"Mean” แปลว่า

คำว่า “Mean” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่ใช้กันบ่อยที่สุด คือ “ใจร้าย” หรือ “โหดร้าย” เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายลักษณะนิสัยของคนหรือการกระทำที่แสดงออกถึงความไม่ปรานี ไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น หรือจงใจทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดีหรือเจ็บปวด

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “mean” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงพฤติกรรมที่ไม่น่ารักของใครบางคน เช่น เด็กที่แกล้งเพื่อน หรือคนที่พูดจาดูถูกคนอื่น เราอาจจะได้ยินคนพูดว่า “Don’t be mean!” ซึ่งหมายถึง “อย่าทำตัวใจร้ายนะ!” หรือถ้าเห็นใครทำอะไรไม่ดีกับสัตว์ เราก็อาจจะบอกว่า “That was a mean thing to do.” แปลว่า “นั่นเป็นการกระทำที่ใจร้ายมากเลยนะ”

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “mean” สื่อถึงการมีเจตนาร้าย หรือการแสดงออกถึงความไม่เป็นมิตร อาจหมายถึงการพูดจาดูถูก การกลั่นแกล้ง การไม่ให้ความช่วยเหลือ หรือการกระทำใดๆ ที่ก่อให้เกิดความทุกข์หรือความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น โดยไม่ได้มีเหตุผลอันสมควร

ตัวอย่าง

  • “He was so mean to his little sister, he hid all her toys.” (เขาใจร้ายกับน้องสาวมาก แอบซ่อนของเล่นของเธอไว้หมดเลย)
  • “Stop being mean, it’s not nice to laugh at people when they make mistakes.” (เลิกทำตัวใจร้ายได้แล้ว มันไม่ดีเลยที่จะหัวเราะเยาะคนอื่นเวลาที่พวกเขาทำผิดพลาด)
  • “The boss can be quite mean when he’s stressed out.” (เจ้านายอาจจะใจร้ายมากหน่อยเวลาที่เขารู้สึกเครียด)

บริบทที่ใช้บ่อย

คำว่า “mean” มักใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการตำหนิหรือแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่แสดงออกถึงความใจร้ายหรือไม่เป็นมิตร เป็นคำที่เข้าใจง่ายและใช้กันอย่างแพร่หลายในการสื่อสารทั่วไป

FAQ SECTION

“Mean” หมายถึงแค่ “ใจร้าย” อย่างเดียวใช่ไหม?

ความหมายหลักๆ ที่ใช้บ่อยที่สุดคือ “ใจร้าย” หรือ “โหดร้าย” แต่ในบริบทอื่น “mean” อาจมีความหมายอื่นได้ เช่น “หมายถึง” (เช่น What do you mean? คุณหมายความว่าอะไร?) หรือ “ปานกลาง” (เช่น mean average) แต่ถ้าพูดถึงลักษณะนิสัย จะหมายถึงใจร้ายเป็นหลักครับ

มีวิธีพูดให้คนเลิกทำตัว “mean” ไหม?

สามารถพูดตรงๆ ได้ว่า “Don’t be mean!” (อย่าทำตัวใจร้ายนะ!) หรือ “That’s not nice.” (แบบนั้นมันไม่ดีเลย) หรืออธิบายถึงผลกระทบของการกระทำนั้นๆ เช่น “You’re hurting their feelings.” (คุณกำลังทำร้ายความรู้สึกของเขานะ)

Similar Posts

  • "Cheaper” แปลว่า

    คำว่า “Cheaper” เป็นคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษที่ใช้เปรียบเทียบเพื่อบอกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีราคาถูกกว่าอีกสิ่งหนึ่ง หรือมีราคาถูกกว่าปกติทั่วไป เป็นการแสดงให้เห็นถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายหรือมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Cheaper” ในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อแสดงการเปรียบเทียบราคา เช่น เมื่อเรากำลังเลือกซื้อสินค้า เราอาจจะพูดว่า “อันนี้ถูกกว่านะ” หรือเมื่อเปรียบเทียบการเดินทาง เราอาจจะบอกว่า “นั่งรถทัวร์จะ Cheaper กว่า” เพื่อบอกว่าการเดินทางด้วยรถทัวร์มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า หรือเมื่อมีโปรโมชั่นลดราคา เราก็มักจะบอกว่า “ช่วงนี้ของลดราคา ทำให้ Cheaper ลงเยอะเลย” เป็นต้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Cheaper” มาจากคำว่า “cheap” ซึ่งแปลว่า ถูก เมื่อเติม “-er” เข้าไป จะกลายเป็นรูปขั้นกว่า (comparative form) เพื่อใช้เปรียบเทียบว่าสิ่งใดมีราคาถูกกว่าอีกสิ่งหนึ่ง หรือถูกกว่าที่ควรจะเป็น ตัวอย่างการใช้งาน “I found a cheaper hotel for our vacation.” (ฉันเจอโรงแรมที่ Cheaper กว่าสำหรับการไปพักผ่อนของเรา) “Buying…

  • "Thank You” แปลว่า

    คำว่า “Thank You” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงความรู้สึกขอบคุณ มีความหมายตรงตัวว่า “ขอบคุณ” เป็นคำพูดที่สุภาพและใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกเมื่อต้องการแสดงความซาบซึ้งหรือขอบคุณต่อผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการได้รับความช่วยเหลือ ของขวัญ หรือการบริการที่ดี ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินและใช้คำว่า “Thank You” อยู่เสมอ เช่น เมื่อพนักงานร้านค้าบริการเราเสร็จแล้วยื่นของให้ ก็จะพูดว่า “Thank You” หรือเมื่อเพื่อนช่วยยกของให้ เราก็สามารถกล่าว “Thank You” เพื่อแสดงความขอบคุณได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการมากขึ้น เช่น ในการประชุม หรือการกล่าวสุนทรพจน์ ก็สามารถใช้ “Thank You” เพื่อขอบคุณผู้ฟังหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้เช่นกัน เป็นคำที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและแสดงถึงมารยาทที่ดีต่อผู้อื่น ความหมายและการใช้งาน “Thank You” หมายถึง การแสดงความรู้สึกขอบคุณ หรือ การกล่าวขอบคุณ เป็นคำสั้นๆ ที่ใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงโอกาสที่สำคัญ เป็นการสื่อสารที่แสดงถึงการรับรู้ถึงความช่วยเหลือ หรือสิ่งดีๆ ที่ได้รับจากผู้อื่น ตัวอย่างการใช้งาน เมื่อได้รับของขวัญ: “Thank You for the…

  • "Notice” แปลว่า

    คำว่า “Notice” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ว่า “การแจ้งให้ทราบ”, “การประกาศ”, หรือ “การสังเกตเห็น” ค่ะ เป็นคำที่ใช้สื่อสารเพื่อให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้รับรู้ข้อมูลบางอย่าง หรือเพื่อบ่งบอกถึงสิ่งที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Notice” ได้บ่อยครั้งในหลายๆ สถานการณ์ เช่น เวลาที่บริษัทออกประกาศสำคัญๆ เกี่ยวกับนโยบายใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ก็จะใช้คำว่า “Notice” เพื่อแจ้งให้พนักงานทราบ หรือตามสถานที่ต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามบิน หรือโรงเรียน ก็อาจมีป้าย “Notice” ติดไว้เพื่อแจ้งข้อมูล หรือกฎระเบียบต่างๆ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในความหมายของการ “สังเกตเห็น” สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ด้วย เช่น “Did you notice the change?” ซึ่งหมายถึง “คุณสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นไหม?” ความหมายและการใช้งาน “Notice” สามารถแปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้: การแจ้งให้ทราบ/ประกาศ (Notification/Announcement): ใช้เพื่อแจ้งข้อมูลสำคัญ ข้อบังคับ หรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ให้ผู้อื่นทราบ เช่น…

  • "Woolen” แปลว่า

    “Woolen” แปลว่า “ที่ทำจากขนสัตว์” หรือ “ที่เกี่ยวข้องกับขนสัตว์” ครับ เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายสิ่งของที่ผลิตขึ้นจากขนแกะ ขนแพะ ขนกระต่าย หรือขนสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่นำมาผ่านกระบวนการปั่นและทอจนเป็นผืนผ้าหรือเส้นใย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “woolen” บ่อยๆ ในบริบทของเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เช่น เสื้อกันหนาว (woolen sweater), ผ้าพันคอ (woolen scarf), หมวก (woolen hat) หรือแม้แต่ผ้าห่ม (woolen blanket) ที่ให้ความอบอุ่นเป็นพิเศษในช่วงอากาศเย็นๆ นอกจากนี้ยังอาจพบในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำจากขนสัตว์ เช่น พรม (woolen carpet) หรือแม้แต่ของเล่นบางชนิดที่ตกแต่งด้วยขนสัตว์ ความหมายและการใช้งาน “Woolen” หมายถึง สิ่งที่ทำจากขนสัตว์ หรือมีคุณสมบัติของขนสัตว์ โดยทั่วไปจะให้ความรู้สึกถึงความอบอุ่น นุ่ม และทนทาน เป็นวัสดุธรรมชาติที่นิยมนำมาใช้ผลิตเสื้อผ้าและเครื่องใช้ต่างๆ ตัวอย่างการใช้งาน A warm woolen coat will keep you comfortable…

  • "Batch” แปลว่า

    คำว่า “Batch” ในภาษาไทย หมายถึง กลุ่ม หรือ ชุด ที่รวมสิ่งของที่เหมือนกันหรือมีลักษณะคล้ายคลึงกันเข้าไว้ด้วยกัน โดยปกติแล้วจะใช้เพื่อการจัดการ การประมวลผล หรือการขนส่งให้ง่ายขึ้น เปรียบเสมือนการรวมของเป็นกองๆ หรือเป็นชุดๆ เพื่อให้สะดวกต่อการทำงาน ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอกับการใช้คำว่า “Batch” ในหลายสถานการณ์ เช่น เวลาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ บางครั้งร้านค้าอาจจะจัดส่งสินค้าเป็น “Batch” คือส่งพร้อมกันหลายๆ ชิ้นที่สั่งซื้อในคราวเดียวกัน หรือในโรงงานอุตสาหกรรม การผลิตสินค้าแต่ละล็อตก็จะเรียกว่าเป็น “Batch” หนึ่งๆ เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมคุณภาพและติดตามกระบวนการผลิต การนำไปใช้ในบริบทต่างๆ จึงเน้นไปที่การรวมกลุ่มเพื่อความสะดวกและมีประสิทธิภาพ ความหมายและการใช้งาน Batch (แบตช์) คือ การรวมกลุ่มของรายการ, ข้อมูล, หรือวัตถุที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน หรือถูกประมวลผลในเวลาเดียวกัน หรือภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน เพื่อให้การจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างการใช้งาน การผลิต: โรงงานผลิตขนมปังจะอบขนมปังเป็น Batch โดยแต่ละ Batch จะมีจำนวนที่แน่นอน และควบคุมคุณภาพให้เหมือนกัน การประมวลผลข้อมูล: ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลข้อมูลเป็น Batch เช่น การส่งอีเมลจำนวนมากพร้อมกัน หรือการอัปเดตข้อมูลเป็นชุด…

  • "Why” แปลว่า

    “Why” เป็นคำในภาษาอังกฤษที่ใช้ในการตั้งคำถามเพื่อสอบถามถึงสาเหตุ เหตุผล หรือจุดประสงค์ของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยทั่วไปแล้ว “Why” จะแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ทำไม” ในชีวิตประจำวัน เรามักจะใช้คำว่า “Why” เพื่อสอบถามถึงเหตุผลเบื้องหลังการกระทำ สถานการณ์ หรือปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น เมื่อเราสงสัยว่าทำไมเพื่อนถึงมาสาย เราก็จะถามว่า “Why are you late?” ซึ่งแปลว่า “ทำไมคุณถึงมาสาย?” หรือเมื่อเราต้องการทราบเหตุผลที่บางสิ่งเกิดขึ้น เราก็อาจจะถามว่า “Why did this happen?” แปลว่า “ทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้น?” การใช้ “Why” ช่วยให้เราเข้าใจถึงที่มาที่ไปและสามารถหาคำตอบหรือแนวทางแก้ไขปัญหาได้ ความหมายและการใช้งาน “Why” ใช้เพื่อสอบถามถึงสาเหตุ (reason) หรือเหตุผล (cause) ของเหตุการณ์ต่างๆ โดยมักจะวางไว้ต้นประโยคคำถาม หรือตามหลังคำกริยาช่วย (auxiliary verb) เช่น is, are, was, were, do, does, did, can, could,…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *