"Behind” แปลว่า

คำว่า “Behind” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ข้างหลัง” หรือ “เบื้องหลัง” เป็นคำบุพบท (preposition) ที่ใช้บ่งบอกตำแหน่งที่อยู่ด้านหลังของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือใช้ในความหมายเชิงนามธรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก่อน หรือเป็นสาเหตุของเรื่องราวบางอย่าง

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือใช้คำว่า “behind” ในหลายบริบท เช่น เวลาพูดถึงตำแหน่งทางกายภาพ เช่น “The cat is hiding behind the sofa” (แมวซ่อนอยู่หลังโซฟา) หรือเมื่อพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว หรือเป็นสาเหตุ เช่น “There’s a lot of hard work behind this success” (มีความพยายามอย่างหนักเบื้องหลังความสำเร็จนี้) หรือแม้กระทั่งใช้ในเชิงเปรียบเทียบว่าใครบางคนตามหลังคนอื่น เช่น “He’s still behind in his studies” (เขายังเรียนตามหลังคนอื่นอยู่)

ความหมายและการใช้งาน

“Behind” สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายตรงตัว คือ ตำแหน่งที่อยู่ด้านหลัง และความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือ สิ่งที่เป็นสาเหตุ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นมาก่อน

ตัวอย่างการใช้งาน

  • ตำแหน่ง: “Please stand behind the line.” (กรุณายืนอยู่หลังเส้น)
  • สาเหตุ/เบื้องหลัง: “What’s the story behind this old photograph?” (เรื่องราวเบื้องหลังภาพถ่ายเก่าใบนี้คืออะไร)
  • การตามหลัง: “The runner is a few meters behind the leader.” (นักวิ่งคนนั้นอยู่ห่างจากผู้นำไปไม่กี่เมตร)

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า “behind” มักถูกใช้ในประโยคที่อธิบายถึงสถานที่ ตั้งแต่สิ่งของใกล้ตัวไปจนถึงเหตุการณ์สำคัญ หรือใช้ในการเปรียบเทียบสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

“Behind” แปลว่าอะไร?

“Behind” แปลว่า “ข้างหลัง” หรือ “เบื้องหลัง” ใช้บอกตำแหน่งที่อยู่ด้านหลังของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือใช้ในความหมายถึงสาเหตุหรือสิ่งที่เกิดขึ้นมาก่อน

เราใช้ “Behind” ในสถานการณ์แบบไหนได้บ้าง?

เราใช้ “Behind” ได้หลายสถานการณ์ เช่น บอกตำแหน่งทางกายภาพ (เช่น อยู่หลังประตู), บอกสาเหตุของเรื่องราว (เช่น ความพยายามเบื้องหลังความสำเร็จ), หรือบอกว่าตามหลังใครบางคน (เช่น เรียนตามหลังเพื่อน)

มีคำอื่นที่ใช้แทน “Behind” ได้ไหม?

ในบางบริบท อาจใช้คำอื่นที่มีความหมายใกล้เคียงกันได้ เช่น “after” (หลังจาก), “following” (ตามหลัง), หรือ “in back of” (ข้างหลัง) ขึ้นอยู่กับความหมายที่ต้องการจะสื่อ

Similar Posts

  • "Films” แปลว่า

    คำว่า “Films” ในภาษาไทยหมายถึง “ภาพยนตร์” หรือ “หนัง” ครับ เป็นคำนามที่ใช้เรียกผลงานบันเทิงที่สร้างขึ้นจากการถ่ายทำภาพเคลื่อนไหว โดยมักจะมีการเล่าเรื่องราว มีนักแสดง บทพูด และดนตรีประกอบ เพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ หรือผ่านช่องทางสื่อต่างๆ เช่น โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต หรือแผ่นดีวีดี ในชีวิตประจำวัน คนไทยมักจะใช้คำว่า “หนัง” เป็นคำหลักในการพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์ เช่น “คืนนี้ไปดูหนังกันไหม?” หรือ “หนังเรื่องนั้นสนุกมากเลย” คำว่า “ภาพยนตร์” จะฟังดูเป็นทางการกว่าเล็กน้อย มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการมากขึ้น หรือเมื่อต้องการพูดถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์โดยรวม ความหมายและการใช้งาน Films (ฟิล์มส์) เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า Film ซึ่งหมายถึง ภาพยนตร์ หรือ หนัง สามารถใช้ได้ทั้งในความหมายของตัวสื่อบันทึกภาพ (ฟิล์มถ่ายหนังในสมัยก่อน) และความหมายของผลงานภาพยนตร์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อพูดถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งๆ เราอาจจะบอกว่า “These films are all classics.” (ภาพยนตร์เหล่านี้เป็นหนังคลาสสิกทั้งหมด) หรือในบริบทของการผลิตภาพยนตร์ “The studio…

  • "Researchers” แปลว่า

    คำว่า “Researchers” ในภาษาไทยหมายถึง “นักวิจัย” ครับ เป็นคำนามพหูพจน์ที่ใช้เรียกบุคคลหลายคนที่มีหน้าที่ทำการศึกษา ค้นคว้า หรือสำรวจในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ ข้อเท็จจริง หรือแนวคิดใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Researchers” ในบริบทของการนำเสนอผลงานวิจัย การประกาศข่าวสารเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรือการแพทย์ หรือเมื่อมีการพูดถึงผู้ที่กำลังทำงานเพื่อไขปริศนาบางอย่าง หรือพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้ดีขึ้น เช่น เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับวัคซีนใหม่ หรือเทคโนโลยีล้ำสมัย ก็มักจะมีการกล่าวถึง “Researchers” ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Researchers” มาจากคำว่า “Research” ซึ่งแปลว่า “การวิจัย” และเติม “er” เข้าไปเพื่อแสดงความเป็นผู้กระทำ (คล้ายกับการเติม “er” ในคำว่า “teach” เป็น “teacher”) ดังนั้น “Researchers” จึงหมายถึง “ผู้ทำการวิจัย” หรือ “นักวิจัย” นั่นเองครับ ใช้เรียกบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่ทำงานด้านการวิจัย ตัวอย่างการใช้งาน “The Researchers are…

  • "Again” แปลว่า

    คำว่า “Again” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงถึงการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง หรือเกิดขึ้นอีกหนหนึ่ง โดยมีความหมายตรงกับคำว่า “อีกครั้ง”, “อีกหน”, “ซ้ำ” หรือ “อีก” ในภาษาไทย ในชีวิตประจำวัน เรามักใช้คำว่า “Again” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อต้องการให้ใครทำอะไรซ้ำ, เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นอีกรอบ หรือเมื่อต้องการย้ำเตือนเรื่องเดิม การใช้คำนี้จะช่วยให้การสื่อสารมีความกระชับและเข้าใจง่ายขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Again” ใช้เพื่อบ่งบอกถึงการทำซ้ำ การเกิดขึ้นซ้ำ หรือการกลับมาอีกครั้ง สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ขึ้นอยู่กับบริบทของประโยค ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อคุณต้องการให้เพื่อนพูดประโยคเดิมซ้ำ คุณอาจพูดว่า “Can you say that again?” ซึ่งแปลว่า “คุณช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม?” หรือเมื่อคุณรู้สึกว่าเหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นอีก คุณอาจอุทานว่า “Oh no, it’s happening again!” แปลว่า “โอ้ ไม่นะ มันเกิดขึ้นอีกแล้ว!” บริบทที่ใช้บ่อย เรามักพบเห็นการใช้ “Again” ในบทสนทนาทั่วไป การสั่งงาน การขอให้ทำซ้ำ…

  • "Should” แปลว่า

    คำว่า “Should” เป็นคำกริยาช่วย (modal verb) ในภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงถึงหน้าที่ ความเหมาะสม หรือสิ่งที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้น โดยมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า “ควรจะ” หรือ “น่าจะ” ในภาษาไทย เป็นการให้คำแนะนำ ชี้แนะ หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่ถูกต้องหรือเหมาะสมที่จะทำ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้ “should” เพื่อบอกให้ใครสักคนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องที่ควรทำ หรือเพื่อบอกว่าเราคิดว่าอะไรน่าจะเป็นไปได้ หรืออะไรคือหน้าที่ของเรา เช่น ถ้าเพื่อนกำลังจะสอบ เราอาจจะบอกเขาว่า “You should study harder” (เธอควรจะอ่านหนังสือให้หนักขึ้น) หรือถ้าเราเห็นคนกำลังจะทำอะไรผิด เราอาจจะพูดว่า “You shouldn’t do that” (คุณไม่ควรทำแบบนั้น) หรือเมื่อเราคาดเดาอะไรบางอย่าง เราอาจจะพูดว่า “He should be here by now” (เขาควรจะมาถึงตอนนี้แล้ว) ความหมายและการใช้งาน “Should” ใช้เพื่อ: ให้คำแนะนำ หรือเสนอแนะ: บอกสิ่งที่ถูกต้องหรือดีที่สุดที่จะทำ เช่น “You should…

  • "Determine” แปลว่า

    คำว่า “Determine” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การตัดสินใจ การกำหนด หรือการหาข้อสรุปที่ชัดเจน เป็นการกระทำที่มุ่งมั่นเพื่อค้นหาสิ่งที่แน่นอน หรือเพื่อวางแผนและตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Determine” ในหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางในการเดินทาง หรือเมื่อเราต้องการหาคำตอบที่ชัดเจนของปัญหาบางอย่าง เราอาจจะบอกว่า “I need to determine the best solution” ซึ่งหมายถึง “ฉันต้องตัดสินใจหาทางออกที่ดีที่สุด” หรือเมื่อเรากำลังวางแผนกิจกรรม เราอาจจะพูดว่า “We need to determine the date of the meeting” แปลว่า “เราต้องกำหนดวันประชุม” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Determine” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น การตัดสินใจ: เมื่อต้องเลือกหรือตัดสินใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การกำหนด: เมื่อต้องวางแผนหรือตั้งกฎเกณฑ์ การค้นหาข้อสรุป: เมื่อต้องการหาคำตอบที่แน่นอน หรือพิสูจน์สิ่งใดสิ่งหนึ่ง การมีอิทธิพล: เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีผลต่อผลลัพธ์…

  • "Experienced” แปลว่า

    คำว่า “Experienced” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง มีประสบการณ์ มีความชำนาญ หรือผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนมามากในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทำให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่เหนือกว่าผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์นั้นๆ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Experienced” เพื่ออธิบายถึงบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในสายงาน หรือมีทักษะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงานนั้นๆ เช่น เวลาเราเห็นประกาศรับสมัครงานที่ระบุว่า “We are looking for an experienced software engineer” ก็หมายความว่า บริษัทกำลังมองหา วิศวกรซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์การทำงานมาแล้ว ไม่ใช่คนที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้กับทักษะอื่นๆ ได้ด้วย เช่น “She is an experienced cook” หมายถึง เธอเป็นคนที่ทำอาหารเก่งและมีประสบการณ์ในการทำอาหารมานาน Meaning & Usage “Experienced” แปลว่า มีประสบการณ์ หรือชำนาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มักใช้เพื่อบ่งบอกว่าบุคคลนั้นมีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่ได้มาจากการลงมือปฏิบัติจริง หรือผ่านการเรียนรู้มาอย่างยาวนาน Examples 1. **”He is…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *