"Charges” แปลว่า

คำว่า “Charges” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บเงิน การกล่าวหา หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ โดยทั่วไปแล้วสามารถแปลเป็นภาษาไทยได้หลายแบบ เช่น ค่าบริการ, ค่าธรรมเนียม, การเรียกเก็บเงิน, ข้อกล่าวหา, หรือภาระหน้าที่

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Charges” ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราไปซื้อของแล้วมีการคิด “delivery charges” ก็คือ ค่าบริการจัดส่ง หรือเวลาที่เราใช้บริการโรงแรมก็จะมี “service charges” คือ ค่าบริการอื่นๆ นอกเหนือจากค่าห้องพัก หรือในทางกฎหมาย เมื่อมีคนถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ก็จะมีการแจ้ง “charges” หรือข้อกล่าวหาที่เขาต้องรับผิดชอบ

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Charges” สามารถหมายถึง:

  • ค่าใช้จ่าย/ค่าบริการ: ในบริบทของการเงิน การค้า หรือบริการต่างๆ หมายถึงจำนวนเงินที่ต้องจ่ายสำหรับสินค้าหรือบริการ เช่น electricity charges (ค่าไฟฟ้า), phone charges (ค่าโทรศัพท์), bank charges (ค่าธรรมเนียมธนาคาร)
  • ข้อกล่าวหา: ในทางกฎหมาย หมายถึงการแจ้งอย่างเป็นทางการว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดอาญา เช่น police charges (ข้อกล่าวหาของตำรวจ), criminal charges (ข้อกล่าวหาทางอาญา)
  • ภาระหน้าที่/ความรับผิดชอบ: ในบางครั้งอาจหมายถึงหน้าที่หรือความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับ

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The hotel charges an extra $20 for room service.” (โรงแรมคิดค่าบริการเพิ่มเติม 20 ดอลลาร์สำหรับการบริการรูมเซอร์วิส)
  • “He is facing charges of theft and assault.” (เขากำลังเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการลักทรัพย์และทำร้ายร่างกาย)
  • “Please check the itemized charges on your bill.” (กรุณาตรวจสอบรายการค่าใช้จ่ายที่แจกแจงไว้ในบิลของคุณ)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “Charges” มักพบในบริบททางการเงิน การบริการ และระบบกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอกสาร ใบแจ้งหนี้ หรือการรายงานข่าวเกี่ยวกับคดีความ

🔷 FAQ SECTION

“Charges” ในใบเสร็จหมายถึงอะไร?

โดยทั่วไปแล้ว “Charges” ในใบเสร็จหมายถึง ค่าใช้จ่าย หรือ ค่าบริการต่างๆ ที่คุณต้องจ่ายสำหรับสินค้าหรือบริการที่คุณได้รับ เช่น ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม หรือค่าบริการเสริมอื่นๆ

ถ้ามีคนบอกว่า “They pressed charges” หมายความว่าอย่างไร?

วลี “They pressed charges” หมายถึง มีการยื่นฟ้องร้องดำเนินคดี หรือแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยมักจะเกิดขึ้นหลังจากมีการแจ้งความหรือการสืบสวนเบื้องต้น

Similar Posts

  • "Feather” แปลว่า

    คำว่า “Feather” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง ขน โดยทั่วไปแล้วหมายถึงขนของนก ซึ่งมีลักษณะเบา นุ่ม และมักจะใช้เป็นส่วนประกอบในการตกแต่ง หรือเป็นสัญลักษณ์ของความเบา การบิน หรืออิสรภาพ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเห็นคำว่า “Feather” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น การตกแต่งด้วยขนนกในงานศิลปะ หรือการนำไปทำเป็นเครื่องประดับ นอกจากนี้ ในวงการแฟชั่น ขนนกก็เป็นที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งเสื้อผ้า หมวก หรือเครื่องประดับต่างๆ เพื่อเพิ่มความหรูหราและมีสไตล์ หรือในบางครั้ง อาจใช้เปรียบเปรยถึงสิ่งที่มีน้ำหนักเบามากๆ เช่น “เบาเหมือน Feather” ความหมายและการใช้งาน Feather หมายถึง ขนของนก ซึ่งมีความนุ่ม เบา และหลากหลายสีสัน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ใช้เป็นเครื่องประดับ วัสดุในการตกแต่ง หรือแม้กระทั่งเป็นสัญลักษณ์ในความหมายเชิงนามธรรม ตัวอย่างการใช้งาน “She wore a hat decorated with a beautiful white feather.” (เธอสวมหมวกที่ประดับด้วยขนนกสีขาวที่สวยงาม) “The…

  • "Extra” แปลว่า

    คำว่า “Extra” ในภาษาอังกฤษมีความหมายโดยรวมว่า “พิเศษ”, “เพิ่มเติม”, “เกินกว่าปกติ” หรือ “นอกเหนือจากที่คาดหวัง” ค่ะ เป็นคำที่ใช้ได้หลากหลายสถานการณ์เพื่อบ่งบอกถึงสิ่งที่มีมากกว่าที่จำเป็น หรือมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Extra” บ่อยครั้ง เช่น เวลาสั่งอาหาร อาจจะมีตัวเลือกให้สั่ง “extra cheese” (ชีสพิเศษ/เพิ่มเติม) หรือเมื่อดูหนัง อาจจะมี “extra scenes” (ฉากพิเศษ/ฉากที่ถูกตัดออกไป) ที่ใส่มาให้ในเวอร์ชันพิเศษ หรือแม้กระทั่งเวลาพูดถึงคน เราอาจจะบอกว่าใครบางคน “goes the extra mile” ซึ่งหมายถึงการทุ่มเทหรือพยายามทำสิ่งต่างๆ ให้มากกว่าที่คาดหวัง เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงหรือเพื่อให้คนอื่นพอใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Extra” สามารถใช้ได้ทั้งเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) และคำวิเศษณ์ (adverb) เพื่อขยายความหมายของคำนามหรือคำกริยา โดยเน้นย้ำถึงความพิเศษหรือปริมาณที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน Extra charge: ค่าบริการเพิ่มเติม Extra time: เวลาที่เพิ่มขึ้น (เช่น ในการแข่งขันกีฬา) Extra…

  • "Wash” แปลว่า

    คำว่า “Wash” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ล้าง” หรือ “ซัก” เป็นการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำหรือสารละลายเพื่อทำความสะอาดสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย เสื้อผ้า จานชาม หรือพื้นผิวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Wash” ในหลากหลายบริบท เช่น การ “wash hands” (ล้างมือ) ก่อนรับประทานอาหารหรือหลังจากเข้าห้องน้ำ, การ “wash clothes” (ซักเสื้อผ้า) เพื่อให้สะอาด, การ “wash dishes” (ล้างจาน) หลังรับประทานอาหาร หรือแม้แต่การ “wash car” (ล้างรถ) เพื่อให้รถดูดีอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังอาจหมายถึงการชะล้างสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป เช่น “wash away” (ชะล้างออกไป) ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งสิ่งของหรือความรู้สึก ความหมายและการใช้งาน “Wash” หมายถึง การทำความสะอาดด้วยน้ำหรือสารละลาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อขจัดสิ่งสกปรก คราบ หรือเชื้อโรคออกไป สามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งของและร่างกาย ตัวอย่างการใช้งาน I need to…

  • "Groom” แปลว่า

    คำว่า “Groom” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ อยู่สองแบบที่ใช้กันบ่อยในชีวิตประจำวัน แบบแรกคือ “เจ้าบ่าว” ซึ่งหมายถึงผู้ชายที่กำลังจะแต่งงาน หรือเพิ่งแต่งงานไปหมาดๆ เป็นคำที่ใช้เรียกคู่แต่งงานฝ่ายชายโดยเฉพาะ ส่วนอีกความหมายหนึ่งคือ “การตกแต่งให้ดูดี” หรือ “การดูแลตัวเองให้เรียบร้อย” ซึ่งอาจจะหมายถึงการแต่งกาย การจัดแต่งทรงผม หรือการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโอกาสพิเศษต่างๆ ในบริบทของการแต่งงาน เมื่อพูดถึง “Groom” ก็จะหมายถึง “เจ้าบ่าว” คนสำคัญในพิธีนั่นเองครับ เราอาจจะเห็นคำนี้ในงานแต่งงาน เช่น “The groom is waiting at the altar” (เจ้าบ่าวกำลังรออยู่ที่แท่นพิธี) หรือเมื่อพูดถึงการเตรียมตัวของฝ่ายชาย เช่น “He needs to get a haircut before the wedding to look sharp as the groom” (เขาต้องไปตัดผมก่อนแต่งงานเพื่อให้ดูดีในฐานะเจ้าบ่าว) นอกจากนี้ ในความหมายของการดูแลตัวเอง “Groom” ยังสามารถใช้กับสัตว์เลี้ยงได้ด้วย เช่น…

  • "Harming” แปลว่า

    คำว่า “Harming” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้ในความหมายของการก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือการทำให้บาดเจ็บแก่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Harming” บ่อยครั้งในบริบทต่างๆ เช่น การพูดถึงผลกระทบด้านลบของการกระทำบางอย่าง หรือการเตือนไม่ให้ทำสิ่งที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น การใช้สารเคมีอันตรายที่อาจ “harming” ต่อสุขภาพ หรือการกระทำที่อาจ “harming” ต่อความสัมพันธ์ ความหมายและการใช้งาน “Harming” มาจากคำกริยา “harm” ซึ่งแปลว่า ทำอันตราย, ทำให้เสียหาย, เป็นภัยต่อ โดยทั่วไปแล้ว “harming” จะใช้เพื่ออธิบายถึงกระบวนการหรือการกระทำที่กำลังก่อให้เกิดผลเสีย ตัวอย่างการใช้งาน การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (Smoking is harming your health.) การบูลลี่ทางออนไลน์อาจส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจของเด็ก (Cyberbullying can be harming a child’s mental well-being.) การตัดไม้ทำลายป่าเป็นการทำลายระบบนิเวศ (Deforestation is harming the…

  • "Safe” แปลว่า

    คำว่า “Safe” เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป หมายถึง ความปลอดภัย ความมั่นคง ปลอดภัยจากอันตราย หรือความเสี่ยงต่างๆ เมื่อเราพูดถึง “Safe” เรามักจะนึกถึงสถานการณ์ที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ไม่มีภัยคุกคาม และรู้สึกสบายใจ ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Safe” ในหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงสถานที่ที่ปลอดภัยจากการโจรกรรม หรือเมื่อพูดถึงการเดินทางที่ปลอดภัย หรือแม้กระทั่งเมื่อพูดถึงการตัดสินใจที่ปลอดภัย ไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน หรือเมื่อพูดถึงความรู้สึกปลอดภัยทางอารมณ์ การใช้คำนี้ช่วยให้เราสื่อสารเกี่ยวกับสภาวะที่ปราศจากอันตรายและความกังวลได้อย่างชัดเจน ความหมายและการใช้งาน “Safe” แปลว่า ปลอดภัย มั่นคง ปราศจากอันตราย หรือความเสี่ยง สามารถใช้ได้กับหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบุคคล สถานที่ สิ่งของ หรือสถานการณ์ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างเช่น เราอาจพูดว่า “This neighborhood is very safe.” (ย่านนี้ปลอดภัยมาก) หรือ “Is it safe to eat this?” (กินอันนี้ปลอดภัยไหม) หรือ “Keep…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *