"Sustainable” แปลว่า

คำว่า “Sustainable” เป็นภาษาอังกฤษ หมายถึง “ยั่งยืน” หรือ “สามารถดำรงอยู่ได้นาน” โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่สามารถดำเนินต่อไปได้ในระยะยาว โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม หรือเศรษฐกิจในอนาคต

ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Sustainable” บ่อยครั้งเมื่อพูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน (Sustainable Energy) หมายถึงการใช้พลังงานที่ไม่หมดไปและไม่สร้างมลพิษ หรือการผลิตที่ยั่งยืน (Sustainable Production) คือการผลิตสินค้าโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อโลกและสังคม นอกจากนี้ยังรวมถึงการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน (Sustainable Living) ซึ่งหมายถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการใช้พลาสติก การรีไซเคิล หรือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก

ความหมายและการใช้งาน

Sustainable แปลว่า “ยั่งยืน” สามารถนำไปใช้ในบริบทต่างๆ เพื่อสื่อถึงความสามารถในการดำรงอยู่หรือดำเนินต่อไปได้ในระยะยาว โดยไม่ส่งผลเสียต่อทรัพยากรหรือระบบนิเวศในอนาคต

ตัวอย่างการใช้งาน

การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) คือ การพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน โดยไม่กระทบต่อความสามารถของคนรุ่นหลังในการตอบสนองความต้องการของตนเอง

แฟชั่นที่ยั่งยืน (Sustainable Fashion) คือ การผลิตเสื้อผ้าที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมตลอดวงจรการผลิต

การเกษตรที่ยั่งยืน (Sustainable Agriculture) คือ การทำการเกษตรที่สามารถผลิตอาหารได้ในระยะยาว โดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

บริบทที่พบบ่อย

คำว่า Sustainable มักถูกใช้ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างสมดุล และการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคม

“Sustainable” หมายถึงอะไร?

“Sustainable” หมายถึง “ยั่งยืน” หรือ “สามารถดำรงอยู่ได้นาน” โดยเน้นการดำเนินงานที่ไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม สังคม หรือเศรษฐกิจในระยะยาว

เราสามารถนำคำว่า “Sustainable” ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร?

เราสามารถนำไปใช้ในการพูดถึงการเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงาน หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อโลกของเรา เช่น การเลือกใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก

มีตัวอย่างของ “Sustainable” ในด้านธุรกิจหรือไม่?

มีครับ เช่น บริษัทที่ใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิต ลดของเสียในกระบวนการผลิต หรือสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ง่าย ถือเป็นการดำเนินธุรกิจแบบ Sustainable

Similar Posts

  • "Predictive” แปลว่า

    คำว่า “Predictive” ในภาษาอังกฤษ แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “เชิงคาดการณ์” หรือ “ที่คาดการณ์ได้” หมายถึง การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งสามารถบอกหรือทำนายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ โดยอาศัยข้อมูลหรือรูปแบบที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือในอดีตมาช่วยในการวิเคราะห์และประเมินผล ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินหรือพบเห็นการใช้คำว่า “Predictive” ในบริบทต่างๆ มากมาย เช่น ในด้านเทคโนโลยี เราอาจพูดถึง “Predictive text” ซึ่งเป็นฟีเจอร์บนสมาร์ทโฟนที่ช่วยเดาคำที่เรากำลังจะพิมพ์ ทำให้พิมพ์ได้เร็วขึ้น หรือในด้านธุรกิจ อาจมีการใช้ “Predictive analytics” เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและคาดการณ์พฤติกรรมการซื้อในอนาคต เพื่อนำไปวางแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ในบางครั้งเราอาจได้ยินคำว่า “Predictive maintenance” ซึ่งหมายถึงการบำรุงรักษาอุปกรณ์หรือเครื่องจักรล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดความเสียหาย โดยอาศัยการตรวจจับสัญญาณความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Predictive” มาจากคำกริยา “predict” ซึ่งแปลว่า ทำนาย คาดการณ์ หรือพยากรณ์ เมื่อเติมคำว่า “-ive” เข้าไป จะกลายเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ที่ขยายความหมายว่า “มีลักษณะของการคาดการณ์” หรือ “เกี่ยวข้องกับการคาดการณ์” การนำไปใช้ในภาษาไทยจึงมักจะใช้ในลักษณะที่บ่งบอกถึงความสามารถในการทำนายอนาคต หรือการกระทำที่เกิดขึ้นจากการคาดการณ์นั้นๆ ตัวอย่างการใช้งาน…

  • "Asking” แปลว่า

    คำว่า “Asking” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง การถาม การขอ หรือการสอบถาม เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อต้องการทราบข้อมูลบางอย่าง หรือเมื่อต้องการขอร้องสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน เราใช้คำว่า “Asking” ในหลากหลายสถานการณ์ เช่น เมื่อเราไม่เข้าใจอะไรแล้วอยากถามเพื่อนร่วมงาน หรือเมื่อเราต้องการขอความช่วยเหลือจากใครสักคน การ “Asking” เป็นส่วนสำคัญของการสื่อสารที่ช่วยให้เราได้รับข้อมูลและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Asking” มาจากกริยา “ask” ที่แปลว่า “ถาม” หรือ “ขอ” ดังนั้น “asking” จึงหมายถึง “การกำลังถาม” หรือ “การกำลังขอ” นั่นเอง เราใช้คำนี้เมื่อต้องการแสดงถึงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นของการสอบถามหรือการร้องขอ ตัวอย่างการใช้งาน ในบทสนทนาทั่วไป เราอาจได้ยินการใช้ “asking” ในประโยคเช่น “I’m asking for directions.” (ฉันกำลังขอเส้นทาง) หรือ “She’s asking about the project deadline.” (เธอกำลังถามเกี่ยวกับกำหนดส่งโครงการ) ซึ่งแสดงถึงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น…

  • "Lives” แปลว่า

    คำว่า “Lives” ในภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปแล้วมีความหมายหลักๆ คือ “ชีวิต” หรือ “การดำรงอยู่” ค่ะ เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า “life” ซึ่งหมายถึงชีวิตของคน สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมถึงประสบการณ์ การดำรงชีวิต และความเป็นอยู่ด้วย ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอคำว่า “Lives” ในบริบทที่หลากหลายค่ะ เช่น เวลาพูดถึงคุณภาพชีวิตของผู้คน (quality of lives) หรือเมื่อพูดถึงการช่วยชีวิตใครบางคน (saving lives) บางครั้งก็ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม เช่น ความหมายของชีวิต (meaning of lives) หรือเรื่องราวชีวิต (life stories) ของใครบางคนก็ได้ค่ะ ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Lives” เป็นคำนามพหูพจน์ หมายถึง “ชีวิต” หลายชีวิต หรือ “การดำรงอยู่” หลายอย่างค่ะ ใช้ในสถานการณ์ที่กล่าวถึงสิ่งมีชีวิตมากกว่าหนึ่ง หรือกล่าวถึงชีวิตในแง่มุมที่หลากหลาย ตัวอย่างการใช้งาน “The doctor saved…

  • "Investment” แปลว่า

    “Investment” แปลว่า การลงทุน ซึ่งหมายถึง การนำเงินหรือทรัพยากรที่มีอยู่ไปใช้ในสิ่งที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์หรือผลตอบแทนในอนาคต อาจเป็นการลงทุนในหุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจต่างๆ โดยคาดหวังว่ามูลค่าของสิ่งนั้นจะเพิ่มขึ้น หรือได้รับผลกำไรจากการดำเนินงาน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Investment” หรือ “การลงทุน” อยู่บ่อยครั้ง เช่น เวลาที่คนพูดถึงการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยและหวังว่าราคาจะสูงขึ้นในอนาคต หรือการฝากเงินในกองทุนรวมเพื่อหวังผลตอบแทนที่มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธรรมดา บางครั้งก็อาจเป็นการลงทุนในตัวเอง เช่น การเรียนคอร์สออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะในการทำงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการนำทรัพยากรไปใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าในภายภาคหน้า ความหมายและการใช้งาน “Investment” หมายถึง การลงทุน คือ การจัดสรรทรัพยากร (ส่วนใหญ่คือเงิน) ไปสู่สินทรัพย์ โครงการ หรือธุรกิจ โดยคาดหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของกำไร หรือมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต การลงทุนมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง ตัวอย่างการใช้งาน “I’m planning to make an investment in the stock market this year.” (ฉันกำลังวางแผนจะทำการลงทุนในตลาดหุ้นปีนี้) “Real estate is…

  • "Shy” แปลว่า

    คำว่า “Shy” เป็นคำภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกอาการหรือลักษณะนิสัยของคนที่รู้สึกประหม่า ไม่กล้าแสดงออก หรือไม่สบายใจเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ที่มีผู้คนจำนวนมาก หรือเมื่อต้องเป็นจุดสนใจ โดยทั่วไปแล้ว คนที่ “Shy” มักจะขี้อาย เก็บตัว และอาจจะพูดน้อยกว่าปกติ ในชีวิตประจำวัน เราจะสังเกตเห็นคนที่มีลักษณะ “Shy” ได้บ่อยๆ เช่น เด็กที่เข้าโรงเรียนวันแรกแล้วไม่กล้าเล่นกับเพื่อน หรือเวลาไปงานเลี้ยงที่ไม่คุ้นเคย ก็อาจจะยืนอยู่เงียบๆ ไม่กล้าทักทายใคร หรือบางคนอาจจะเขินอายเวลาต้องพูดต่อหน้าคนเยอะๆ อาการ “Shy” นี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนในบางสถานการณ์ หรือบางคนอาจจะมีนิสัยขี้อายเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ความหมายและการใช้งาน คำว่า “Shy” หมายถึง ขี้อาย, ประหม่า, ไม่กล้าแสดงออก เป็นลักษณะนิสัยที่แสดงออกถึงความไม่มั่นใจหรือไม่สบายใจที่จะเข้าสังคม หรือตกเป็นเป้าสายตา ตัวอย่างการใช้งาน เด็กคนนั้นดู “Shy” มากเลย ไม่ยอมพูดกับคนแปลกหน้าเลย ฉันเป็นคน “Shy” นิดหน่อย เวลาต้องพูดหน้าชั้นเรียนจะรู้สึกประหม่าเสมอ บริบทที่ใช้บ่อย คำว่า “Shy” มักจะถูกใช้เพื่ออธิบายบุคลิกภาพของคนที่เก็บตัว ไม่ค่อยกล้าเข้าหาผู้อื่น หรือรู้สึกไม่สบายใจในสถานการณ์ที่ต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก หรือต้องแสดงออกต่อหน้าสาธารณะ “Shy” กับ “Introvert” ต่างกันอย่างไร?…

  • "Grad” แปลว่า

    คำว่า “Grad” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่มาจากคำว่า “Graduate” ซึ่งหมายถึง ผู้ที่สำเร็จการศึกษา หรือ ผู้ที่จบการศึกษาแล้ว โดยทั่วไปมักจะใช้เรียกผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โท หรือเอก แต่ในบางบริบทก็อาจหมายถึงผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือระดับอาชีวะด้วยเช่นกัน ในชีวิตประจำวัน เรามักจะได้ยินคำว่า “Grad” บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ใกล้จะถึงวันรับปริญญา หรือเมื่อมีการพูดถึงการศึกษาต่อ หลายคนอาจจะเคยได้ยินประโยคเช่น “ปีหน้าก็ Grad แล้ว” หรือ “พี่ Grad ที่นี่” ซึ่งเป็นการบอกว่าบุคคลนั้นกำลังจะสำเร็จการศึกษา หรือสำเร็จการศึกษาจากสถาบันใดสถาบันหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ คำว่า “Grad” ยังสามารถใช้ในเชิงเปรียบเปรยถึงการก้าวไปสู่ขั้นต่อไป หรือการบรรลุเป้าหมายบางอย่างในชีวิตได้เช่นกัน ความหมายและการใช้งาน “Grad” มาจากคำว่า “Graduate” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ผู้สำเร็จการศึกษา สามารถใช้ได้กับทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. ปวส. ไปจนถึงปริญญาตรี โท และเอก ในภาษาไทย เรามักจะใช้คำว่า “บัณฑิต” เพื่อสื่อความหมายเดียวกัน แต่คำว่า “Grad” ก็เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *