"Legendary” แปลว่า

คำว่า “Legendary” เป็นคำคุณศัพท์ภาษาอังกฤษ หมายถึง เกี่ยวกับตำนาน หรือเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมายาวนาน จนกลายเป็นตำนานไปแล้ว มักใช้เพื่ออธิบายถึงบุคคล สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่มีความสำคัญ โดดเด่น และน่าจดจำอย่างยิ่งยวด จนถูกเล่าขานและกล่าวถึงอยู่เสมอ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Legendary” ถูกนำมาใช้เพื่อยกย่องหรือชื่นชมอะไรก็ตามที่พิเศษมากๆ จนยากจะหาใครหรือสิ่งใดมาเปรียบได้ เช่น นักกีฬาที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดอาชีพการค้าแข้งจนถูกยกย่องว่าเป็น “Legendary” หรืออาหารจานเด็ดที่อร่อยล้ำจนคนพูดถึงกันปากต่อปากว่าเป็น “Legendary” หรือแม้แต่เรื่องราวบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อจนกลายเป็นตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Legendary” สื่อถึงความยิ่งใหญ่ เป็นที่ประจักษ์ และน่าจดจำอย่างยาวนาน อาจหมายถึง:

  • เกี่ยวกับตำนาน: สิ่งที่มาจากเรื่องเล่า ตำนาน หรือนิทาน
  • มีชื่อเสียงโด่งดัง: เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มีชื่อเสียงมายาวนาน
  • ยอดเยี่ยมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้: มีความสามารถหรือคุณสมบัติที่โดดเด่นเหนือใคร

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “Michael Jordan is a legendary basketball player.” (ไมเคิล จอร์แดน คือนักบาสเกตบอลผู้เป็นตำนาน)
  • “That restaurant serves a legendary dish that everyone talks about.” (ร้านอาหารนั้นมีเมนูเด็ดที่เป็นตำนานที่ใครๆ ก็พูดถึง)
  • “The story of the lost city has become a legendary tale.” (เรื่องราวของเมืองที่สาบสูญได้กลายเป็นนิทานตำนานไปแล้ว)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “Legendary” มักถูกใช้ในบริบทต่างๆ เพื่อเน้นย้ำถึงความพิเศษและความสำคัญ เช่น:

  • การยกย่องบุคคล: ใช้กับนักกีฬา นักดนตรี นักแสดง หรือบุคคลสำคัญที่มีผลงานโดดเด่น
  • การกล่าวถึงสิ่งของหรือสถานที่: ใช้กับสิ่งของที่มีประวัติยาวนาน หรือสถานที่ที่มีเรื่องราวเป็นตำนาน
  • การบรรยายเหตุการณ์: ใช้กับเหตุการณ์สำคัญที่น่าจดจำ

“Legendary” หมายถึงอะไร?

“Legendary” หมายถึง สิ่งที่เป็นตำนาน หรือมีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่ยอมรับมายาวนาน จนยากจะหาใครเทียบได้

เราใช้คำว่า “Legendary” ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง?

เราใช้คำว่า “Legendary” เพื่อยกย่องบุคคล สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่พิเศษมากๆ เป็นที่ประจักษ์ และน่าจดจำ เช่น นักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่ อาหารจานอร่อยที่เป็นที่กล่าวขาน หรือเรื่องราวที่กลายเป็นตำนาน

Similar Posts

  • "In Front Of” แปลว่า

    คำว่า “In front of” เป็นบุพบท (preposition) ในภาษาอังกฤษที่ใช้บ่งบอกถึงตำแหน่งหรือทิศทาง โดยมีความหมายหลักๆ คือ “ข้างหน้า” หรือ “ด้านหน้า” ใช้เพื่ออธิบายว่าสิ่งหนึ่งอยู่ตรงหน้า หรือหันหน้าไปทางทิศทางเดียวกับอีกสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “in front of” เพื่อบอกตำแหน่งของสิ่งของ หรือบอกว่าใครยืนอยู่ตรงไหน เช่น เวลาเรานัดเจอเพื่อน เราอาจจะบอกว่า “เจอกันที่หน้าเซเว่นนะ” ซึ่งในภาษาอังกฤษก็คือ “Meet me in front of the 7-Eleven.” หรือเวลาเรากำลังเดิน ก็อาจจะพูดว่า “มีรถจอดอยู่ข้างหน้า” ซึ่งก็คือ “There’s a car in front of us.” มันเป็นคำที่ใช้บ่อยมากๆ ในการอธิบายสภาพแวดล้อมรอบตัวเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ความหมายและการใช้งาน “In front of” หมายถึง ตำแหน่งที่อยู่ด้านหน้าของสิ่งอื่น หรืออยู่ตรงหน้า โดยมีทิศทางหันไปทางเดียวกัน หรือใช้เพื่อระบุตำแหน่งที่อยู่เบื้องหน้าของวัตถุหรือบุคคล…

  • "Persistent” แปลว่า

    คำว่า “Persistent” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ที่คงอยู่ตลอดไป” หรือ “ที่ยั่งยืน” โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่มีอยู่ต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนแปลง หรือไม่ยอมหายไปง่ายๆ เป็นระยะเวลานาน ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า Persistent ในบริบทต่างๆ เช่น เมื่อพูดถึงนิสัยของคน การทำงาน หรือแม้แต่ปัญหาบางอย่าง เช่น ถ้าใครมีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำอะไรบางอย่างจนสำเร็จ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เราก็อาจจะบอกว่าเขามี “persistent attitude” หรือมีความพากเพียรสูง หรือถ้ามีปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่หายไปเสียที เราก็อาจจะเรียกว่าเป็น “persistent problem” ซึ่งหมายถึงปัญหาที่คอยกวนใจอยู่เรื่อยๆ นั่นเอง ความหมายและการใช้งาน “Persistent” หมายถึง การคงอยู่ต่อเนื่อง การไม่เปลี่ยนแปลง หรือการไม่ยอมหายไปง่ายๆ เป็นระยะเวลานาน มักใช้เพื่อเน้นย้ำถึงความสม่ำเสมอ ความไม่ย่อท้อ หรือความคงทน ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “The company has a persistent commitment to quality.” (บริษัทมีความมุ่งมั่นในคุณภาพอย่างต่อเนื่อง)…

  • "Doubts” แปลว่า

    คำว่า “Doubts” เป็นคำภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ความสงสัย” หรือ “ข้อกังขา” เป็นความรู้สึกหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง ทำให้เกิดความลังเลหรือไม่มั่นใจในการตัดสินใจหรือเชื่อในสิ่งนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะใช้คำว่า “Doubts” หรือ “ความสงสัย” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราไม่แน่ใจในข้อมูลที่ได้รับ หรือเมื่อเรามีข้อสงสัยเกี่ยวกับแผนการบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น เราอาจจะบอกเพื่อนว่า “I have some doubts about this plan” ซึ่งหมายถึง “ฉันมีความสงสัยเกี่ยวกับแผนนี้” หรือเมื่อเรากำลังตัดสินใจเรื่องสำคัญ เราอาจจะมีความ “doubts” เกิดขึ้น ทำให้เราต้องคิดทบทวนให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Doubts” หมายถึง สภาวะของจิตใจที่ไม่แน่ใจ หรือมีความเคลือบแคลงสงสัยในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทำให้เกิดความลังเลหรือไม่มั่นใจ อาจใช้ในบริบทของการไม่เชื่อ หรือการตั้งคำถามต่อความจริงหรือความถูกต้องของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน 1. “She expressed her doubts about the project’s feasibility.” (เธอแสดงความสงสัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของโครงการ) 2. “He overcame…

  • "Cheerfully” แปลว่า

    คำว่า “Cheerfully” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การแสดงออกถึงความร่าเริง เบิกบานใจ หรือมีความสุขอย่างเปิดเผย เป็นการกระทำหรือการพูดที่บ่งบอกถึงอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Cheerfully” ในสถานการณ์ที่ผู้คนแสดงความสุขหรือความยินดีออกมาอย่างชัดเจน เช่น การทักทายเพื่อนด้วยรอยยิ้มที่สดใส การตอบรับคำขอด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง หรือการทำงานด้วยความกระฉับกระเฉง มองโลกในแง่ดี มันคือการแสดงออกถึงทัศนคติเชิงบวกที่ส่งผลให้บรรยากาศรอบข้างดูสดใสตามไปด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Cheerfully” เป็นคำวิเศษณ์ (adverb) ที่ขยายกริยา (verb) หรือคำคุณศัพท์ (adjective) เพื่อบอกว่าการกระทำนั้นๆ ทำไปด้วยอารมณ์แบบไหน โดยสื่อถึงความรู้สึกที่เบิกบาน สนุกสนาน แจ่มใส และเต็มไปด้วยความสุข ตัวอย่างการใช้งาน 1. He greeted her cheerfully every morning. (เขาทักทายเธออย่างร่าเริงทุกเช้า) 2. She sang cheerfully as she worked. (เธอร้องเพลงอย่างเบิกบานขณะทำงาน) 3. The children…

  • "Raining” แปลว่า

    คำว่า “Raining” ในภาษาอังกฤษมีความหมายตรงตัวว่า “กำลังฝนตก” เป็นคำกริยาช่องที่ 3 (Present Participle) ของคำว่า “rain” ซึ่งหมายถึง “ฝน” เมื่อนำมาใช้ในรูป “raining” จะเป็นการบอกว่าเหตุการณ์ฝนตกกำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Raining” ถูกนำไปใช้ในหลายบริบท เช่น เมื่อมีคนถามว่าอากาศเป็นอย่างไรข้างนอก เราอาจจะตอบว่า “It’s raining.” เพื่อบอกว่ากำลังมีฝนตก หรือเวลาที่เราวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้ง แล้วฝนตกมาขัดจังหวะ เราก็อาจจะบ่นว่า “Oh no, it’s raining!” นอกจากนี้ คำว่า “raining” ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เพื่อสื่อถึงการมีบางสิ่งบางอย่างหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก หรือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น “Money is raining down on us!” ซึ่งหมายถึงมีเงินเข้ามามากมาย หรือ “Compliments were raining on her after her performance.”…

  • "Committees” แปลว่า

    คำว่า “Committees” เป็นคำนามพหูพจน์ในภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึง “คณะกรรมการ” หรือ “คณะทำงาน” ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การตัดสินใจ การบริหารจัดการ หรือการให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว คณะกรรมการจะประกอบไปด้วยบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบเห็นการใช้คำว่า “Committees” ในบริบทต่างๆ มากมาย เช่น ในที่ทำงานอาจมี “Personnel Committee” (คณะกรรมการฝ่ายบุคคล) ที่รับผิดชอบเรื่องการจ้างงาน การพัฒนาบุคลากร หรือการประเมินผลงาน ในโรงเรียนอาจมี “School Committee” (คณะกรรมการโรงเรียน) ที่ดูแลเรื่องนโยบาย การบริหารงบประมาณ หรือกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน หรือแม้แต่ในชุมชน ก็อาจมี “Community Committee” (คณะกรรมการชุมชน) ที่คอยจัดการเรื่องสาธารณูปโภค กิจกรรมสันทนาการ หรือการพัฒนาพื้นที่ในชุมชน การมีคณะกรรมการช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบ มีการปรึกษาหารือ และตัดสินใจร่วมกัน ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและครอบคลุมทุกด้าน ความหมายและการใช้งาน “Committees” หมายถึงกลุ่มบุคคลที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยอาจเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือเป็นการบริหารจัดการงานอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรหรือกิจกรรมต่างๆ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *