"hid” แปลว่า

คำว่า “hid” เป็นรูปอดีต (past tense) ของกริยา “hide” ซึ่งมีความหมายว่า “ซ่อน” หรือ “ปกปิด” ค่ะ

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “hid” เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเกี่ยวกับการซ่อนสิ่งของ หรือการที่ใครบางคนหลบซ่อนตัว เช่น ถ้าเพื่อนถามว่า “Where is my phone?” แล้วเราจำได้ว่าเขาเคยซ่อนไว้ เราอาจจะตอบว่า “I saw you hid it under the pillow yesterday.” ซึ่งหมายความว่า “ฉันเห็นคุณซ่อนมันไว้ใต้หมอนเมื่อวานนี้” หรือถ้าพูดถึงการที่เด็กๆ แอบเล่นซ่อนแอบ ก็จะใช้คำนี้ได้เช่นกัน เช่น “The children hid behind the tree.” แปลว่า “เด็กๆ ซ่อนอยู่หลังต้นไม้”

ความหมายและการใช้งาน

“Hid” เป็นกริยาช่องที่ 2 ของ “hide” ใช้เมื่อต้องการบอกว่ามีการกระทำ “ซ่อน” หรือ “ปกปิด” เกิดขึ้นในอดีต

ตัวอย่าง

  • He hid the gift from his wife. (เขาซ่อนของขวัญไว้จากภรรยา)
  • The cat hid under the bed. (แมวซ่อนอยู่ใต้เตียง)
  • She hid her tears from everyone. (เธอซ่อนน้ำตาไว้ไม่ให้ใครเห็น)

บริบทที่ใช้บ่อย

มักใช้ในประโยคที่เล่าเรื่องราวในอดีต หรืออธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะเมื่อต้องการเน้นการกระทำของการซ่อน

🔷 FAQ SECTION

“hid” ต่างจาก “hide” อย่างไร?

“Hide” เป็นรูปกริยาปัจจุบัน (present tense) หมายถึง “ซ่อน” ส่วน “hid” เป็นรูปกริยาอดีต (past tense) หมายถึง “ซ่อนไปแล้ว” หรือ “ได้ซ่อนไว้”

มีคำอื่นที่แปลว่า “ซ่อน” อีกไหม?

มีค่ะ เช่น “conceal” ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่ “hid” เป็นคำที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันมากกว่า และเป็นรูปอดีตของ “hide” โดยตรง

Similar Posts

  • "Piece” แปลว่า

    คำว่า “Piece” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “ชิ้น” หรือ “ส่วน” ครับ สามารถใช้ได้กับสิ่งของต่างๆ ที่ถูกแบ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ หรือหมายถึงส่วนประกอบหนึ่งของสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “piece” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาพูดถึงอาหาร เช่น “a piece of cake” (เค้กหนึ่งชิ้น) หรือ “a piece of pizza” (พิซซ่าหนึ่งชิ้น) นอกจากนี้ยังใช้พูดถึงสิ่งของอื่นๆ ที่มีลักษณะเป็นชิ้นเป็นอัน เช่น “a piece of furniture” (เฟอร์นิเจอร์หนึ่งชิ้น) หรือ “a piece of art” (งานศิลปะชิ้นหนึ่ง) บางครั้งก็ใช้ในเชิงนามธรรม หมายถึงความคิดเห็นหรือข้อความสั้นๆ เช่น “a piece of advice” (คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ) หรือ “a piece of…

  • "Map” แปลว่า

    คำว่า “Map” ในภาษาไทยมีความหมายหลักๆ คือ “แผนที่” ซึ่งหมายถึงภาพวาดหรือแผนผังแสดงลักษณะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เช่น ทวีป ประเทศ เมือง หรือแม้กระทั่งภายในอาคาร เพื่อแสดงตำแหน่งของสิ่งต่างๆ เช่น ถนน แม่น้ำ ภูเขา หรือสถานที่สำคัญต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Map” หรือ “แผนที่” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เวลาที่เราต้องการเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เราก็จะเปิดแอปพลิเคชันแผนที่บนสมาร์ทโฟนเพื่อดูเส้นทาง หรือถ้าเรากำลังวางแผนการท่องเที่ยว เราก็อาจจะดูแผนที่เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของเมืองและวางแผนการเดินทางระหว่างสถานที่ต่างๆ นอกจากนี้ “Map” ยังอาจหมายถึงผัง หรือตารางที่แสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลต่างๆ เช่น “map” ของเส้นประสาทในสมอง หรือ “map” ของการตั้งค่าในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Map” หมายถึง “แผนที่” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำทางและทำความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ต่างๆ สามารถเป็นได้ทั้งแผนที่จริงที่พิมพ์ออกมา หรือแผนที่ดิจิทัลที่แสดงบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การใช้งานมีความหลากหลายตั้งแต่การนำทางในชีวิตประจำวัน การวางแผนการเดินทาง ไปจนถึงการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ ตัวอย่างการใช้งาน ตัวอย่างที่ 1: “ฉันกำลังใช้ Google Maps…

  • "Calculated” แปลว่า

    คำว่า “Calculated” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การคำนวณ การวางแผน หรือการคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างรอบคอบ โดยอาศัยข้อมูล การวิเคราะห์ หรือหลักการบางอย่าง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำหรือตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “Calculated” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ การกระทำ หรือกลยุทธ์ต่างๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากการคิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วนมาแล้ว เช่น การวางแผนทางการเงิน การตัดสินใจทางธุรกิจ หรือแม้แต่การวางแผนชีวิตส่วนตัว เพื่อให้แน่ใจว่าทุกย่างก้าวมีความสมเหตุสมผลและมีโอกาสสำเร็จสูง ความหมายและการใช้งาน “Calculated” สามารถแปลได้หลายความหมายขึ้นอยู่กับบริบท แต่โดยรวมแล้วจะสื่อถึงการกระทำที่ผ่านการคิดวิเคราะห์มาแล้ว ไม่ใช่การทำไปโดยไม่รู้ตัว หรือการตัดสินใจแบบหุนหันพลันแล่น ตัวอย่างการใช้งาน ในแวดวงธุรกิจ เราอาจพูดถึง “a calculated risk” ซึ่งหมายถึง การลงทุนหรือการตัดสินใจที่มีความเสี่ยง แต่ได้ผ่านการประเมินความเป็นไปได้และผลตอบแทนอย่างรอบคอบแล้ว จึงยอมรับความเสี่ยงนั้น ในชีวิตประจำวัน อาจมีการกล่าวถึง “a calculated move” ในเกมหมากรุก หรือการวางแผนการเล่นกีฬา เพื่อให้ได้เปรียบและนำไปสู่ชัยชนะ บริบทที่ใช้บ่อย คำนี้มักถูกใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการเน้นย้ำถึงความรอบคอบ การวางแผนอย่างมีกลยุทธ์ หรือการตัดสินใจที่อยู่บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูล ไม่ใช่การกระทำที่เกิดขึ้นโดยสุ่มสี่สุ่มห้า “Calculated” หมายถึงอะไรบ้าง?…

  • "ณัฐิดา” แปลว่า

    คำว่า “ณัฐิดา” เป็นชื่อบุคคลที่นิยมใช้กันในภาษาไทย มีความหมายที่ดีงาม โดย “ณัฐ” มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึง นักปราชญ์ ผู้รู้ ผู้มีปัญญา ส่วน “ธิดา” หมายถึง ลูกสาว ธิดา หรือบุตรี ดังนั้น เมื่อรวมกันแล้ว “ณัฐิดา” จึงมีความหมายโดยรวมว่า “ลูกสาวผู้เป็นนักปราชญ์” หรือ “ธิดาผู้มีปัญญา” สะท้อนถึงความหวังของผู้ปกครองที่อยากให้บุตรสาวเป็นคนฉลาด มีความรู้ และเป็นที่รัก ในชีวิตประจำวัน ชื่อ “ณัฐิดา” มักถูกเรียกขานในบริบทต่างๆ ทั้งในครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน หรือแม้แต่ในวงสังคมทั่วไป ผู้คนจะเรียกชื่อนี้ด้วยความคุ้นเคยและเป็นปกติ อาจใช้เรียกเพื่อนร่วมงาน ชื่อเล่นของคนรู้จัก หรือแม้แต่การกล่าวถึงบุคคลสาธารณะที่ชื่อนี้ การเรียกชื่อ “ณัฐิดา” จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารทั่วไปที่แสดงถึงความสัมพันธ์และความคุ้นเคยระหว่างบุคคล ความหมายและการใช้งาน ความหมายของ “ณัฐิดา” คือ ลูกสาวผู้ทรงปัญญา หรือธิดาผู้มีความรู้ เปรียบเสมือนการตั้งชื่อที่อวยพรให้ผู้ที่ได้รับชื่อมีความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบ และสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ ชื่อนี้จึงมักถูกเลือกใช้สำหรับบุตรสาว โดยหวังให้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ตัวอย่างการใช้งาน คุณครูเรียกนักเรียนว่า…

  • "สนธยา” แปลว่า

    คำว่า “สนธยา” หมายถึง ช่วงเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มมืดลงหลังพระอาทิตย์ตกดิน หรือช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้ามืด เป็นช่วงเวลาที่แสงสว่างจางๆ เปลี่ยนผ่านจากกลางวันเป็นกลางคืน หรือจากกลางคืนเป็นกลางวัน เป็นเวลาที่อากาศมักจะเย็นสบายและมีความเงียบสงบ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “สนธยา” เพื่อบรรยายช่วงเวลาที่สวยงามของวัน เช่น “เราเดินเล่นรับลมยามสนธยา” หรือ “ภาพพระอาทิตย์ตกดินยามสนธยาช่างงดงามจับใจ” บางครั้งก็ใช้เพื่อบอกเวลาคร่าวๆ ว่าเป็นช่วงค่ำแล้ว หรือใกล้จะมืดแล้ว เช่น “เดี๋ยวค่อยไปตอนสนธยาก็ได้” นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเทียบถึงช่วงเวลาสุดท้ายของสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ด้วย ความหมายและการใช้งาน คำว่า “สนธยา” (สัน-ทะ-ยา) โดยทั่วไปหมายถึง ช่วงเวลาที่แสงสว่างอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นได้ทั้งช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกดิน (พลบค่ำ) และช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น (รุ่งอรุณ) ตัวอย่างการใช้งาน “บรรยากาศยามสนธยาริมทะเลสาบสวยงามมาก” “เขาชอบอ่านหนังสือในช่วงเวลาสนธยาที่เงียบสงบ” “เมื่อสนธยามาถึง ฝูงนกก็เริ่มบินกลับรัง” บริบทและการใช้ทั่วไป คำว่า “สนธยา” มักถูกใช้ในเชิงวรรณกรรม บทกวี หรือการบรรยายถึงทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสงบและความโรแมนติก นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในความหมายเปรียบเปรยถึงช่วงปลายของชีวิต หรือช่วงสุดท้ายของเหตุการณ์บางอย่างได้เช่นกัน FAQ SECTION “สนธยา” แตกต่างจาก “พลบค่ำ” อย่างไร? คำว่า “สนธยา”…

  • "Soft” แปลว่า

    คำว่า “Soft” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “นุ่ม” หรือ “อ่อน” เมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย เราสามารถเข้าใจความหมายและวิธีการใช้ได้ดังนี้ครับ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Soft” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงลักษณะทางกายภาพ เช่น ผ้าที่นุ่มสบาย หรืออาหารที่อ่อนนุ่มเคี้ยวง่าย นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในเชิงนามธรรมได้อีกด้วย เช่น การพูดคุยอย่างนุ่มนวล หรือการแสดงท่าทีที่อ่อนโยน เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Soft” หมายถึง การมีคุณสมบัติที่ตรงข้ามกับความแข็ง ความกระด้าง หรือความรุนแรง สามารถใช้ได้ทั้งกับสิ่งของที่จับต้องได้และสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ตัวอย่างการใช้งาน Soft Pillow: หมอนที่นุ่มสบาย Soft Skills: ทักษะที่เกี่ยวกับอารมณ์ ความคิด และการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เช่น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม Soft Launch: การเปิดตัวสินค้าหรือบริการแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อทดสอบตลาด Soft Copy: เอกสารที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เช่น ไฟล์ PDF หรือ Word…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *