน Friends With Benefits (FWB) คือความสัมพันธ์ที่คนสองคนเป็นเพื่อนกัน แต่ก็มีความสัมพันธ์ทางเพศที่ลึกซึ้งด้วย โดยไม่มีข้อผูกมัดหรือความคาดหวังที่จะพัฒนาไปเป็นความสัมพันธ์แบบคู่รัก ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันอย่างชัดเจนว่าความสัมพันธ์นี้มีขอบเขตเพียงใด เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดหรือความรู้สึกที่ซับซ้อน ตัวอย่างการใช้งาน สมมติว่ามีคนสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน และมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน แต่ก็ยังไม่ได้อยากมีแฟน เลยตกลงกันว่าจะเป็น “Friends With Benefits” กัน คือสามารถมีความสัมพันธ์ทางเพศได้ แต่ก็ยังคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม ถ้าวันหนึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าอยากมีความสัมพันธ์ที่จริงจังกับคนอื่น ก็สามารถบอกเลิกสถานะ FWB ได้โดยไม่ทำให้ความเป็นเพื่อนเสียไป บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Friends…

  • "Rather” แปลว่า

    คำว่า “Rather” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ที่มีความหมายหลักๆ คือ “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ใช้เพื่อบอกระดับหรือขอบเขตของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักจะใช้เพื่อเปรียบเทียบ หรือแสดงความรู้สึกที่แตกต่างไปจากที่คาดหวัง หรือเพื่อเน้นย้ำความรู้สึกบางอย่าง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Rather” ในสถานการณ์ที่ต้องการแสดงความเห็น หรืออธิบายความรู้สึกที่ค่อนข้างจะตรงไปตรงมา หรือบางครั้งก็ใช้เพื่อแสดงความสุภาพในการปฏิเสธ หรือแสดงความคิดเห็นที่อาจจะขัดแย้งเล็กน้อย โดยไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใครรู้สึกไม่ดี เป็นคำที่ช่วยเพิ่มความละเอียดอ่อนในการสื่อสาร ทำให้บทสนทนามีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น Meaning & Usage คำว่า “Rather” หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ใช้เพื่อบอกระดับของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือใช้ในการเปรียบเทียบ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อแสดงความรู้สึกที่แตกต่างไปจากที่คาดหวัง หรือเพื่อเน้นย้ำความรู้สึกนั้นๆ ได้อีกด้วย Examples “It’s rather cold today.” (วันนี้อากาศค่อนข้างหนาว) “He is rather good at playing the piano.” (เขาเล่นเปียโนได้ค่อนข้างดีทีเดียว) “I would…

  • "Crashed” แปลว่า

    คำว่า “Crashed” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษที่เมื่อแปลเป็นภาษาไทยจะมีความหมายว่า “ชน” หรือ “พัง” ในบริบทต่างๆ สามารถใช้ได้ทั้งกับการชนกันของยานพาหนะ การล่มสลายของระบบคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งการล้มเหลวของธุรกิจ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Crashed” บ่อยครั้ง เช่น เวลาพูดถึงอุบัติเหตุรถยนต์ที่ชนกัน หรือเวลาที่คอมพิวเตอร์ของเราค้างจนใช้งานไม่ได้ เราก็มักจะบอกว่า “คอมพิวเตอร์มัน crashed” หรือในข่าวเศรษฐกิจ อาจมีการกล่าวถึงบริษัทที่ “crashed” ซึ่งหมายถึงล้มละลาย หรือประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักจนต้องปิดกิจการไป ความหมายและการใช้งาน “Crashed” หมายถึง การชนกันอย่างแรง การล่มสลาย หรือการพังทลาย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับหลายสิ่งหลายอย่าง ตัวอย่าง รถยนต์สองคัน crashed เข้าหากันบนถนน (รถยนต์สองคันชนกันบนถนน) โปรแกรมที่ฉันกำลังใช้อยู่ crashed และข้อมูลทั้งหมดหายไป (โปรแกรมที่ฉันกำลังใช้อยู่พังไปและข้อมูลทั้งหมดหายไป) ตลาดหุ้น crashed อย่างหนักเมื่อวานนี้ (ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนักเมื่อวานนี้) บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Crashed” มักใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ (เช่น รถยนต์ เครื่องบิน) ระบบคอมพิวเตอร์ (เช่น คอมพิวเตอร์…

  • "Wish” แปลว่า

    คำว่า “Wish” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ความปรารถนา” หรือ “ความต้องการ” สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้น หรืออยากมี อยากได้ เป็นความรู้สึกที่มาจากใจลึกๆ ที่เราคาดหวังว่าจะได้เจอ หรือได้เป็นในสิ่งนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Wish” เพื่อแสดงออกถึงความหวัง หรือความปรารถนาของเราในหลายๆ สถานการณ์ เช่น เมื่อพูดถึงวันเกิด เราอาจจะบอกว่า “ฉันมี Wish ในวันเกิดปีนี้” ซึ่งหมายถึงความปรารถนาที่เราอยากให้เกิดขึ้นในวันเกิด หรือเมื่อเราเห็นใครกำลังทำอะไรบางอย่างที่ยากลำบาก เราอาจจะพูดให้กำลังใจว่า “I wish you good luck” เพื่อแสดงความปรารถนาดีให้เขาประสบความสำเร็จ หรือในเวลาอวยพรปีใหม่ ก็มักจะมีการกล่าว “Happy New Year, and I wish you all the best” เพื่อส่งความปรารถนาดีให้แก่ผู้รับพร ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Wish” สามารถใช้ได้ทั้งในฐานะคำนาม (noun) หมายถึง ความปรารถนา, ความประสงค์,…

  • "Morning” แปลว่า

    คำว่า “Morning” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง “ตอนเช้า” หรือ “เวลาเช้า” เป็นช่วงเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงประมาณเที่ยงวัน เป็นช่วงเวลาที่เริ่มต้นวันใหม่ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Morning” เพื่อทักทายกันในช่วงเวลาเช้า เช่น เมื่อเจอเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย หรือคนรู้จักในตอนเช้า เราก็สามารถพูดว่า “Good morning” ซึ่งมีความหมายว่า “สวัสดีตอนเช้า” นอกจากนี้ยังใช้ในการพูดถึงกิจกรรมที่ทำในช่วงเช้า เช่น “I have a morning meeting” หมายถึง “ฉันมีการประชุมตอนเช้า” หรือ “Let’s have breakfast in the morning” หมายถึง “เรามาทานอาหารเช้ากันตอนเช้าเถอะ” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและเข้าใจง่าย ความหมายและการใช้งาน “Morning” หมายถึง ช่วงเวลาเช้า เป็นคำนามที่ใช้อธิบายช่วงเวลาของวัน โดยทั่วไปคือตั้งแต่แสงแรกของวันจนถึงช่วงบ่าย ในภาษาไทยเราใช้คำว่า “เช้า” หรือ “ตอนเช้า” เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน ตัวอย่างการใช้งาน Good morning!…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *