"Distracting” แปลว่า

คำว่า “Distracting” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง การทำให้เสียสมาธิ หรือการเบี่ยงเบนความสนใจไปจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ ทำให้ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งนั้นได้อย่างเต็มที่

ในชีวิตประจำวัน เราอาจได้ยินคำว่า “Distracting” บ่อยๆ เวลาใครกำลังทำงานหรือเรียน แล้วมีสิ่งอื่นเข้ามาทำให้เสียสมาธิ เช่น เสียงดัง โทรศัพท์เข้า หรือมีคนชวนคุย หลายคนอาจจะบ่นว่า “This is so distracting!” ซึ่งหมายถึง “อะไรเนี่ย ทำให้เสียสมาธิไปหมดเลย!” หรือเวลาดูหนังแล้วมีคนพูดแทรก ก็อาจจะรู้สึกว่า “That’s distracting me from the movie.” คือ “นั่นกำลังทำให้ฉันเสียสมาธิจากหนังเลยนะ”

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Distracting” มาจากกริยา “distract” ที่แปลว่า ทำให้เสียสมาธิ ทำให้ไขว้เขว โดยทั่วไปมักใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งต่างๆ ที่ดึงความสนใจของเราไปจากเป้าหมายหลัก ไม่ว่าจะเป็นเสียง, ภาพ, การกระทำ หรือแม้แต่ความคิด

ตัวอย่างการใช้งาน

  • “The loud music from the party next door was very distracting.” (เสียงเพลงดังจากงานปาร์ตี้ข้างบ้านน่ารำคาญและทำให้เสียสมาธิมาก)
  • “He found it hard to concentrate because of the distracting notifications on his phone.” (เขาพบว่ามันยากที่จะมีสมาธิเพราะการแจ้งเตือนที่คอยกวนใจบนโทรศัพท์ของเขา)
  • “Her colorful dress was a bit distracting during the serious presentation.” (ชุดสีสันสดใสของเธอค่อนข้างจะดึงความสนใจไปจากระหว่างการนำเสนอที่จริงจัง)

บริบทและการใช้ทั่วไป

คำว่า “Distracting” มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการสมาธิสูง เช่น การเรียน การทำงาน การขับรถ หรือการทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน การถูก “Distracting” อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง หรือเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย

“Distracting” หมายถึงอะไร?

คำว่า “Distracting” หมายถึง การทำให้เสียสมาธิ หรือการเบี่ยงเบนความสนใจไปจากสิ่งที่กำลังทำอยู่

เราใช้คำว่า “Distracting” ในสถานการณ์ไหนได้บ้าง?

เราสามารถใช้คำว่า “Distracting” ได้ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อมีเสียงดัง สิ่งรบกวน หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เราจดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่ได้ยาก

Similar Posts

  • "ซื่อจื่อ” แปลว่า

    คำว่า “ซื่อจื่อ” (Shù zǐ – 庶子) เป็นคำศัพท์ภาษาจีนที่ใช้เรียก “บุตรนอกสมรส” หรือ “บุตรที่เกิดจากภรรยาน้อย” ในบริบทของสังคมจีนโบราณ ซึ่งให้ความสำคัญกับระบบครอบครัวและลำดับชั้นอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วบุตรที่เกิดจากภรรยาเอกจะมีความสำคัญและมีสิทธิมากกว่าบุตรที่เกิดจากภรรยาน้อย ในชีวิตประจำวันของคนจีนโบราณ การเรียก “ซื่อจื่อ” มีนัยยะทางสังคมที่ชัดเจน บ่งบอกถึงสถานะของบุคคลในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวขุนนางหรือตระกูลใหญ่ที่มีภรรยาหลายคน การมีบุตรนอกสมรสหรือบุตรจากภรรยาน้อยนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่สิทธิและการสืบทอดมรดกจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บุตรชายที่เกิดจากภรรยาเอกมักจะได้รับการยกย่องให้เป็นทายาทหลัก ในขณะที่ “ซื่อจื่อ” อาจมีบทบาทรองลงมา หรือมีสิทธิบางประการที่จำกัดกว่า ความหมายและการใช้งาน “ซื่อจื่อ” หมายถึง บุตรชายที่เกิดจากภรรยาน้อย หรือมารดาที่ไม่ได้มีสถานะเป็นภรรยาเอกตามกฎหมายในครอบครัวนั้นๆ คำนี้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างทางสังคมและครอบครัวแบบปิตาธิปไตยที่เข้มงวดในอดีตของจีน บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า “ซื่อจื่อ” มักปรากฏในวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ หรือการอ้างอิงถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของจีนโบราณ เพื่ออธิบายถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดและสถานะภายในครอบครัว เช่น ในเรื่องราวการสืบทอดตำแหน่ง การแบ่งปันทรัพย์สิน หรือแม้กระทั่งในความขัดแย้งภายในครอบครัว “ซื่อจื่อ” คืออะไร? “ซื่อจื่อ” คือ บุตรชายที่เกิดจากภรรยาน้อย หรือมารดาที่ไม่ได้มีสถานะเป็นภรรยาเอกในครอบครัวจีนโบราณ บุตรนอกสมรสกับซื่อจื่อต่างกันหรือไม่? โดยทั่วไปแล้ว “ซื่อจื่อ” จะหมายถึงบุตรที่เกิดจากภรรยาน้อยซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่งภายในครอบครัว แม้จะมีสถานะรองกว่าบุตรจากภรรยาเอกก็ตาม ส่วนบุตรนอกสมรสที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับภรรยาน้อยอาจมีสถานะที่แตกต่างออกไปอีก

  • "Satellite” แปลว่า

    คำว่า “Satellite” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “ดาวเทียม” ครับ โดยทั่วไปหมายถึงวัตถุที่ถูกส่งขึ้นไปโคจรรอบโลกหรือวัตถุอื่นในอวกาศ ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียมที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การสื่อสาร การสำรวจ หรือการพยากรณ์อากาศ หรืออาจหมายถึงดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Satellite” หรือ “ดาวเทียม” ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารเป็นหลัก เช่น การรับชมโทรทัศน์ผ่านจานดาวเทียม การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม หรือการสื่อสารทางไกลด้วยโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม นอกจากนี้ ดาวเทียมยังมีความสำคัญอย่างมากในการสำรวจโลก การทำแผนที่ การติดตามสภาพอากาศ การนำทางด้วย GPS (Global Positioning System) ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Satellite” หมายถึงวัตถุที่โคจรรอบวัตถุอื่นที่มีมวลมากกว่า ในทางดาราศาสตร์ หมายถึงดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์ต่างๆ เช่น ดวงจันทร์ของโลก หรือดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี ส่วนในทางเทคโนโลยี หมายถึงยานอวกาศที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อส่งขึ้นไปโคจรรอบโลกหรือวัตถุอื่น เพื่อปฏิบัติภารกิจต่างๆ เช่น การสื่อสาร การถ่ายภาพ การตรวจวัดสภาพแวดล้อม หรือการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างการใช้งาน เราใช้ดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร เช่น การรับส่งสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุ การให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้…

  • "Horror” แปลว่า

    คำว่า “Horror” ในภาษาไทยหมายถึง ความสยองขวัญ ความน่ากลัว หรือเรื่องราวที่ชวนให้ขนลุก โดยทั่วไปแล้วจะใช้กับการบรรยายถึงภาพยนตร์ หนังสือ เกม หรือประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัว ตื่นเต้น หรือไม่สบายใจอย่างรุนแรง ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Horror” ถูกนำไปใช้พูดถึงภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่เพิ่งเข้าฉาย หรือเมื่อมีใครเจอเหตุการณ์ที่น่ากลัวจนแทบไม่กล้าเจออีก เช่น “เมื่อคืนดูหนัง Horror มา หลอนจนนอนไม่หลับเลย” หรือ “เรื่องที่เกิดขึ้นมัน Horror มากจริงๆ” เป็นการบอกเล่าถึงความรู้สึกกลัวสุดขีดที่ประสบพบเจอ ความหมายและการใช้งาน Horror หมายถึง ความรู้สึกหวาดกลัวอย่างรุนแรง หรือสิ่งที่ก่อให้เกิดความรู้สึกนั้น มักเกี่ยวข้องกับความตาย ผี ปีศาจ ความรุนแรง หรือสถานการณ์ที่คุกคามชีวิต ตัวอย่าง ภาพยนตร์แนว Horror มักมีฉากที่ทำให้ผู้ชมตกใจ เรื่องเล่าผีตอนกลางคืนสามารถสร้างบรรยากาศ Horror ได้ บางคนชอบฟังเพลงที่ให้ความรู้สึก Horror บริบทการใช้งานทั่วไป คำว่า Horror นิยมใช้ในวงการบันเทิง เช่น ภาพยนตร์ เกม วรรณกรรม หรือเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ในชีวิตจริงที่น่าสะพรึงกลัวจนเกินกว่าจะรับมือได้…

  • "Assignments” แปลว่า

    คำว่า “Assignments” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การมอบหมายงาน” หรือ “งานที่ได้รับมอบหมาย” เป็นคำที่ใช้เรียกหน้าที่หรือภารกิจที่ถูกกำหนดให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งต้องทำให้สำเร็จ มักเกี่ยวข้องกับการเรียน การทำงาน หรือโครงการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Assignments” ในบริบทของการศึกษา เช่น นักเรียนนักศึกษาจะได้รับ “Assignments” จากอาจารย์ ซึ่งอาจเป็นรายงาน การบ้าน โปรเจกต์ หรือการนำเสนอ เพื่อเป็นการวัดผลการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะต่างๆ ในที่ทำงาน หัวหน้างานก็จะมีการมอบหมาย “Assignments” ให้กับลูกน้อง เพื่อให้ดำเนินงานตามเป้าหมายของบริษัท หรือเมื่อมีการทำโครงการร่วมกัน แต่ละคนก็จะได้รับ “Assignments” ที่แตกต่างกันไปตามความรับผิดชอบและทักษะที่ต้องใช้ ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “Assignments” หมายถึง งานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งอาจเป็นงานเดี่ยวหรืองานกลุ่ม มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้รับผิดชอบได้แสดงความรู้ความสามารถ หรือฝึกฝนทักษะที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตัวอย่าง นักเรียนได้รับAssignmentsเป็นเรียงความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ พนักงานได้รับAssignmentsให้เตรียมรายงานการประชุมประจำสัปดาห์ ทีมงานได้รับAssignmentsในการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ บริบทที่ใช้ทั่วไป คำว่า “Assignments” ถูกใช้บ่อยในแวดวงการศึกษาและที่ทำงาน เพื่ออ้างถึงหน้าที่หรืองานที่ต้องรับผิดชอบและทำให้สำเร็จตามกำหนดเวลา “Assignments” หมายถึงอะไร? “Assignments” หมายถึง งานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ ซึ่งอาจเป็นงานในด้านการเรียน…

  • "eating” แปลว่า

    คำว่า “eating” เป็นคำกริยาในภาษาอังกฤษ แปลว่า “การกิน” หรือ “กำลังกิน” เป็นการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการนำอาหารเข้าสู่ร่างกายเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “eating” ในหลากหลายบริบท เช่น เมื่อพูดถึงการรับประทานอาหารในมื้อต่างๆ การออกไปทานข้าวนอกบ้าน หรือแม้แต่การอธิบายว่าใครกำลังทำอะไรอยู่ ตัวอย่างเช่น ถ้าเพื่อนถามว่า “What are you doing?” เราอาจจะตอบว่า “I’m eating.” ซึ่งหมายถึง “ฉันกำลังกินอยู่” หรือถ้าเราชวนเพื่อนไปทานข้าวเย็น เราก็อาจจะพูดว่า “Let’s go eating dinner.” เพื่อชวนกันไปรับประทานอาหารเย็นนั่นเอง ความหมายและการใช้งาน โดยทั่วไป “eating” หมายถึงการบริโภคอาหาร อาจใช้ในรูปของ Present Continuous Tense เพื่อบอกว่ากำลังทำกิจกรรมนั้นอยู่ ณ ขณะนั้น หรือใช้เป็น Gerund (คำกริยาที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม) ก็ได้ ตัวอย่าง “I am eating an apple.”…

  • "Positive” แปลว่า

    คำว่า “Positive” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายในเชิงบวก หรือหมายถึงสิ่งที่ดี สิ่งที่น่าพึงพอใจ หรือแนวโน้มที่กำลังจะดีขึ้นค่ะ เวลาที่เราได้ยินคำว่า “Positive” ในชีวิตประจำวัน มักจะใช้พูดถึงทัศนคติ การมองโลก หรือสถานการณ์ต่างๆ ค่ะ เช่น ถ้าใครมีทัศนคติแบบ Positive ก็คือมองโลกในแง่ดีเสมอ หรือถ้าผลการตรวจออกมาเป็น Positive ก็อาจจะหมายถึงว่าพบสิ่งที่เรากำลังตรวจหาอยู่ ซึ่งในบางบริบทก็เป็นข่าวดีค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Positive” แปลว่า “เชิงบวก” “ดี” “แน่นอน” หรือ “เป็นจริง” ก็ได้ ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ค่ะ ตัวอย่างการใช้งาน 1. ในแง่ของทัศนคติ: “เธอเป็นคนที่มีความคิดแบบ Positive เสมอ” หมายถึง เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี คิดถึงแต่สิ่งดีๆ 2. ในแง่ของผลลัพธ์: “ผลตรวจ COVID-19 ของเขาออกมาเป็น Positive” หมายถึง เขาติดเชื้อ COVID-19 “สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเริ่มเป็น Positive” หมายถึง เศรษฐกิจเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *