"Those” แปลว่า

คำว่า “Those” ในภาษาอังกฤษ เป็นคำสรรพนามหรือคำคุณศัพท์ที่ใช้ชี้เฉพาะเจาะจงถึงสิ่งของหรือบุคคลที่อยู่ห่างไกลออกไป หรือสิ่งที่ถูกกล่าวถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยมีความหมายโดยรวมคือ “พวกนั้น” “เหล่านั้น” หรือ “อันนั้น” ซึ่งใช้ได้ทั้งกับคำนามที่เป็นพหูพจน์ (มากกว่าหนึ่งสิ่ง) และใช้กับคำนามที่นับไม่ได้

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นการใช้คำว่า “Those” บ่อยครั้งในการสนทนาทั่วไป การเขียน หรือแม้กระทั่งในสื่อต่างๆ เช่น เมื่อเรากำลังพูดถึงสิ่งของที่อยู่ไกลออกไป หรือเมื่อเราต้องการอ้างถึงกลุ่มคนหรือสิ่งของที่เราได้พูดถึงไปแล้วก่อนหน้านี้ ตัวอย่างเช่น หากเราเห็นรถยนต์หลายคันที่จอดอยู่ไกลออกไป เราอาจจะพูดว่า “Those cars are red” (รถยนต์พวกนั้นสีแดง) หรือหากเรากำลังพูดถึงหนังสือที่เราเคยอ่านไปแล้ว เราอาจจะบอกว่า “I enjoyed reading those books” (ฉันสนุกกับการอ่านหนังสือเหล่านั้น)

ความหมายและการใช้งาน

คำว่า “Those” มีความหมายหลักๆ คือ การชี้เฉพาะเจาะจงถึงสิ่งของหรือบุคคลที่อยู่ห่างไกล หรือสิ่งที่ถูกกล่าวถึงไปแล้ว โดยมีความหมายว่า “พวกนั้น” หรือ “เหล่านั้น” ใช้ได้กับคำนามพหูพจน์ (plural nouns) หรือคำนามที่นับไม่ได้ (uncountable nouns) ในบริบทที่แสดงถึงความห่างไกล หรือการอ้างอิงถึงสิ่งที่มีการกล่าวถึงมาก่อน

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างที่ 1: “Look at those birds flying in the sky.” (ดูนกพวกนั้นที่บินอยู่บนท้องฟ้านั่นสิ)

ตัวอย่างที่ 2: “I prefer those kinds of apples.” (ฉันชอบแอปเปิ้ลชนิดเหล่านั้นมากกว่า)

ตัวอย่างที่ 3: “Those were the days when we were young.” (นั่นคือช่วงเวลาที่เรายังเด็ก)

บริบทและการใช้งานทั่วไป

คำว่า “Those” มักถูกใช้เพื่อเปรียบเทียบ หรือแยกแยะสิ่งของหรือบุคคล โดยทั่วไปจะใช้เมื่อผู้พูดต้องการกล่าวถึงสิ่งที่อยู่ห่างออกไปทั้งในเชิงกายภาพและเชิงเวลา หรือเมื่อต้องการอ้างถึงสิ่งที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในบทสนทนาก่อนหน้า เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจได้ชัดเจนว่ากำลังพูดถึงสิ่งใด

FAQ SECTION

“Those” ต่างจาก “These” อย่างไร?

คำว่า “These” ใช้ชี้เฉพาะเจาะจงถึงสิ่งของหรือบุคคลที่อยู่ใกล้ หรือสิ่งที่เพิ่งถูกกล่าวถึงในบริบทปัจจุบัน ในขณะที่ “Those” ใช้ชี้เฉพาะเจาะจงถึงสิ่งของหรือบุคคลที่อยู่ไกลออกไป หรือสิ่งที่ถูกกล่าวถึงไปแล้วก่อนหน้านี้

“Those” ใช้กับคำนามเอกพจน์ได้หรือไม่?

ไม่ได้ “Those” ใช้กับคำนามที่เป็นพหูพจน์ (plural nouns) หรือคำนามที่นับไม่ได้ (uncountable nouns) เท่านั้น หากต้องการใช้กับคำนามเอกพจน์ที่อยู่ไกล จะใช้คำว่า “That”

Similar Posts

  • "Black” แปลว่า

    คำว่า “Black” เป็นภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “สีดำ” ซึ่งเป็นสีที่ตรงข้ามกับสีขาว ไม่มีแสงสะท้อนกลับ หรือเป็นสีที่เกิดจากการดูดกลืนแสงทุกสีเข้าไว้ด้วยกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Black” ในบริบทที่หลากหลาย เช่น การพูดถึงสีของสิ่งของต่างๆ เช่น รถยนต์สีดำ (black car) เสื้อผ้าสีดำ (black clothes) หรือแม้กระทั่งในสำนวนที่ใช้เปรียบเปรยถึงสถานการณ์ที่ไม่ดี เช่น “black mood” ที่หมายถึงอารมณ์ขุ่นมัว หรือ “black market” ที่หมายถึงตลาดมืด ความหมายและการใช้งาน ความหมายหลักของ “Black” คือ “สีดำ” แต่ก็สามารถนำไปใช้ในความหมายอื่นๆ ได้อีก เช่น สี: ใช้เรียกสีดำโดยตรง ทึบ/มืด: ใช้บรรยายสิ่งที่ไม่มีแสงสว่าง หรือมองไม่เห็น ไม่ดี/เลวร้าย: ใช้ในเชิงเปรียบเปรยถึงสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ หรือสถานการณ์ที่แย่ ชาวผิวดำ: ใช้เรียกบุคคลที่มีเชื้อสายแอฟริกัน หรือมีผิวพรรณสีเข้ม (แต่ควรใช้อย่างระมัดระวังและให้เกียรติ) ตัวอย่างการใช้งาน “I like to wear…

  • "Purchases” แปลว่า

    คำว่า “Purchases” ในภาษาไทยมีความหมายว่า “การซื้อ” หรือ “รายการที่ซื้อ” โดยทั่วไปแล้วหมายถึงการกระทำของการซื้อสินค้าหรือบริการ หรือหมายถึงสินค้าหรือบริการที่ได้ซื้อมาแล้วก็ได้ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Purchases” ในหลายบริบท เช่น เมื่อคุณไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า พนักงานอาจจะถามว่า “Do you have any other purchases?” ซึ่งหมายถึง “คุณมีรายการอื่นที่จะซื้ออีกไหม?” หรือเมื่อคุณได้รับใบเสร็จจากการซื้อของ ใบเสร็จนั้นก็จะแสดงรายการ “Purchases” ของคุณ หรือในแอปพลิเคชันเกี่ยวกับการช้อปปิ้ง ก็จะมีส่วนที่เรียกว่า “My Purchases” เพื่อให้คุณดูประวัติการซื้อของคุณได้ ความหมายและการใช้งาน “Purchases” เป็นคำนามพหูพจน์ของคำว่า “Purchase” ซึ่งหมายถึง การซื้อ หรือ สิ่งที่ซื้อมา การใช้งานจึงขึ้นอยู่กับบริบทว่ากำลังพูดถึงการกระทำของการซื้อ หรือสิ่งของที่ซื้อมาแล้ว ตัวอย่าง “I need to check my recent purchases.” (ฉันต้องตรวจสอบรายการซื้อล่าสุดของฉัน) “The store offers a…

  • "Revise” แปลว่า

    คำว่า “Revise” เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลว่า “ทบทวน” หรือ “แก้ไข” โดยทั่วไปแล้ว เราจะใช้คำนี้เมื่อต้องการกลับไปตรวจสอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าถูกต้อง สมบูรณ์ หรือดีขึ้นกว่าเดิม ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือเห็นคำว่า “Revise” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทของการเรียน การทำงาน หรือแม้กระทั่งการปรับปรุงแผนงานต่างๆ เช่น นักเรียนอาจจะต้อง “Revise” บทเรียนก่อนสอบ หรือนักเขียนอาจจะ “Revise” ต้นฉบับงานเขียนของตนเองเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์ที่สุด ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Revise” มีความหมายหลักๆ คือ การกลับไปดู ตรวจสอบ หรือแก้ไขสิ่งที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดการปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิม ตัวอย่างการใช้งาน การเรียน: นักเรียนต้อง Revise เนื้อหาที่เรียนมาทั้งหมดก่อนสอบปลายภาค การทำงาน: หัวหน้าขอให้ทีม Revise รายงานการประชุมฉบับร่าง เพื่อแก้ไขข้อมูลบางส่วน การปรับปรุง: เราควรจะ Revise แผนการตลาดนี้ใหม่ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน บริบทที่พบบ่อย คำว่า “Revise” มักถูกใช้ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและปรับปรุง เช่น การทบทวนตำราเรียน…

  • "Way” แปลว่า

    คำว่า “Way” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ ที่สื่อถึง “ทาง” หรือ “วิธีการ” ครับ ในบริบททั่วไป เรามักจะใช้คำนี้เพื่ออธิบายถึงเส้นทางในการเดินทาง หรือขั้นตอนในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราจะเจอการใช้คำว่า “Way” อยู่บ่อยๆ เช่น เวลาถามทาง เราอาจจะพูดว่า “Which way should I go?” (ฉันควรไปทางไหนดี?) หรือเวลาพูดถึงวิธีการทำอะไรบางอย่าง เช่น “This is my way of doing things.” (นี่เป็นวิธีของฉันในการทำสิ่งต่างๆ) หรือแม้แต่ในการแสดงความเห็น เช่น “That’s not the right way to treat someone.” (นั่นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการปฏิบัติต่อใครสักคน) มันเป็นคำที่ใช้ได้หลากหลายและเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารในชีวิตประจำวันเลยครับ ความหมายและการใช้งาน “Way” สามารถแปลได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับบริบท เช่น: ทาง / เส้นทาง: ใช้กล่าวถึงเส้นทางกายภาพ…

  • "Surround” แปลว่า

    คำว่า “Surround” ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักๆ คือ “ล้อมรอบ” หรือ “อยู่รอบๆ” ครับ เป็นคำกริยาที่ใช้บอกถึงการที่สิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่งเข้ามาอยู่รอบๆ อีกสิ่งหนึ่ง ทำให้สิ่งนั้นถูกปกคลุม หรือถูกห้อมล้อมไว้ ในชีวิตประจำวัน เราอาจจะเจอคำว่า “Surround” หรือความหมายของมันได้บ่อยครั้ง เช่น เวลาพูดถึงสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรา หรือเวลาที่คนจำนวนมากมาอยู่รวมกันรอบๆ ใครสักคน หรือรอบๆ เหตุการณ์หนึ่งๆ ก็สามารถใช้คำนี้ได้เช่นกันครับ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Surround” หมายถึง การที่สิ่งหนึ่งถูกล้อมรอบด้วยสิ่งอื่น หรือการที่คนหรือสิ่งของเข้ามาอยู่รอบๆ ทำให้เกิดการโอบล้อม หรือปกคลุม เช่น สภาพแวดล้อมที่โอบล้อมเมือง หรือการที่ผู้คนมามุงดูเหตุการณ์ ตัวอย่างการใช้งาน “The house is surrounded by trees.” (บ้านหลังนั้นถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้) “The police surrounded the building.” (ตำรวจล้อมอาคารไว้) “The concert crowd began to surround the…

  • "Kick Off” แปลว่า

    คำว่า “Kick Off” เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยทั่วไปแล้วมีความหมายว่า การเริ่มต้น การเปิดฉาก หรือการเริ่มกิจกรรมบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการเริ่มต้นโครงการ งานอีเวนต์ หรือการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Kick Off” ในบริบทของการประชุมเปิดโครงการ (Project Kick-off meeting) ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อแจ้งเป้าหมาย ขอบเขตงาน และแผนการดำเนินงานให้กับทีมที่เกี่ยวข้องได้รับทราบร่วมกัน หรืออาจใช้ในการกล่าวเปิดงานอีเวนต์ การแข่งขันกีฬา หรือแม้แต่การเริ่มแคมเปญทางการตลาด เพื่อเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการว่ากิจกรรมนั้นๆ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ความหมายและการใช้งาน “Kick Off” หมายถึง การเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ การเปิดงาน หรือการเริ่มดำเนินการบางสิ่งบางอย่าง มักใช้กับกิจกรรมที่มีลักษณะเป็นการเริ่มต้นใหม่ หรือเป็นการประกาศให้ทราบว่าได้เริ่มแล้ว ตัวอย่าง ตัวอย่างการใช้งาน “Kick Off” ในประโยค: “The project will kick off next Monday.” (โครงการจะ Kick Off ในวันจันทร์หน้า) “The conference kick…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *