"อุเบกขา” แปลว่า
อุเบกขา หมายถึง การวางใจเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้าย ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งต่อเหตุการณ์หรือบุคคล ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือไม่ดีก็ตาม เป็นสภาวะจิตที่สงบ เยือกเย็น และไม่ถูกกระทบกระเทือนจากอารมณ์ภายนอก
ในชีวิตประจำวัน เรามักจะเจอสถานการณ์ที่ต้องใช้อุเบกขาอยู่เสมอ เช่น เมื่อเพื่อนสนิททำผิด เราอาจต้องใช้อุเบกขาในการตัดสินปัญหา โดยไม่เข้าข้างเพื่อนจนเกินไป หรือเมื่อต้องเผชิญกับความไม่ยุติธรรม เราก็ต้องใช้อุเบกขาเพื่อไม่ให้ใจขุ่นมัว หรือเมื่อเห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จ เราก็ไม่ควรริษยา แต่ควรวางใจเป็นกลาง หรือเมื่อเห็นผู้อื่นประสบความทุกข์ เราก็ไม่ควรซ้ำเติม แต่ให้มีเมตตาและวางใจเป็นกลาง
ความหมายและการใช้งาน
อุเบกขาเป็นหนึ่งในพรหมวิหาร 4 ซึ่งได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา การมีอุเบกขาจะช่วยให้เรามองโลกตามความเป็นจริง ไม่หลงไปกับสิ่งปรุงแต่ง ทำให้จิตใจสงบและไม่ก่อให้เกิดทุกข์กับตนเองและผู้อื่น
ตัวอย่าง
- เมื่อเห็นเพื่อนทะเลาะกัน เราควรใช้อุเบกขาในการรับฟังปัญหาของทั้งสองฝ่าย โดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
- เมื่อต้องรับผิดชอบงานที่ยากลำบาก เราควรมีอุเบกขาในการทำงาน ไม่ท้อแท้หรือสิ้นหวัง
- เมื่อต้องเผชิญกับคำวิจารณ์ที่ไม่เป็นธรรม เราควรใช้อุเบกขาในการรับฟัง โดยไม่นำมาเป็นอารมณ์
บริบท / การใช้งานทั่วไป
อุเบกขามักถูกใช้ในบริบททางศาสนาและปรัชญาเพื่ออธิบายถึงสภาวะจิตที่สูงส่ง แต่ในชีวิตประจำวัน การมีอุเบกขาหมายถึงการเป็นคนที่มีเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา และสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีสติ
อุเบกขา ต่างจาก ปล่อยวาง อย่างไร?
อุเบกขาคือการวางใจเป็นกลาง ไม่เอนเอียง ไม่ยินดียินร้าย แต่ยังคงรับรู้และจัดการกับสถานการณ์ ส่วนการปล่อยวางคือการละวางความยึดติดในสิ่งนั้นๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่เราได้ใช้อุเบกขาแล้ว
การฝึกอุเบกขา ทำได้อย่างไร?
การฝึกอุเบกขาทำได้โดยการฝึกเจริญสติให้รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง เมื่อเกิดความรู้สึกไม่พอใจ โกรธ หรือเสียใจ ให้พยายามมองสิ่งนั้นตามความเป็นจริง และพิจารณาว่าเราไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้